ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เพิ่มความเข้มข้นในเงื่อนไขการเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน ตามรายงานของนิวยอร์กไทม์สและแอกซิออส (Axios) ในวันเสาร์(30พ.ค.) อ้างอิงแหล่งข่าวใกล้ชิดกับประเด็นนี้ กระตุ้นให้เตหะรานออกมากล่าวหาผู้นำอเมริกา "ทรยศทางการทูต" และประกาศกร้าวจะไม่ยอมอ่อนข้อใดๆ
ก่อนหน้านี้เมื่อวันพฤหัสบดี(28พ.ค.) มีรายงานว่าทั้ง 2 ประเทศ เห็นพ้องในบันทึกความเข้าใจว่าจะขยายข้อตกลงหยุดยิงที่เห็นพ้องกันในเดือนเมษายน ออกไปอีก 60 วันและกลับมาเริ่มเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน จากนั้นในวันต่อมา ทรัมป์ เรียกคณะที่ปรึกษาด้านความมั่นคงในระดับสูง มาพูดคุยหารือที่ห้องสถานการณ์ของทำเนียบขาว
ตามรายงานของนิวยอร์กไทม์ส ระบุว่า ทรัมป์ เริ่มมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับบทบัญญัติในร่างข้อตกลง ซึ่งจะปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน และขุ่นเคืองมากขึ้นต่อกรณีที่เตหะรานตอบกลับข้อเสนอก่อนหน้านี้ล่าช้า เงื่อนไขที่มีการปรับแก้นี้มีเจตนาเพื่อเพิ่มแรงกดดันไปยังพวกผู้นำอิหร่าน
แอกซิออส อ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ รายงานว่า ทรัมป์ ต้องการให้รวมเงื่อนไขเฉพาะเจาะจงเข้าไปในร่างข้อตกลง กรณีที่ว่าสหรัฐฯจะได้รับมอบสต๊อกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน เมื่อไหร่และอย่างไร
ระหว่างให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ในวันเสาร์(30พ.ค.) ทรัมป์ ยืนกรานว่า เขามุ่งมั่นที่จะบรรลุ "ข้อตกลงครั้งใหญ่" ที่จะรับประกันว่า "จะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์" ในอิหร่าน
แม้เบื้องต้นเขาบอกว่าไม่เร่งรีบบรรลุข้อตกลง แต่ต่อมา ทรัมป์ ยอมรับในการสัมภาษณ์เดียวกันว่า เขากำลังเร่งรีบเนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินกำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามเขาขู่ปิดฉากมันด้วยการใช้กำลังทหาร หากว่าอิหร่านไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องของเขา
อิหร่าน เน้นย้ำมาตลอดว่า สิทธิในการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ในจุดประสงค์เพื่อสันติ เป็นสิ่งที่ไม่อาจเจรจาต่อรองได้ และยืนกรานปฏิเสธว่าไม่ได้เสาะหาอาวุธนิวเคลียร์ นอกจากนี้แล้วพวกเจ้าหน้าที่เตหะรานยังปฏิเสธมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะแก่สหรัฐฯ
อับบาส อารากชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวหา ทรัมป์ "ทรยศทางการทูต" พร้อมประกาศกร้าวแรงกดดันด้านหารทหารจะไม่อาจบีบบังคับให้อิหร่านยอมอ่อนข้อ ขณะที่ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาของเตหะราน ระบุเช่นกันว่าอิหร่านจะไม่ยอมประนีประนอมในเรื่องสิทธิอธิปไตยของประเทศชาติ
(ที่มา:อาร์ทีนิวส์)

