xs
xsm
sm
md
lg

เปียงยางยิงมิสไซล์พิสัยใกล้ทดสอบทันทีหลัง “เกาหลีใต้” เล็งเสริมแสนยานุภาพเตรียมจัดหา “เรือดำน้ำนิวเคลียร์” ลำแรกของประเทศเข้าประจำการภายในปี 2030

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เอเจนซีส์/รอยเตอร์ – เปียงยางบ่ายวันอังคาร(26 พ.ค)ยิงมิสไซล์พิสัยใกล้จำนวนมากบินไกล 80 ก.มก่อนที่จะตกลงในทะเละหว่างประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มย็องประชุมจัดซื้อเรือดำน้ำนิวเคลียร์เพื่อป้องปรามเกาหลีเหนือเพื่อเปิดใช้ภายในช่วงยุคปี 2030

ดิอินดีเพนเดนท์ของอังกฤษรายงานวันนี้(26 พ.ค)ว่า กองทัพเกาหลีใต้แถลงสามารถตรวจจับการยิงทดสอบมิสไซล์เกาหลีเหนือรวมถึงมิสไซล์พิสัยใกล้ ที่เชื่อว่ายิงออกมาจากชองจู(Chongju) จ.พย็องอันเหนือ (North Pyongan) มุ่งหน้าสู่ทะเลตะวันตก

มิสไซล์บินไกลเป็นระยะทางราว 80 กิโลเมตรก่อนตกลงในทะเล

เป็นการยิงทดสอบมิสไซล์เกิดขึ้นเมื่อเวลาราว 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอังคาร(26)

สื่ออังกฤษชี้ว่าเป็นครั้งแรกที่เปียงยางยิงทดสอบนับตั้งแต่วันที่ 19 เม.ยที่ได้มีการทดสอบมิสไซล์ยุทธวิธีแบบภาคพื้นสู่ภาคพื้น Hwasongpho-11 ที่ติดหัวรบระเบิดคลัสเตอร์ รู้จักในชื่อมิสไซล์อิสคานเดอร์เกาหลีเหนือ (North Korean Iskander)

และการทดสอบในครั้งนั้นมาพร้อมการทดสอบระเบิดไฟเบอร์คาร์บอนและระบบอาวุธพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าที่เปียงยางระบุว่า เป็นอาวุธพิเศษสำหรับกองทัพเกาหลีเหนือ

การยิงทดสอบล่าสุดเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มย็อง (Lee Jae-myung) เป็นผู้นำประชุมคณะครม.เกาหลีใต้เรียกร้องให้เพิ่มความพยายามเพื่อเสริมแสนยานุภาพกองทัพเกาหลีใต้ให้แข็งแกร่ง

ในที่ประชุมผู้นำโซลสั่งให้รัฐบาลเร่งความพยายามในการจัดซื้อเรือดำน้ำนิวเคลียร์และเร่งการเปลี่ยนให้การควบคุมกองกำลังยามสงครามจากสหรัฐฯมาที่เกาหลีใต้

รอยเตอร์รายงานว่า ในการเปิดเผยของแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ที่กล่าววันอังคาร(26)ว่า เป็นการจัดหาเรือดำน้ำนิวเคลียร์ลำแรกของประเทศที่มีเป้าหมายต้องการจะให้เข้าประจำการให้ได้ภายในช่วงปียุค 2030 เพื่อป้องปามเกาหลีเหนือจากการใช้เรือดำน้ำยิงมิสไซล์นิวเคลียร์และมิสไซล์ต่างๆ

ทั้งนี้เรือดำน้ำนิวเคลียร์จะต่อขึ้นภายในประเทศและจะใช้พลังงานยูเรเนียมเสริมสมรรถนะต่ำ และโครงการเรือดำน้ำนิวเคลียร์ แต่อย่างไรก็ตามเกาหลีใต้จะยังคงยึดข้อผูกพันที่จะไม่จัดหานิวเคลียร์หรือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

รัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้ อัน กยู-แบ็ก (Ahn Gyu-back) เปิดเผยว่า โซลจะทำงานใกล้ชิดกับสหรัฐฯระหว่างกระบวนการให้ได้มาซึ่งพลังงานยูเรเนียมเสริมสมรรถนะต่ำเพื่อเป็นหลักประกันกฎการไม่แพร่กระจายนิวเคลียร์และจะทำงานร่วมกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ IAEA

ดิอินดีเพนเดนท์รายงานว่า ในขณะที่เกาหลีเหนือที่ประกาศตัวว่าเป็นชาติมหาอำนาจทางนิวเคลียร์เตรียมที่จะต้อนรับการมาเยือนครั้งสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนนี้จากพันธมิตรใกล้ชิด ประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง

เป็นการเยือนเกาหลีเหนือครั้งแรกในรอบ 7 ปีซึ่งหากเกิดขึ้นจะทำให้ผู้นำปักกิ่งที่ภายในเดือนเดียวจะพบกับประธานาธิบดีถึง 3 คนตั้งแต่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน ไปจนถึงประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ คิม จองอึน