xs
xsm
sm
md
lg

พ่อร่ำไห้! ไม่เชื่อลูกสาวขโมยขี้ยางถูกยิงดับตามที่มือปืนกล่าวหา ด้านคนก่อเหตุยอมรับเสพยาก่อนลั่นไก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



อุดรธานี - คดีสะเทือนขวัญในพื้นที่ อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี หลังหญิงสาววัย 20 ปี ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณเตาเผาถ่านกลางทุ่งนา ล่าสุดตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว พร้อมแจ้ง 3 ข้อหาหนัก ขณะที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตยังคาใจที่ผู้ก่อเหตุอ้างว่าผู้เสียชีวิตขโมยขี้ยางในสวน โดยพ่อไม่เชื่อลูกสาวจะลักขี้ยางตามที่ผู้ต้องหาอ้างกล่าวอ้าง ด้านแม่มือปืนเผยลูกชายยอมรับว่าก่อนก่อเหตุได้เสพยาจริง


จากกรณีเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงค่ำวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 พนักงานสอบสวน สภ.น้ำโสม รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตบริเวณเตาเผาถ่านกลางทุ่งนา ทางทิศตะวันออกของบ้านโสมสะอาด หมู่ 9 ต.หนองแวง อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี จึงพร้อมด้วยชุดสืบสวน สายตรวจ และแพทย์เวรโรงพยาบาลน้ำโสม เข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.ศิษธิษา จันทรัตน์ อายุ 20 ปี ชาวบ้านโสมสะอาด นอนเสียชีวิตอยู่ภายในบริเวณเตาเผาถ่าน สภาพสวมเสื้อยืดแขนยาวสีเทา กางเกงยีนส์ขายาว ถูกยิงเข้าที่หน้าผากเหนือคิ้วซ้าย 1 นัด มีกองเลือดอยู่ใกล้ร่างผู้เสียชีวิต

จากการสืบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายอยู่บริเวณเตาเผาถ่านของญาติ กระทั่งนายวิสันต์ โคตรสมบัติ อายุ 38 ปี ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณทางเข้า ก่อนเดินเข้าไปพูดคุยกับผู้ตาย แล้วใช้อาวุธปืนแก๊ปยาวไทยประดิษฐ์ยิง 1 นัด จนเสียชีวิตคาที่ ก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่

ต่อมาวันที่ 31 พ.ค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวนายวิสันต์ได้ ขณะขับขี่รถอยู่ภายในหมู่บ้าน ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.น้ำโสม


เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยอ้างว่าตนมีหน้าที่ดูแลสวนยางพาราของครอบครัว ซึ่งเป็นรายได้หลักในการเลี้ยงดูพ่อแม่และบุตร 4 คน ที่ผ่านมามักถูกขโมยขี้ยางอยู่เป็นประจำ จนเกิดความเครียดสะสมและคอยเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา

คืนเกิดเหตุ ผู้ต้องหาอ้างว่าเห็นผู้ตายนำอาวุธปืนของบุคคลอื่นมาไว้ในพื้นที่ จึงนำไปส่งคืน ก่อนเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง และอ้างว่าผู้ตายมีท่าทีจะเข้ามาทำร้าย ประกอบกับความโกรธสะสมจากปัญหาขโมยขี้ยาง จึงตัดสินใจก่อเหตุ

อย่างไรก็ตาม คำให้การดังกล่าวยังเป็นเพียงคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหา ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกประเด็นอย่างละเอียด

ด้านนางจันทร์หอม อายุ 60 ปี แม่ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ทราบข่าวร้ายจากชาวบ้านที่กำลังเผาถ่านอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ลูกสาวถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ก่อนที่ตนจะรีบประสานผู้ใหญ่บ้านเข้าตรวจสอบ

นางจันทร์หอมยอมรับว่า ลูกสาวมีอาการป่วยทางจิตเวชหลังเคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดขณะทำงานอยู่ทางภาคใต้ และต้องรักษาตัวต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่ยืนยันว่าครอบครัวไม่เคยลักขโมยทรัพย์สินของใคร แม้ก่อนหน้านี้จะเคยถูกกล่าวหาว่าขโมยอุปกรณ์จับปลาและขี้ยางก็ตาม


ด้านนายโก๋แก่ อายุ 41 ปี พยานในคดี เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตมาอาศัยอยู่บริเวณเตาเผาถ่านได้ประมาณ 1 สัปดาห์ โดยในวันเกิดเหตุได้ร่วมรับประทานอาหารกันตามปกติ ก่อนจะเห็นนายวิสันต์ขับรถเข้ามาพร้อมอาวุธปืนยาวในมือ อ้างว่านำปืนมาฝากซ่อม แต่ไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น

ขณะที่นายสามารถ และนางละม่อม โคตรสมบัติ พ่อแม่ของผู้ต้องหา ยอมรับว่าลูกชายเคยบ่นเรื่องถูกขโมยขี้ยางในสวนเป็นประจำ และเกิดความเครียดสะสมมาเป็นเวลานาน อีกทั้งก่อนเกิดเหตุยังยอมรับกับครอบครัวว่าเสพยาเสพติดในวันเดียวกันด้วย

ล่าสุด นายเกียรติศักดิ์ พ่อของผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ลูกสาวไม่ได้ป่วยทางจิตมาตั้งแต่กำเนิด แต่เริ่มมีอาการหลังไปใช้ชีวิตอยู่ทางภาคใต้และต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีอาการทางจิตเวช แต่คนในหมู่บ้านต่างทราบดีว่าเป็นผู้ป่วย และไม่ควรถูกกระทำรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต


นายเกียรติศักดิ์ยืนยันว่า ไม่เชื่อคำกล่าวอ้างของผู้ก่อเหตุที่ระบุว่าลูกสาวขโมยขี้ยางหลายครั้ง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากขโมยจริง เหตุใดในวันที่ถูกยิงจึงไม่พบขี้ยางติดตัวแม้แต่น้อย มองว่าเป็นการกล่าวหาผู้เสียชีวิตซึ่งไม่สามารถลุกขึ้นมาชี้แจงข้อเท็จจริงได้อีกแล้ว

พ่อผู้เสียชีวิตยังกล่าวด้วยว่า ตั้งแต่เกิดเหตุ ครอบครัวผู้ก่อเหตุไม่เคยติดต่อเข้ามาขอโทษหรือแสดงความรับผิดชอบใด ๆ และจากการติดตามข่าวพบว่าผู้ก่อเหตุยังมีท่าทีปกติ จึงขอพึ่งกระบวนการยุติธรรมและจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด

ช่วงท้าย พ่อผู้เสียชีวิตฝากข้อความถึงลูกสาวทั้งน้ำตา ขอให้ไปสู่สุคติ ไม่ต้องห่วงพ่อแม่ พร้อมบอกให้ให้อภัยผู้ก่อเหตุและไม่จองเวรกันอีกต่อไป ส่วนเรื่องคดีขอให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายในการนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษ


เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหานายวิสันต์ ประกอบด้วย ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร และเสพยาเสพติดให้โทษโดยผิดกฎหมาย พร้อมควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ตำรวจยังคงสอบปากคำพยานและรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อสรุปสำนวนคดีอย่างรอบด้านต่อไป