พังงา - ชาวบ้านโคกเจริญ จ. พังงา กว่า 30 ราย รวมตัวยื่นหนังสือคัดค้านโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายทับปุด-กระบี่ หวั่นได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดิน สูญเสียพื้นที่ทำกิน และเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนชะลอโครงการ
กลุ่มชาวบ้าน ต. โคกเจริญ จ. พังงา กว่า 30 คน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายทับปุด-กระบี่ หวั่นได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดิน สูญเสียพื้นที่ทำกิน และเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ผ่านทาง นายสรรเพชร ทิพย์มณเฑียร หรือ “ทนายเอก สรรเพชร” ผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือคลินิกทนายความอาสาของพรรคประชาธิปัตย์ภาคใต้ ก่อนส่งต่อถึง นายธงชัย อาจการ และ ดร.ถาวร วงแฝด ผู้ช่วยดำเนินงานของสมาชิกวุฒิสภา นายชาญวิศว์ บรรจงการ เพื่อให้ติดตามและผลักดันการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
โดยหนังสือคัดค้านระบุว่า ชาวบ้านมีความกังวลว่าโครงการรถไฟสายดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิในที่ดินและที่อยู่อาศัย รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรม สวนยางพารา และสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ยังอาจก่อให้เกิดปัญหาเสียงดัง ฝุ่นละออง ความสั่นสะเทือน มลภาวะจากการก่อสร้างและการเดินรถไฟ ตลอดจนความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุและความปลอดภัยของประชาชน
นายสุธรรม ปั้นทอง อายุ 69 ปี ตัวแทนชาวบ้านผู้ยื่นหนังสือ กล่าวว่า ประชาชนจำนวนมากกังวลว่าจะต้องสูญเสียที่ดินหรือถูกเวนคืน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิในการครอบครองและการประกอบอาชีพ อีกทั้งยังห่วงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งระบบนิเวศ แหล่งน้ำ ระบบระบายน้ำ พื้นที่สีเขียว รวมถึงปัญหาน้ำท่วม น้ำเสีย และมลพิษที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ชาวบ้านยังตั้งข้อสังเกตว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับข้อมูลรายละเอียดโครงการ ผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) มาตรการป้องกันผลกระทบ และแนวทางเยียวยาความเสียหายอย่างชัดเจน อีกทั้งการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนยังไม่ทั่วถึง ทำให้ประชาชนจำนวนมากรู้สึกว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจตามหลักการที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและความจำเป็นของโครงการ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับจำนวนผู้ใช้บริการ ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ และประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ โดยมองว่างบประมาณจำนวนมหาศาลอาจนำไปพัฒนาด้านสาธารณสุข การศึกษา ระบบคมนาคม หรือแหล่งน้ำ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้มากกว่า
ด้านนายสรรเพชร พย์มณเฑียร กล่าวว่า คลินิกทนายความอาสาของพรรคประชาธิปัตย์พร้อมเป็นช่องทางรับฟังปัญหาของประชาชน และจะรวบรวมข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และข้อกังวลต่างๆ เพื่อนำเสนอต่อผู้แทนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาอย่างรอบคอบ
“การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐเป็นเรื่องสำคัญ แต่ต้องไม่ละเลยสิทธิของประชาชน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม การพัฒนาที่ดีต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม ได้รับข้อมูลครบถ้วน และไม่ต้องรับภาระความเสียหายเพียงฝ่ายเดียว เสียงของชาวบ้านตำบลโคกเจริญจึงต้องได้รับการรับฟังอย่างจริงจัง” นายสรรเพชร กล่าว

