xs
xsm
sm
md
lg

ระบอบสีน้ำเงิน คำแสลงหู 'ภูมิใจไทย' ตีมึนไม่เข้าใจ ส.ว.ออกมาฟาดอีก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วาทกรรมระบอบสีน้ำเงินยังแรง ภูมิใจไทยตีมึนไม่เข้าใจคืออะไร ด้าน ส.ว. ฟาดกลับเดือด ชี้เป็นแผนลดทอนความเชื่อมั่นสถาบันหลักของชาติ

ดูเหมือนคำว่า 'ระบอบสีน้ำเงิน' จะกลายเป็นคำแสลงหูของพรรคภูมิใจไทยไปแล้ว ภายหลังยังคงมีการออกตอบโต้อย่างต่อเองล่าสุดถึงคิว นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่า การเมืองที่ผ่านการเลือกตั้งมาล้วนเป็นเอเย่นต์ทั้งนั้น เป็นเอเย่นต์ของพี่น้องประชาชนที่ตัดสินใจเลือกเข้ามา และพรรคภูมิใจไทยก็เป็นเอเย่นต์ของพี่น้องประชาชนที่ผ่านการเลือกตั้ง นำเสนอนโยบาย และถูกใจจนได้รับเลือกเข้ามา เป็นเอเย่นต์ของพวกเขา เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน ก็เป็นเอเย่นต์ของคนที่กากบาทเลือกเข้ามา เพื่อทำภารกิจตามที่ได้สัญญากับประชาชน

นายภราดร กล่าวว่า สำหรับคำว่าระบอบสีน้ำเงิน ส่วนตัวไม่ทราบว่าหมายถึงอะไร แต่พรรคภูมิใจไทยมีสีน้ำเงินเป็นสัญลักษณ์ และพวกเราก็ถูกเรียกว่า พรรคสีน้ำเงิน ดังนั้นยอมรับว่าเป็นพรรคสีน้ำเงิน เติบโตขึ้นจากการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. และก่อนหน้านั้น พรรคสีน้ำเงินโตขึ้นจากพรรคสีส้ม พรรคภูมิใจไทยมีเพียง 70 เสียง ไม่สามารถที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ และเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งเกิดขึ้นจากการสนับสนุนของพรรคสีส้ม ทำให้พวกผมได้มีโอกาสเป็นรัฐบาล ทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

นายภราดร กล่าวว่า การเคลื่อนไหวที่ออกมาเป็นเพียงการสร้างวาทกรรม และดิสเครดิตรัฐบาล จึงอยากให้กลับมาทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจ ไม่ใช่มุ่งสร้างวาทกรรมใหม่ เป็นระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าระบอบสีน้ำเงินคืออะไร ดังนั้น ตนขอย้ำอีกครั้งว่าขณะนี้มีแต่ พรรคสีน้ำเงิน

ด้าน ท่าทีของวุฒิสภานั้น พลตำรวจโท ยุทธนา ไทยภักดี ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สมาชิกวุฒิสภา นำคณะกรรมาธิการ แถลงจุดยืน ที่ไม่เห็นด้วยกับข้อความของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เกี่ยวกับกาาเสนอยกเลิกการแต่งตั้งคณะองคมนตรี โดยพลตำรวจตรี ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้ประกาศจุดยืนของ กมธ.ว่า การที่มีการกล่าวหาเรื่องระบอบสีน้ำเงิน กินรวบประเทศไทย เป็นความพยายามสร้างวาทกรรมของบางฝ่าย เป็นความพยายามในการลดความเชื่อมั่นจากประชาชนต่อเสาหลักของบ้านเมือง และการโยงสี โยงคนรอบสถาบัน ปล่อยให้สังคมตีความกันเอง แบบมีนัยยะซ่อนเร้น เป็นการตีวัวกระทบคราดเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดมาตรา 112 โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจผิดต่อองคมนตรีว่า มีการเข้าแทรกแซง สั่งการรัฐบาลการกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีการแสดงความเห็นนำไปสู่การสร้างกระแสสังคมที่วิจารณ์องคมนตรี เพื่อให้ประชาชนไม่ยอมรับองคมนตรีนำไปสู่การเสนอข้อเรียกร้องให้ยกเลิกองคมนตรี พฤติการณ์ดังกล่าวของแกนนำพรรคประชาชน อาจจะส่งผลกระทบต่อการพิจารณาคดี 44 สส. ที่อยู่ในชั้นศาลฎีกา และศาลฯ ไม่ได้สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนหน้านี้