เมืองไทย 360 องศา
แม้ว่ายังเหลือเวลาอีกหลายวันกว่าถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(ส.ก.) ก็ตาม แต่ในตอนนี้ก็เริ่มมองเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนมากขึ้นแล้วว่า ชาวบ้านเขาจะเลือกผู้ว่าฯกทม.และ สก.แบบไหน
ล่าสุดผลสำรวจที่เริ่มออกมาเห็นชัดว่า คนจะเลือกผู้สมัครผู้ว่าฯ และผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ที่เป็นแบบ “ผู้สมัครอิสระ” มากกว่าที่สังกัดพรรคการเมือง
แน่นอนว่า หากโฟกัสไปที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่ เมื่อผลสำรวจในเบื้องต้นออกมาแบบนี้ และเมื่อสำรวจไล่เรียงกันไปก็ทำให้มองเห็นภาพว่า ผู้สมัครที่เป็นผู้สมัครอิสระมีใครบ้าง และใครที่มีแนวโน้มได้รับการเลือกตั้งมากที่สุด
ผลสำรวจโดย สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 22 เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม เรื่อง “ความนิยมของประชาชน และทิศทางโค้งแรกสนามเลือกตั้ง กทม. 69” ระหว่างวันที่ 22-25 พ.ค. 2569 พบว่า สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ยังมีความไม่แน่นอนสูง แม้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะยังมีคะแนนนำ แต่กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจยังมีสัดส่วนสูงถึง 24.1%
ผลสำรวจพบว่า หากมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. วันนี้ ร้อยละ 31.5 มีแนวโน้มเลือก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รองลงมาคือ “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ร้อยละ 13.1, นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ร้อยละ 7.5, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ร้อยละ 6.6, ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ร้อยละ 6.2, นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล ร้อยละ 6.1 และนายอนุชา บูรพชัยศรี ร้อยละ 4.9 ขณะที่ร้อยละ 24.1 ยังไม่แน่ใจ หรือยังไม่ตัดสินใจ
ขณะที่สนามสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ สก. ผลสำรวจโดย x LINE TODAY พบว่า ร้อยละ 41.6 ระบุว่า จะเลือกผู้สมัครอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมือง สูงที่สุด รองลงมาร้อยละ 20.0 เลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคฝ่ายค้าน ร้อยละ 17.6 เลือกผู้สมัครสังกัดพรรคใดก็ได้ ร้อยละ 3.6 เลือกผู้สมัครฝ่ายรัฐบาล และร้อยละ 17.2 ยังไม่แน่ใจหรือยังไม่ตัดสินใจ
เมื่อพิจารณาฐานคะแนนจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี2565 พบว่า กลุ่มที่เคยเลือกนายชัชชาติ ปัจจุบันร้อยละ 60.7 ยังเลือกนายชัชชาติ ขณะที่กลุ่มที่เคยเลือกนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ร้อยละ 49.2 หันไปเลือก ดร.โจ ชัยวัฒน์ และร้อยละ 12.9 เลือกนายชัชชาติ สะท้อนว่าฐานคะแนนเดิมยังมีผล แต่การเคลื่อนตัวของคะแนนข้ามกลุ่มยังเป็นปัจจัยสำคัญ
นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับพรรคที่เคยเลือก สส.เขต ครั้งล่าสุด พบว่า นายชัชชาติ ยังนำในหลายฐานพรรค ทั้งพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 39.4 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 37.0 พรรคประชาชน ร้อยละ 31.0 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 28.3 และพรรคอื่นๆ ร้อยละ 42.0 ขณะที่ ดร.โจ มีคะแนนสูงในกลุ่มผู้เลือกพรรคประชาชน ร้อยละ 30.9 ใกล้เคียงกับนายชัชชาติ ส่วน นายอนุชา มีคะแนนเด่นในฐานผู้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 23.2
สถาบันพระปกเกล้า ระบุว่า ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนว่า การเลือกตั้ง กทม. รอบนี้ไม่ใช่เพียงการแข่งขันระหว่าง “ผู้สมัครคนเดิม” กับ “ผู้ท้าชิงรายใหม่” แต่เป็นการแข่งขันเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่ออนาคตของมหานคร ทั้งด้านนโยบาย ภาพลักษณ์ ผลงาน และความสามารถในการตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ
ด้าน นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่า กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจที่เปิดเผยว่าประชาชนชาว กทม. จะเลือกผู้สมัครอิสระมากกว่าสังกัดพรรคการเมือง ว่า อาจจะตีความผลโพลได้หลายแบบ แบบหนึ่งก็คือเรื่องของการมองระบบ อีกแบบหนึ่งคือความเข้าใจในบทบาทระหว่าง สก. และผู้ว่า กทม. ตนคิดว่าตนและผู้สมัคร สก.ของพรรคประชาชน กำลังรณรงค์สื่อสาร 2 ด้าน 2 มุม คือวาระเมืองและวาระเขต สก.ของเราจะมีวาระเขตในแต่ละเขต ว่าอยากจะพัฒนาอะไรในพื้นที่นั้น และผู้ว่า กทม. ก็เป็นผู้รับผิดชอบต่อวาระเมือง ซึ่งการจะพัฒนาทั้งวาระเขตและวาระเมืองให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ได้ จำเป็นที่จะต้องมีผู้ว่า กทม. และ สก. มาจากพรรคเดียวกัน
“ถ้าเราดูผลโพลหลายหลายๆ อย่างประกอบกัน ยังมีคนสัก 38% ที่ต้องการเลือกผู้ว่ากทม. และ สก. จากพรรคเดียวกัน ก็น่าจะเป็นกลุ่มคนที่เข้าใจเรื่องของการวาระเขตและวาระเมือง และเข้าใจกลไกการทำงานว่าการจะผ่านนโยบายต่างๆ ของฝ่ายบริหารคือผู้ว่า กทม.ได้นั้น จำเป็นที่จะต้องมี สก.เข้ามา ช่วยสนับสนุนด้วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ หรือเรื่องการออกข้อบัญญัติ ซึ่งที่ผ่านมาเราอาจจะเห็นนโยบายต่างๆไม่ได้ถูกผลักดันอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร สก. นอกจากจะมีหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหารหรือผลักดันงบประมาณของผู้ว่า กทม.แล้ว ยังมีหน้าที่สนับสนุนด้านนโยบายด้วย ถ้าผู้ว่า กทม. และ สก.มีวิสัยทัศน์ที่ไปในทิศทางเดียวกัน ก็จะทำให้งานเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ” นายชัยวัฒน์ กล่าวและยังมั่นใจว่าฐานเสียงของพรรคยังหนาแน่นโดยวัดจากผลการเลือกตั้ง ส.ส.ที่พรรคกวาดมาได้ทุกเขต
สำหรับผลสำรวจดังกล่าว แม้ว่านาทีนี้ยังไม่อาจสรุปออกมาแบบฟันธงได้ว่า ผู้สมัคร แบบอิสระจะชนะ แต่เมื่อพิจารณาจากความรู้สึกและอารมณ์ที่สัมผัสได้ก็ยังเห็นว่า ผู้สมัครอิสระ ไม่ว่าจะเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯกทม.ที่ลงสมัครอีกครั้ง มีน่าจะยังได้รับความนิยมสูงสุดอยู่ในตอนนี้ รองลงมาคือ ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ร้อยละ 13.1 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ร้อยละ 7.5 พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ร้อยละ 6.6 ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ร้อยละ 6.2 นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล ร้อยละ 6.1 และนายอนุชา บูรพชัยศรี ร้อยละ 4.9
แน่นอนว่าตอนนี้ผู้สมัครที่สังกัดพรรค มีอยู่สามพรรค และอยู่ในสถานะพรรคฝ่ายค้าน คือ นายชัยวัฒน์ จากพรรคประชาชน นายอนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์ และ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช จากพรรคเศรษฐกิจ นอกนั้นล้วนเป็นผู้สมัครอิสระ ซึ่งตอนนี้จากผลสำรวจที่สะท้อนจากความรู้สึกก็ยังเห็นว่า นายชัชชาติ ยังได้รับความนิยมสูงสุด มีแนวโน้มจะรักษาแชมป์ไว้ได้อีกครั้ง และแม้ว่า ผู้สมัครสังกัดพรรค คือ นายชัยวัฒน์ จากพรรคประชาชน จากผลสำรวจจะมาเป็นอันดับสอง แต่ตามมาแบบห่างเหลือเกิน จนแทบไม่ได้ลุ้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ผู้สมัครสังกัดพรรคอีกคนคือ นายอนุชา จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่แทบอยู่รั้งท้าย
เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มโดยผสมกับความรู้สึกประกอบเข้าไปด้วยจะเห็นว่า ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคราวนี้ จะเห็นว่าผู้สมัครอิสระ ไม่ว่าจะเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รวมไปถึงผู้สมัครอิสระคนอื่นๆ ที่เชื่อว่าน่าสนใจ น่าจะมีคะแนนเพิ่มขึ้น โดยบางคนมีแนวโน้ม “มาแรง” แบบน่าจับตาทีเดียว ขณะที่ผู้สมัครสังกัดพรรคไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาชน หรือประชาธิปัตย์ หากพิจารณากันแบบตรงไปตรงมายังถือว่า “ไม่โดดเด่น” แทบจะโนเนมในสายตาคนกรุงเทพฯ
ดังนั้นการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคราวนี้ เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบผู้สมัครแต่ละคนแล้ว หากมองกันแบบรวมแล้ว ผู้สมัครอิสระ ยังมีความโดดเด่นมากกว่า ยิ่งพิจารณาจากบางคนด้วยแล้วถือว่า “ทิ้งห่าง” ยังมองไม่เห็นว่าจะตีตื้นขึ้นมาได้อย่างไรในระยะทางที่เหลือ แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือการเลือกตั้งคราวนี้น่าจะเป็น “ฝันร้าย” ของผู้สมัครสังกัดพรรค ทั้งพรรคส้ม และพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะพรรคหลังนี่น่าจะต้องเจ็บปวดอีกครั้ง !!

