ตำรวจทางหลวงชุมพรตาไว! รวบพี่ชายอดีตพระธรรมกาย นอมินีเครือข่ายฟอกเงินทุจริต "สหกรณ์คลองจั่น" ขณะพาเมียท้องแก่ชิ่งเก๋งหนีกบดานภาคใต้ อ้างไร้บัตร ปชช.-ไม่ยอมบอกชื่อ แต่ไม่รอดสายตาตำรวจแอบเห็น "สมุดฝากครรภ์" มีชื่อเป็นพ่อ เช็กประวัติพบเป็นผู้ต้องหารายสำคัญ
วันนี้ ( 28 พ.ค.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการ พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ร.ต.อ.วิมล แก้วชู รอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.และ ร.ต.ต.ใจเทพ สาลีรอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพร ร่วมกันระดมกวาดล้างอาชญากรรมอย่างเข้มงวด บนถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) บริเวณ กม.442+500 ฝั่งขาล่องใต้ ต.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร กระทั่งพบรถยนต์เก๋ง มาสด้า 2 สีเทา ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ขับแซงขวาขึ้นมาด้วยท่าทีมีพิรุธและลักษณะผิดปกติ เจ้าหน้าที่จึงเปิดสัญญาณไฟวับวาบพร้อมส่งสัญญาณเรียกให้หยุดตรวจทันที
เมื่อรถคันดังกล่าวจอดสนิท เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบคนขับคือ นายกิตติธัช หรือ “ดอน” อายุ 51 ปี แสดงอาการเลิ่กลั่ก หน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด พร้อมอ้างว่ากำลังขับรถพาครอบครัวเดินทางจาก จ.นครสวรรค์ จะไปส่งที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อขอดูเอกสารประจำตัว นายดอนกลับบ่ายเบี่ยง อ้างไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีใบขับขี่ และปิดปากเงียบไม่ยอมให้ข้อมูลส่วนตัวใด ๆ
แต่ระหว่างนั้นตำรวจชุดจับกุมเหลือบไปเห็น "สมุดฝากครรภ์" เล่มหนึ่งวางเด่นหราอยู่บริเวณคอนโซลหน้ารถ จึงหยิบมาเปิดตรวจเช็กดูอย่างละเอียด จนพบชื่อ "นายกิตติธัช" อยู่ในฐานะบิดา เจ้าหน้าที่จึง นำเลขบัตรประจำตัวประชาชนไปตรวจเช็กในระบบฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบมีหมายจับติดตัวถึง 2 คดีรวด ประกอบด้วย หมายจับศาลอาญา ข้อหา “ร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน” และหมายจับศาลแขวงนครสวรรค์ ข้อหา “ฉ้อโกง”
จากการตรวจสอบเชิงลึกทราบว่า นายกิตติธัช เป็นพี่ชายของ นายสถาพร (สงวนนามสกุล) อดีตพระลูกวัดพระธรรมกาย ซึ่งถือเป็น "คีย์แมน" สำคัญในคดีมหากาพย์ทุจริตยักยอกทรัพย์ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดยนายกิตติธัช ทำหน้าที่เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บริษัท เอส.ดับบลิว. นครสวรรค์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด และเครือข่ายอีกหลายบริษัท ซึ่งถูกใช้เป็นแหล่ง "พักเงินและฟอกเงิน" ที่ยักยอกมาจากสหกรณ์ฯ มาแปลงสภาพเป็นที่ดิน หุ้น และทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล โดยก่อนหน้านี้ ป.ป.ง. ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินในชื่อของนายกิตติธัช ทั้งที่ดินและเงินในตู้เซฟไปแล้วเป็นจำนวนมาก
จากการสำรวจสภาพภายในรถเก๋งคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบว่ามีการขนสัมภาระอัดแน่นเต็มคันรถ คาดว่าไม่ใช่การเดินทางท่องเที่ยวหรือไปส่งครอบครัวธรรมดา ๆ แต่เป็นการตั้งใจย้ายถิ่นฐาน หอบลูกเมียหนีภูมิลำเนาเดิมหลังจากรู้ตัวว่าถูกออกหมายจับตั้งแต่ช่วงปี 2568 หวังจะลงไปกบดานในพื้นที่ภาคใต้ แต่สุดท้ายไปไม่รอดถูกจับคาด่านทางหลวงชุมพรเพราะสมุดฝากครรภ์เล่มเดียว
สอบสวนเบื้องต้น นายกิตติธัช ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาและรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนำส่งศาลอาญา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลในส่วนของทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องต่อไป

