xs
xsm
sm
md
lg

89 สว.แถลงโต้ “ณัฐพงษ์” กล่าวหาเป็นระบอบสีน้ำเงิน-มรดกรัฐประหาร ซัดยุยงปลุกปั่น จี้ขอโทษภายใน 3 วัน หากเฉยเจอฟ้อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“พิสิษฐ์” นำ 89 สว. แถลงโต้ “ณัฐพงษ์” ปมกล่าวหา “ระบอบสีน้ำเงิน-มรดกรัฐประหาร” ซัดเป็นพฤติกรรมเลวร้ายที่สุด ยุยงปลุกปั่นสังคม พร้อมยื่นคำขาดขอโทษภายใน 3 วัน ไม่เช่นนั้นเดินหน้าดำเนินคดี ยืนยัน สว.ไม่อยู่ใต้อาณัติพรรคการเมืองใด พร้อมคงเงื่อนไขใช้เสียง สว. 1 ใน 3 แก้รัฐธรรมนูญ และห้ามแตะหมวดสถาบันฯ

วันนี้( 25 พ.ค.) คณะสมาชิกวุฒิสภา (สว.) นำโดย นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิป สว.) พร้อมสมาชิกวุฒิสภา 89 คน อาทิ นายสมบูรณ์ หนูนวล นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล และนายอลงกต วรกี ร่วมกันแถลงข่าวประณามกรณี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กพาดพิงวุฒิสภาว่าเป็น “วุฒิสภาสีน้ำเงิน” และเป็นผลพวงจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งเป็นมรดกจากการรัฐประหาร
นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ข้อกล่าวหาของนายณัฐพงษ์ไม่เป็นความจริง และถือเป็น “พฤติกรรมที่เลวร้ายที่สุด” พร้อมเรียกร้องให้ออกมาแถลงขอโทษต่อวุฒิสภาภายใน 3 วัน หากไม่ดำเนินการ สมาชิกวุฒิสภาจำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อปกป้ององค์กรวุฒิสภาจากการกระทำที่มีเจตนาทำลายความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชนต่อองค์กร

นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า การกล่าวหาว่าวุฒิสภาเป็นผลพวงจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่เป็นความจริง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวผ่านประชามติจากประชาชน และมีการเลือกตั้งทั่วไปมาแล้ว 3 ครั้ง ในปี 2562 ปี 2566 และปี 2569 โดยพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน ต่างก็ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งภายใต้กติกาดังกล่าว อีกทั้งในการเลือกตั้งปี 2566 พรรคก้าวไกลยังได้ สส. อันดับ 1 ของประเทศ จึงไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ขาดความชอบธรรม

“การที่พรรคของนายณัฐพงษ์ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ทำให้พยายามออกมาทำร้ายและยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนเข้าใจผิด” นายพิสิษฐ์ กล่าว

นายพิสิษฐ์ ยังยืนยันว่าสว.ชุดปัจจุบันมาจากกระบวนการเลือกกันเองของกลุ่มอาชีพตามรัฐธรรมนูญ แม้จะมีข้อร้องเรียนหรือการตรวจสอบ แต่ตราบใดที่องค์กรอิสระหรือศาลยังไม่มีคำวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น ก็ต้องถือว่าการได้มาซึ่งตำแหน่งเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย พร้อมย้ำว่า สมาชิกวุฒิสภาทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง อิสระ และซื่อสัตย์สุจริต ไม่เคยใช้อำนาจอย่างฉ้อฉลหรือบิดเบือน

สมาชิกวุฒิสภามาตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย สมาชิกวุฒิสภาทุกคนถูกตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย โดยองค์กรอิสระซึ่งสมาชิกบางคนถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง โดยศาล ดังนั้นการกล่าวหาว่าประชาชนตรวจสอบหรือถอดถอนพวกเราไม่ได้ จึงเป็นความเท็จ เป็นความบิดเบือนความจริงด้วยเจตนาที่ให้ร้ายต่อองค์กรวุฒิสภา องค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญซึ่ง เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ จึงขอเรียกร้องให้นายณัฐพงษ์ อธิบายให้ชัดเจนว่า ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินหมายถึงสถาบันใด หรือใค

“หากนายณัฐพงษ์มีเจตนาที่จะทำการเมืองอย่างสุจริต ต้องทำให้เกิดความชัดเจนในเรื่องนี้ รวมถึงการกล่าวหาสถาบันใด บุคคลใด ต้องตรงไปตรงมา อย่าใช้สำบัดสำนวน หรือโวหารที่ต้องการให้มีการตีความ แปลความจนก่อให้เกิดความเข้าใจผิดทำให้เกิด ความเสียหาย กับสมาชิกวุฒิสภา องค์กร อิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าสว.ไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติใคร หรือสถาบันการเมืองใด ไม่ได้อยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ไม่เคยใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล หรือบิดเบือนแต่อย่างใด การกล่าวหาของนายณัฐพงษ์ทำให้สมาชิกวุฒิสภาไม่สบายใจ และเสียใจ เพราะนายณัฐพงษ์ก็เป็นหนึ่งในสมาชิกรัฐสภา แต่กลับมากล่าวหาสมาชิกรัฐสภาด้วยกัน ด้วยความเท็จ มีเจตนาให้ร้ายสมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาอย่างชัดเจน”นายพิสิษฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่าหากนายณัฐพงษ์ไม่ขอโทษ จะมีผลต่อการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน แต่ย้อนถามกลับว่า พรรคประชาชนมีเจตนาจะแก้รัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาโจมตี สว.อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 กำหนดให้ต้องใช้เสียง สว. เห็นชอบอย่างน้อย 1 ใน 3

นายพิสิษฐ์ ยังยืนยันจุดยืนส่วนตัวว่า ควรคงหลักเกณฑ์ใช้เสียง สว. 1 ใน 3 ในการแก้รัฐธรรมนูญต่อไป แม้จะมีข้อเสนอจากพรรคภูมิใจไทยให้ลดเหลือ 1 ใน 4 พร้อมย้ำว่า ต้องไม่แก้ไขหมวด 1 หมวด 2 และมาตราที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์

ส่วนกรณีที่มีคำถามถึงแนวทางการโหวตของ สว. ที่ถูกมองว่าไปในทิศทางเดียวกับพรรคภูมิใจไทย นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า การลงมติของ สว. เป็นการใช้วิจารณญาณตามบทบาทฝ่ายนิติบัญญัติ โดยยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง