นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า
ไม่ได้ช่วยใครหาเสียง แต่ 4 ปีควรทำได้ดีกว่านี้
ในฐานะคนปั่นจักรยานอย่างจริงจังมา 3 ปี ใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน พับขึ้นรถไฟฟ้าปั่นไปทำงาน ปั่นไปออกรายการ ปั่นไปซื้อกับข้าว ระยะทางรวมเฉลี่ยวันละ 10 กม. แทบทุกวัน ไม่นับรวมแก็งค์ปั่นกับเพื่อนสูงวัยสุขใจวัยเกษียณที่นัดรวมปั่นเฉพาะกิจ ชมวัด ชมวัง หาของกินอร่อยสุดขอบฟ้ากัน
ผมยังเห็นว่า กทม. ยังสอบตกในเรื่องการรณรงค์ให้ กทม. มีจักรยานเป็นทางเลือกในการคมนาคมของคนเมือง
1. ไม่มีการตีเส้นทางจักรยาน ให้เห็น แม้ช่วงแรกอาจเป็นแค่สัญลักษณ์ แต่ต่อไปคนจะเคยชินและเคารพสิทธิในการใช้ถนนซึ่งกันและกัน
2. ไม่มีที่จอดจักรยานที่ปลอดภัยเหมือนในต่างประเทศที่จัดให้คนขี่จักรยานจากบ้านมาจอดเพื่อต่อขึ้นรถสาธารณะ
3. ไม่มีการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับกฎจราจร กฎการขี่จักรยานที่ปลอดภัย ทั้งต่อคนขี่ คนเดินถนน และ คนขับรถ
4. การฝ่าฝืนกฎจราจรเต็มไปหมด ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย ฝ่าไฟแดง วิ่งรถสวนทางทั้งจักรยานและมอเตอร์ไซค์ เป็นอันตรายต่อผู้ขี่จักรยาน
5. ทางเท้า ทางจักรยาน ขาดการบำรุงรักษา หรือ การก่อสร้างก็ไม่เข้าใจเรื่องของคนขี่จักรยานจริง เช่น ขาดทางลาดขึ้นหรือ มีความชันเกินกว่าจะขี่ไหว ตะแกรงฝาท่อที่เป็นอันตราย ฟุตบาทที่ต่างระดับ
6. การรณรงค์เรื่องใช้จักรยาน ทำแบบวูบวาบปีละครั้งแบบเป็น event แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงจัง
7. เขตต่าง ๆ รับเป้า KPI. ไปปฏิบัติ ก็ทำรายงานส่งแบบไม่ทำจริงก็ได้คะแนนเต็ม เช่น ให้ทุกเขตมีทางจักรยาน 10 กม. บางเขตก็เอาทางเข้าวัดมาเขียนเป็นรายงานส่ง ไม่มีการตรวจสอบว่าทำได้จริงหรือไม่
8. ขาดแผนงานและการตั้งเป้าหมาย เช่น ให้มีการใช้จักรยานแทนรถยนต์ร้อยละเท่าไร ในเวลาเท่าไร จะสร้างทางจักรยานหรือตีเส้นทางจักรยานให้ได้กี่ กม. ภายในปีไหน จะให้กรุงเทพเป็นเมืองจักรยาน เหมือนเมืองหลวงอื่น ๆ ในโลกเมื่อใด
9. ขาดการทำแบบอย่างของผู้บริหารให้เห็นว่า ผู้ว่า รองผู้ว่า ผู้บริหาร กทม. ยังใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่วูบวาบแค่บางวัน หรือสร้างภาพเวลาหาเสียง
10. สี่ปีข้างหน้า ไม่ว่าจะได้ผู้บริหารชุดเดิมหรือชุดใหม่ ขอให้เป็นผู้ว่า กทม. ที่ รณรงค์เรื่องจักรยานรักษ์โลกอย่างจริงจัง ไม่ใช่ขี่จักรยานเพื่อหาเสียงเท่านั้น

