xs
xsm
sm
md
lg

กัมพูชาฉวยโอกาสทุกเวที "สร้างภาพลบ" ให้ไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



Kosal chum เลขารัฐมนตรีกระทรวงข่าวสารกัมพูชาเปิดหน้าชวนคนกัมพูชาโพสต์ข้อความ “ไทยรุกรานกัมพูชา” Oliva Kong ดีไซเนอร์ (พรมแดง) โดดรับปลุกกระแสต่อ เหตุจากอนุทินพบมาครง รวมถึงการปะทะในเวที UNSC สีหศักดิ์-ปรัก สุคน กัมพูชายึดทุกเวทีพูดไม่สนข้อมูลเท็จ ฮุนเซนใสซื่อเรื่องสแกมเมอร์ แถมปั้นสาวไทยอยู่เขมร 11 ปี อวยเขมรฉ่ำ ฝ่ายไทยจับโป๊ะของเทียม

ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชา ไม่ได้หมายถึงหยุดซัดกันบนโลกออนไลน์ เพราะทุกวันนี้บนโลกออนไลน์และเวทีระหว่างประเทศทั้ง 2 ฝ่ายต่างช่วงชิงจังหวะสร้างความได้เปรียบ โดยเฉพาะกัมพูชาที่ไม่สนเรื่องข้อมูลจริงหรือไม่จริง เพราะชาติอื่น ๆ ไม่รู้เรื่องด้วย

เมื่อ 26 พฤษภาคม 2569 เพจ Lertler Verwang ที่ติดตามข่าวสารจากฝั่งกัมพูชาได้โพสต์ข้อความของนาย Kosal chum ที่มีตำแหน่งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงข่าวสารของกัมพูชาไว้ดังนี้

“សូមបងប្អូនផុស ៖ « ថៃឈ្លានពានកម្ពុជាទាំងកំរោល ថៃត្រូវតែទទួលខុសត្រូវចំពោះមុខច្បាប់អន្តរជាតិ ! »”
แปลเป็นภาษาไทยคือ โปรดโพสต์ข้อความว่า : "ประเทศไทยรุกรานกัมพูชาอย่างโจ่งแจ้ง ประเทศไทยต้องรับผิดชอบต่อกฎหมายระหว่างประเทศ!"

และย้ำว่าผู้โพสต์มีตำแหน่งเป็นเลขานุการ รัฐมนตรีกระทรวงข่าวสารกัมพูชา ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง ที่ออกมารณรงค์ให้ประชาชนกัมพูชา ช่วยกันโพสเฟซบุคโจมตีประเทศไทย

พร้อมทั้งแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในระยะนี้ว่า ขณะที่นักการเมืองที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงของกัมพูชา ปลุกระดมความเกลียดชัง มุ่งหน้าพาประชาชนเอาชนะไทยทุกทาง ทั้งบนพื้นที่สื่อและกำลังทหาร ตามนโยบายรัฐที่ตั้งเข็มทำลายประเทศไทยอย่างชัดเจน พร้อมกับแผนการนำแผ่นดินเขมรกลับสู่มาตุภูมิให้จงได้

แต่กองทัพไทย รัฐบาลไทย กลับเอาแต่พล่ามถึงช่วงเข้าสู่การเจรจากับเขมร ออกตัวไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงและไม่ต้องการให้ประชาชนตื่นตระหนก

รัฐบาลชูความพร้อมในการเดินหน้าสันติภาพในภูมิภาค ขณะที่ทุกกระทรวงของเขมร ยกนิ้วกลางให้ไทยทุกลมหายใจ
ทั้งหมดนี้ คนไทยไม่ควรตื่นตระหนกตรงไหน?

ขณะที่ Oliva Kong ดีไซเนอร์ของกัมพูชาที่ไปปรากฎตัวเดินพรมแดงในเทศกาลภาพยนตร์ เมืองคานส์ 2026 ที่ประเทศฝรั่งเศส ท่ามกลางการนำเสนอภาพจากสื่อไทยว่าเธอถูกการ์ดของานเชิญตัวให้ออกจากพื้นที่ และได้อธิบายว่าเป็นการทำ AI จากฝั่งไทย ได้โพสต์รับโพสต์ของนาย Kosal Chum ไว้ดังนี้ “Thailand invaded Cambodia ថៃឈ្លានពានកម្ពុជា” แปลว่า ไทยรุกรานกัมพูชา


โยนไทยเป็นผู้ร้าย

แหล่งข่าวที่ติดตามข่าวฝั่งกัมพูชากล่าวว่า ตอนนี้ฝั่งกัมพูชาพยายามปลุกกระแสสร้างวาทะกรรม “ไทยเป็นฝ่ายรุกรานกัมพูชา” ในทุกพื้นที่ หลังจากในเวทีระดับโลกอย่าง UNSC มีการปะทะกันมาก่อนและได้ขยายลงมาสู่ในระดับประชาชนกัมพูชา ขณะที่สื่อฝ่ายกัมพูชาเองก็นำเสนอไปในทิศทางเดียวกันกับแนวทางของผู้นำประเทศ

หากย้อนกลับไปหลังจากได้ข้อสรุปหยุดยิงเมื่อปลายปี 2568 ฝ่ายกัมพูชาพยายามดึงเอาฝรั่งเศสเจ้าของอาณานิคมเดิมเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องเอกสารหลักฐาน พร้อม ๆ กับการเดินทางไปเยือนฝรั่งเศสของนายฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเมื่อเดือนเมษายน 2569 ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางไปฝรั่งเศสช่วง 21-27 พฤษภาคม 2569 พูดกันง่าย ๆ ทั้ง 2 ประเทศไปพูดคุยกับฝรั่งเศสเรื่องข้อพิพาทชายแดนที่เกิดขึ้นจนเป็นเหตุให้มีการปะทะกัน

ฝ่ายกัมพูชาไม่มีทางบอกว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร พูดเฉพาะที่ตัวเองจะได้ประโยชน์เป็นหลัก ในทุกเวทีที่ผู้นำหรือตัวแทนมีโอกาสขึ้นไปพูด เป้าหมายหลักยังเป็นการโจมตีประเทศไทย


ป่วนเวที UNSC

อย่างเช่นในเวทีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ก็มีการใช้คำพูดที่กล่าวหาประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฝ่ายไทยโดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ที่เข้าร่วมการประชุมอภิปรายเปิดของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก เมื่อ 26 พฤษภาคม 2569 ได้ออกมากล่าวว่า

การเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติจะต้องไม่เป็นเพียงวาทกรรม หรือเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ฝ่ายเดียว แต่ต้องตั้งอยู่บนความไว้วางใจ ความสุจริตใจ และความเชื่อมั่นร่วมกัน เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยั่งยืน

ช่วงท้ายของถ้อยแถลง นายสีหศักดิ์ กล่าวถึงประเด็นความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ภายหลังผู้แทนกัมพูชากล่าวพาดพิงก่อนหน้านี้ โดยยืนยันว่า ไทยยึดมั่นอย่างเต็มที่ต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชา และมุ่งเดินหน้าสู่สันติภาพที่ยั่งยืน

“สันติภาพที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเราสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และทำงานร่วมกันด้วยความสุจริตใจ บนพื้นฐานของการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ”

พร้อมย้ำว่า“ไทยไม่มีความมุ่งหมายในการอ้างสิทธิในดินแดนของประเทศใดทั้งสิ้น”

ขณะที่สื่อจากกัมพูชาอย่าง Kbn news รายงานว่า ผู้แทนถาวรของกัมพูชาประจำสหประชาชาติ ได้แถลงต่อที่ประชุม UNSC โดยให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลและผลที่ตามมาจากการใช้กำลังทหารของไทยในเดือนกรกฎาคมและธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

ส่งผลให้รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยไม่พอใจขู่กัมพูชาว่า “หากกัมพูชาไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม สิ่งที่ได้หารือกันไว้ก่อนหน้านี้จะถือเป็นโมฆะ และกัมพูชาจะสูญเสียผลประโยชน์ ส่วนไทยจะไม่เป็นฝ่ายเสียประโยชน์”

นั่นจึงเป็นผลให้มีการปั่นกระแสไทยรุกรานกัมพูชา ผ่านโลกออนไลน์ของฝั่งกัมพูชา


กัมพูชาใสซื่อบริสุทธิ์

24 พฤษภาคม 2569 ฮุนเซน ประธานวุฒิสภาและรักษาการประมุขแห่งรัฐ กล่าวระหว่างการประชุมกับผู้นำกระทรวง สถาบัน และสภาท้องถิ่นต่างๆ ทั่วกรุงพนมเปญว่า เครือข่ายหลอกลวงออนไลน์เหล่านี้ได้ทำลายภาพลักษณ์ เกียรติ และศักดิ์ศรีของชาติกัมพูชา

กัมพูชาเป็นเหยื่อของเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ข้ามชาติอย่างแท้จริง พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการสืบสวนสอบสวนที่เข้มข้นขึ้น และความร่วมมือจากนานาชาติในการสืบหาว่าอาชญากรต่างชาติเข้ามาในประเทศได้อย่างไร

กิจกรรมหลอกลวงออนไลน์ไม่เพียงทำลายชื่อเสียงของกัมพูชาเท่านั้น แต่ยังขัดขวางการลงทุนและการท่องเที่ยว โดยยืนยันว่าเศรษฐกิจของกัมพูชาไม่ได้ขึ้นอยู่กับการดำเนินการหลอกลวงทางไซเบอร์

นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ดำเนินการปราบปรามอย่างเด็ดขาดต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์ โดยเตือนว่าผู้สมรู้ร่วมคิดหรือละเลยหน้าที่จะถูกไล่ออกจากตำแหน่ง ดำเนินคดี และอายัดทรัพย์

กฎหมายใหม่ที่ประกาศใช้ในเดือนเมษายน 2569 กำหนดบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นกับหัวหน้าแก๊งและผู้ร่วมกระทำความผิด โดยเน้นย้ำถึงจุดยืนของพนมเปญที่ว่าจะไม่ยอมรับการหลอกลวงทางออนไลน์โดยเด็ดขาด


ละครสาวไทยรักกัมพูชา

13 พฤษภาคม 2569 มีคลิปไวรัลจากเพจ "Nacha in Cambodia" สาวรายหนึ่งที่อ้างว่าเป็นคนไทยที่ไปใช้ชีวิตในกัมพูชากว่า 11 ปี จากนั้นสื่อกัมพูชาอย่าง KBN News ได้เสนอเรื่องราวดังกล่าว หลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอของหญิงสาวรายหนึ่งที่ระบุว่าเป็นคนไทย ซึ่งได้ออกมาถ่ายทอดเรื่องราวการใช้ชีวิตในประเทศกัมพูชาเป็นภาษาเขมร

พร้อมบอกเล่าประสบการณ์จริงตลอดระยะเวลากว่า 11 ปี เพื่อส่งสารไปถึงประชาชนคนไทยและผู้คนทั่วโลก ให้ปรับมุมมองและเลิกเข้าใจผิดเกี่ยวกับประเทศกัมพูชาเสียที

หญิงไทยรายนี้โพสต์คลิปผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวของเธอที่ใช้ชื่อว่า "Nacha in Cambodia" ได้เปิดเผยความในใจว่า ก่อนที่จะเดินทางมายังประเทศกัมพูชา เธอเคยมีความคิดและภาพจำเหมือนกับคนอื่น ๆ ว่าการมาใช้ชีวิตที่นี่คงจะยากลำบากมาก คงไม่มีสถานที่ที่สวยงามหรือสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก

แต่เมื่อเธอได้เดินทางมาอยู่อาศัยด้วยตัวเองจริง ๆ กลับพบความจริงที่ตรงกันข้าม เพราะเธอได้รับโอกาสที่ดีในการทำงาน ได้พบปะผู้คนน่ารัก และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากมายให้เดินทางไปสัมผัส

นอกจากนี้ Nacha ยังได้แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยเผชิญในอดีตว่า ยุคแรก ๆ เธอไม่กล้าบอกกับใครเลยว่าตัวเองเป็นคนไทย เนื่องจากมีความกังวลและหวาดกลัวว่าจะถูกเลือกปฏิบัติ ไม่ต้อนรับ หรืออาจจะโดนด่าทอจากคนท้องถิ่น แต่หลังจากที่เธอตัดสินใจเปิดใจและบอกความจริงกับทุกคนว่าเธอเป็นคนไทย

ทุกอย่างกลับไม่ได้แย่อย่างที่คิด

แม้จะมีบางคนที่อาจจะไม่ยอมรับเธออยู่บ้าง แต่เธอก็เข้าใจดีว่าปฏิกิริยาในแง่ลบเหล่านั้นเป็นเพียงแค่ส่วนน้อยมาก ๆ เมื่อเทียบกับชาวกัมพูชาส่วนใหญ่ที่เปิดใจต้อนรับเธออย่างยอดเยี่ยม

พร้อมกับกล่าวทิ้งท้ายด้วยความซาบซึ้งว่า "ขอบคุณที่ทำให้เด็กไทยตัวเล็ก ๆ คนนี้รู้สึกได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นในกัมพูชา" และย้ำว่าสำหรับเธอแล้ว กัมพูชาคือบ้านหลังที่สองที่เธอรัก

เคบีเอ็นนิวส์ รายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีชาวกัมพูชาจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำที่สุภาพ โดยส่วนใหญ่เข้ามาให้กำลังใจและสนับสนุนให้เธอรวมถึงคนไทยคนอื่น ๆ ที่เข้ามาทำมาหากินหรือใช้ชีวิตอย่างสุภาพชนในกัมพูชาสบายใจได้ เพราะคนกัมพูชายินดีต้อนรับเสมอ

ขณะที่ฝ่ายไทยได้ตรวจสอบโปรไฟล์ดังกล่าวพบว่า Nacha in Cambodia มีการเปลี่ยนชื่อเมื่อ 26 เมษายน 2569 เดิมเป็นชื่อ PNN Star ซึ่งเป็นช่อง TV ในประเทศกัมพูชา ตั้งเพจเมื่อ 10 พฤษภาคม 2561


เต้าข่าวไทยลำบากเพราะเขมร

นอกจากนี้สื่อจากฝั่งกัมพูชายังเน้นรายงานว่าประเทศไทย ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการขาดแคลนแรงงานกัมพูชาอยู่บ่อยครั้ง

เรื่องไทยขาดแรงงานจากกัมพูชาไปนั้นก็ได้รับผลกระทบในระดับหนึ่งแต่ไม่มากนัก ไม่ถึงขึ้นต้องจะทำให้ต้องปิดกิจการ ยังพอมีแรงงานชาติอื่นเติมเข้ามาได้ แต่ที่หนักจริง ๆ คงเป็นแรงงานกัมพูชาเอง เพราะกลับไปแล้วหลายคนไม่มีงานทำ รัฐบาลกัมพูชาก็ไม่สามารถจัดหางานให้ได้ทั้งหมด หลายคนจึงดิ้นรนกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทย

อีกเรื่องหนึ่งที่โลกออนไลน์ชอบเอามาพูดข่มกันคือการเติบโตของ GDP ระหว่างไทยกับกัมพูชา GDP ไทย 2569 คาดว่าโตต่ำกว่า 2% ส่วน GDP กัมพูชา โตราว 4.2% ฝ่ายกัมพูชาก็มองว่าเศรษฐกิจกัมพูชาเหนือกว่าไทย ซึ่งการนำเอาแค่ตัวเลขมาเทียบกันนั้นไม่สามารถวัดกันได้ เพราะขนาดของเศรษฐกิจไม่เท่ากัน

เราเข้าใจนะว่ามันคือทางหนึ่งที่เห็นได้ชัดว่าเหนือกว่าประเทศไทย อาจทำให้บางท่านรู้สึกดีชนะไทยแล้ว แต่ตัวเลขการเติบโตมันเทียบกันไม่ได้ ถ้าตัวเลขเศรษฐกิจเติบโตสูง แต่สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนยังย่ำแย่ก็ถือว่าไม่ได้สะท้อนความเป็นจริง

วิ่งทุกเวที


ตอนนี้ผู้นำและรัฐมนตรีของกัมพูชาพยายามใช้ทุกเวทีในการสื่อสารออกไป แน่นอนว่าเนื้อหาหลักยังเป็นการกล่าวหาฝั่งไทย ทั้ง ๆ ที่บางเรื่องความจริงเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับเนื้อหาที่พูด

เขาไม่สนใจว่าข้อมูลจะถูกหรือผิด ขอให้ได้พูดและโจมตีฝั่งไทยเป็นพอ โดยเฉพาะเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งหลายประเทศไม่ได้ติดตามข้อมูลอาจทำให้เข้าใจผิดได้

บางครั้งก็รู้สึกสงสารคนกัมพูชา ที่ไม่รู้เรื่องราวที่แท้จริง แค่ผู้นำชี้นำก็เฮตาม นี่เป็นเรื่องที่น่าห่วงเพราะคนกลุ่มนี้พร้อมถูกใช้เป็นเครื่องมือโดยง่าย

อยากให้ชาวกัมพูชาลองทบทวนดูว่า พอใจกับชีวิตความเป็นอยู่ของท่านที่เป็นอยู่ในเวลานี้แล้วใช่หรือไม่ รัฐบาลได้สร้างโอกาสในการทำมาหากินให้กับท่านดีแล้วใช่หรือไม่ เงินเพื่อการดำรงชีวิตเพียงพอแล้วใช่หรือไม่

ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่


Facebook :https://www.facebook.com/SpecialScoopManagerOnline/
Instragram :https://instagram.com/special.scoop.mgronline
Tiktok :https://vt.tiktok.com/ZSe4j