xs
xsm
sm
md
lg

เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบายน้ำ รับน้ำเหนือหลาก เตือน 7 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวังระดับน้ำสูงขึ้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ชัยนาท - สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาเริ่มมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น หลังฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ส่งผลให้กรมชลประทานต้องเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมแจ้งเตือน 7 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวังระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในระยะนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (25 พ.ค.) ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C2 จ.นครสวรรค์ อยู่ที่ 1,095 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 37 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ยกตัวสูงขึ้นอยู่ที่ระดับ 16.42 เมตร (รทก.)

จากสถานการณ์ดังกล่าว กรมชลประทาน ได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จากเดิม 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 690 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนบริเวณ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ระดับ 9.67 เมตร (รทก.) สูงขึ้นจากเมื่อวาน 1.07 เมตร แต่ยังต่ำกว่าตลิ่ง 6.67 เมตร

ขณะเดียวกัน ยังมีการเพิ่มการส่งน้ำเข้าคลองชลประทานทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จากเดิม 459 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 470 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อย่างเหมาะสม

นายสงกรานต์ ชลอศรีทอง ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 7 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท อุทัยธานี สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และ ลพบุรี เพื่อประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการ และประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ
โดยเฉพาะพื้นที่ตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลงไปจนถึง ต.บ้านกระทุ่ม ต.หัวเวียง อ.เสนา และ ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งคาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 1.50 เมตร

ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 12 จะควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ประมาณ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อย่างไรก็ตาม หากมีปริมาณน้ำหลากเพิ่มขึ้นจนทำให้ต้องระบายน้ำมากกว่าเกณฑ์ดังกล่าว กรมชลประทานจะแจ้งสถานการณ์ให้ประชาชนรับทราบต่อไป