ปมแชตหลุด 'ช่วยน้ำเงินด้วย' บานปลาย เตรียมยื่น ป.ป.ช. และ กกต. สอบอธิบดีกรมการปกครอง หลังคำชี้แจงฟังไม่ขึ้น ชี้อาจผิดกฎหมายเลือกตั้ง โทษหนักถึงขั้นจำคุก 10 ปี และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี
จากกรณีแชตไลน์บทสนทนากับนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ที่อ้างว่า ถูกย้ายไปช่วยราชการไม่เป็นธรรม เพราะไม่สนองงานการเมือง รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อความว่า "ช่วยน้ำเงินด้วย" ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว พร้อมกับอ้างว่าไลน์ของตัวเองเชื่อมต่ออยู่ในหลายอุปกรณ์สื่อสาร แต่ดูเหมือนว่าคำชี้แจงที่ออกมาจะไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเท่าใดนัก
ในเรื่องนี้ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ระบุว่า ในทางเทคนิค บัญชีไลน์มันสามารถล็อกอินได้หลายอุปกรณ์ ทั้งโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ เวลาใครแอบใช้ไอดี แอบพิมพ์ข้อความแทนเรา มันจะขึ้นแจ้งเตือนข้อความแบบเรียลไทม์ ดังนั้น การชี้แจงดังกล่าวของนายนฤชา จึงฟังขึ้นลำบาก อยากให้ท่านอธิบดีออกมาอธิบายต่อสังคม โดยเอาผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอทีมาร่วมอธิบายด้วยไปเลย เพื่อไขข้อข้องใจแก่สังคม
นายวิโรจน์ กล่าวว่า จะมีการยื่นร้องทั้งกับ ป.ป.ช.และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วย เพราะเรื่องนี้อาจสุ่มเสี่ยงจะผิดทั้งกฎหมายเลือกตั้งด้วย และในเรื่องการใช้อำนาจในทางมิชอบ ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังเรียบเรียงเอาหลักฐานต่างๆ คงจะเป็นในสัปดาห์หน้า ที่จะมีการไปยื่นทั้ง ป.ป.ช.และ กกต.ให้ตรวจสอบในคราวเดียวกัน
ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า กรณีไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” วันที่ระบุใน line “ช่วยน้ำเงินด้วย” คือวันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม แม้ไม่ระบุว่าเป็น พ.ศ.ใด แต่สามารถบอกได้ว่าเป็น ปี พ.ศ. 2569 เมื่อสืบค้น จังหวัดที่มี 3 เขตเลือกตั้ง และมีชื่อผู้สมัครตรงกับในข้อความคือ จังหวัดภูเก็ต โดยวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569 สอดคล้องกับเหตุการณ์การรายงานในไลน์ คือ หลังปิดรับสมัคร และมีการประกาศรายชื่อผู้สมัครอย่างเป็นทางการของ กกต. เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 หากผู้ใดเห็นว่า มีการทำผิดกฎหมาย ทั้ง พ.ร.ป. การเลือกตั้ง สส. มาตรา 78 : ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย กระทำการใดๆ เพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีทั้งต่อ ตำรวจและ กกต.ได้ โดยบทลงโทษ ในเรื่องนี้ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 20 ปี

