จีนรับปากจัดหาอุปทานน้ำมัน ก๊าซและปุ๋ยทางการเกษตรแก่กัมพูชา หลังประเทศแห่งนี้กำลังเผชิญกับต้นทุนทางพลังงานและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเกษตรกร ครัวเรือนชนบทและเหล่าธุรกิจขนาดเล็ก
รายงานข่าวของคิริโพสต์ สื่อมวลชนกัมพูชาภาคภาษาอังกฤษ ระบุว่าคำมั่นสัญญาดังกล่าวมีขึ้นระหว่างที่นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน พบปะกับนายปรัก สุคน รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา รอบนอกการประชุมระดับสูงของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ตามคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา
ถ้อยแถลงของกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาในวันต่อมา วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม ตกลงให้การสนับสนุนกัมพูชา ด้วยอุปทานพลังงานและปุ๋ย ในช่วงเวลาที่กำลังเผชิญกับความปั่นป่วนทางอุปทานโลก และแรงกดดันภายในประเทศหนักหน่วงขึ้น
จีน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกปุ๋ยรายใหญ่ที่สุดในโลก ได้กำหนดมาตรการห้ามส่งออกปุ๋ยในเดือนมีนาคม เพื่อปกป้องตลอดภายในประเทศ อย่างไรก็ตามในวันที่ 27 พฤษภาคม ปักกิ่งได้ออกโควตาการส่งออกปุ๋ยยูเรีย โดยมีเป้าหมายเพื่อคลี่คลายราคาที่พุ่งสูงในตลาดโลก ตามหลังความปั่นป่วนทางอุปทาน อันเนื่องจากสงครามอิหร่าน
กัมพูชา เป็นชาติที่อ่อนแออย่างมากจากภาวะออยล์ช็อค (วิกฤตการณ์ที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รุนแรง และกะทันหัน อันเนื่องมาจากภาวะอุปทานชะงักงัน) โดยที่ มิลาน โธมัส นักเศรษฐศาสตร์ ณ ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย เคยเผบว่าปรเทศแห่งนี้นำเข้าปุ๋ยที่มีความจำเป็นในสัดส่วนถึง 98% ขณะที่ราวๆ 70% ของการบริโภคน้ำมัน ถูกนำไปใช้ในภาคการขนส่ง
"พวกเขาพึ่งพิงการส่งออกและนำเข้า องค์ประกอบโครงสร้างทางเศรษฐกิจของพวกเขา พึ่งพาอย่างจริงๆจังๆต่อสินค้าขั้นกลาง(วัตถุดิบ ส่วนประกอบ หรือสินค้ากึ่งสำเร็จรูปที่ถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการผลิต เพื่อสร้างเป็นสินค้าสำเร็จรูป) เพื่อให้เศรษฐกิจดำเนินไปอย่างราบรื่น" มิลาน โธมัส กล่าว พร้อมระบุครัวเรือนต่างๆที่อยู่ใกล้เส้นความขัดสนเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด
เขาบอกว่าครัวเรือนตามชนบท แรงงานข้ามชาติ คนงานสิ่งทอและธุรกิจขนาดเล็ก กำลังประสบปัญหาในการรับมือกับผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง
(ที่มา:คิริโพสต์/อินเทลลินิวส์)

