xs
xsm
sm
md
lg

บุกรวบ “หมอดูตำราเขมร” แก้ดวงความรัก ลวงสาวขยี้สวาทล้างอาถรรพ์-หลอกโอนเงินทำพิธีอีก1.7 ล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ข่าว​ศรี​ราชา​- ตำรวจนาจอมเทียน บุกรวบ “หมอดูตำราเขมร” แก้ดวงความรัก ลวงสาวขยี้สวาทล้างอาถรรพ์ หลอกโอนเงินค่าทำพิธี-เครื่องบูชามากถึง 1.7 ล้านบาท

วันนี้ (23 พ.ค.) พ.ต.อ.พิสิทธิ์ ตั้งศิริเสถียร ผกก.สภ.นาจอมเทียน ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.อดิศร กองโกย รอง ผกก.สส. และ ร.ต.อ.จำนงค์ สารชาติ รอง สว.สส.สภ.นาจอมเทียน นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าจับกุม นายบุญญฤทธิ์ อายุ 65 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ในคดี “ฉ้อโกงทรัพย์ และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น”

โดยจับกุมตัวได้ภายในตำหนักหมอดู "บ้านหมอดูตำราเขมรโบราณ" เลขที่ 19/14 ม. 7 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

การจับกุมดังกล่าวเป็นผลจากที่มีผู้เสียหายเป็นหญิงสาว ที่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่า ถูกผู้ต้องหาใช้วาจาพูดจาหว่านล้อมสร้างความน่าเชื่อถืออ้างว่ากำลังถูกเจ้ากรรมนายเวรตามเล่นงาน หากไม่รีบทำพิธีเปิดดวง สะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา ​ชีวิตจะยิ่งตกต่ำ ความรักจะพัง และอาจเกิดเคราะห์หนักถึงขั้นสูญเสียคนรักไปตลอดชีวิต

และยังอ้างว่าต้องใช้เครื่องเซ่นไหว้ครูบาอาจารย์สายเขมรเข้าช่วย จน ผู้เสียหายหลงเชื่อทยอยโอนเงินค่าครู ค่าทำพิธี และค่าเครื่องบูชาหลายครั้งต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ม.ค.-มี.ค.2569 รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,700,000 บาท


โดยผู้เสียหาย เผยว่าก่อนหน้านี้ ตนเอง ตกอยู่ในภาวะทุกข์ใจอย่างหนักจากปัญหาความรักจนเกิดความเครียดหันไปพึ่งความเชื่อทางไสยศาสตร์ กระทั่งมีผู้แนะนำให้รู้จักกับผู้ต้องหา ที่เปิดตัวเป็น “หมอดูตำราเขมรโบราณ” อ้างว่ามีวิชาแก่กล้า สามารถแก้กรรม ต่อดวง เรียกคนรักกลับคืน รวมถึงถอนคุณไสยและสิ่งไม่ดีออกจากชีวิตได้

นอกจากนั้นระหว่างทำพิธี ผู้ต้องหายังอ้างว่าจำเป็นต้องทำ “พิธีล้างอาถรรพ์ทางกาย” เพื่อเปิดดวงความรักและถอนพลังไม่ดีออกจากร่าง โดยอาศัยจังหวะดังกล่าวลวนลามและก่อเหตุข่มขืน พร้อมอ้างว่าเป็นขั้นตอนสำคัญของพิธีกรรม ซึ่งผู้เสียหายตกอยู่ในภาวะหวาดกลัว สับสนจนไม่กล้าขัดขืน

" กระทั่งเวลาผ่านไปจึงเริ่มเอะใจว่าถูกหลอกจนต้อวสูญเงินจำนวนมหาศาล และถูกกระทำย่ำยีทางร่างกายและจิตใจ จึงตัดสินใจรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.นาจอมเทียน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย" ผู้เสียหาย กล่าว


ด้าน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ข้อความสนทนาและพยานแวดล้อมจนพบว่า ผู้ต้องหา มีพฤติการณ์เข้าข่ายหลอกลวงและล่วงละเมิดทางเพศ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ และสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุด

แต่นายบุญญฤทธิ์ ยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเงินทั้งหมดผู้เสียหายสมัครใจมอบให้ ส่วนความสัมพันธ์เป็นไปด้วยความยินยอมทั้งสองฝ่าย

อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากพยานหลักฐานหลายส่วนสอดคล้องกับคำให้การของผู้เสียหาย จึงควบคุมตัวผู้ต้องหา​ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย