xs
xsm
sm
md
lg

แม่สายยังเสี่ยง!น้ำสายเคยกว้างนับร้อยเมตรเหลือแค่ 20-30% แผนรื้ออาคารขวางทางน้ำไม่คืบ วันนี้ได้แค่ซ่อมบิ๊กแบ็ค

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เชียงราย – น้ำสายเคยกว้างนับร้อยเมตร ตอนนี้เหลือแค่ 20-30% นักวิชาการภัยพิบัติ ฟันธง..น้ำมามากเมื่อไหร่พนังกั้น(กลางแม่น้ำในอดีต)เอาไม่อยู่ แถมพนังฝั่งไทยยังต่ำกว่าพม่าเป็นเมตร ขณะที่ปฏิบัติการสกัดน้ำสายล้นทะลักท่วมซ้ำ ล่าสุดยังทำได้แค่ระดมซ่อมบิ๊กแบ็ค แผนรื้อถอนอาคารไม่คืบ ชี้จังหวัดฯได้งบ-ธนารักษ์ยังเงียบ ชาวบ้านขอที่ดินใหม่/ค่าชดเชย


ขณะนี้ทหารกองพลทหารพัฒนาที่ 3 หน่วยทหารช่างกองทัพภาคที่ 3 มณฑลทหารบกที่ 37 จิตอาสา ฝ่ายปกครอง จ.เชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้นำกำลังพร้อมเครื่องจักรต่างๆ เร่งซ่อมแซมแนวป้องกันน้ำชั่วคราวริมฝั่งแม่น้ำสายชายแดนไทย-เมียนมา เพื่อรองรับฤดูฝนปี 69 ที่มาถึงซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนชายแดน

เจ้าหน้าที่ได้แบ่งการซ่อมแซมไปตามแนวป้องกันชั่วคราวและกึ่งถาวรที่กรมการทหารช่างเคยก่อสร้างเอาไว้เมื่อปี 2568 ได้แก่โซน A1 ชุมชนหัวฝายที่เป็นจุดรับน้ำแรก ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย มีการวางถุงบิ๊กแบ็คเพิ่มเติมอีก 152 ถุง โซน B2 เพิ่มเติมจำนวน 86 ถุง และพื้นที่โซน C4 เพิ่มเติมอีกจำนวน 170 ถุง ภาพรวมผลการปฏิบัติมีความคืบหน้าแล้วกว่า 21.23 % กำหนดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.ให้แล้วเสร็จในวันที่ 28 มิ.ย.2569 รวมระยะเวลา 45 วัน

ด้าน อ.แม่สาย และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เขต 15 ได้เตรียมรถแบคโฮไว้บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 เพื่อขุดตักเศษวัชพืชและขยะออกหากมีน้ำหลาก


รศ.ชูโชค อายุพงศ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยด้านการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยหลังตรวจสอบพื้นที่ว่าขณะนี้แม่น้ำสายมีการสร้างพนังกั้นน้ำทั้งฝั่งไทยและเมียนมา โดยฝั่งไทยเป็นฐานเสริมด้วยบิ๊กแบ็คซึ่งอยู่ได้นาน 8 เดือนถึง 1 ปีก็จะสลายไปแต่ก็มีแนวกำแพงอยู่อีกชั้นหนึ่ง

อย่างไรก็ตามในอดีตแม่น้ำสายเคยกว้าง 100 กว่าเมตรปัจจุบันเหลือเพียง 20-30% จากความกว้างเดิม ดังนั้นพนังที่สร้างกันอยู่คือตรงกลางแม่น้ำในอดีต เมื่อน้ำไหลมามากพนังทั้ง 2 ฝั่งก็อาจจะต้านไม่ได้ เพราะแม้น้ำจะไม่ล้นตลิ่งก็อาจจะลอดใต้พนังด้วยแรงดัน หรือหากน้ำมามากก็จะพังพนังหรือล้นพนัง โดยเฉพาะฝั่งไทยที่พนังต่ำกว่าฝั่งเมียนมากกว่า 1 เมตร

รศ.ชูโชค กล่าวว่าการแก้ไขปัญหาจึงต้องคืนสภาพแม่น้ำให้กว้างเป็น 100 เมตรเท่าเดิมตามที่ธรรมชาติได้สร้างร่องน้ำนี้ขึ้น โดยย้ายอาคารและผู้คนที่รุกล้ำออกไป ต้องจัดหาที่อยู่อาศัยและเยียวยา ระยะเร่งด่วนก็คือต้องรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างที่ขวางทางน้ำออกไป โดย จ.เชียงราย ก็ได้รับงบประมาณแล้ว 39 ล้านบาทและทราบว่ามีการเสนอเรื่องไปยังกรมธนารักษ์แล้วแต่ยังไม่มีการตอบรับ ทำให้โครงการรื้อถอนไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้พอเข้าใจในระเบียบของราชการที่อาจล่าช้าแต่เนื่องจากเป็นสถานการณ์ไม่ปกติจึงเสนอให้กรมธนารักษ์ได้พิจารณาเป็นกรณีพิเศษด้วย


ด้านนายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย กล่าวว่าพื้นที่บางส่วนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำสายตั้งอยู่บนที่ราชพัสดุและอาคารของเอกชน ซึ่งถือเป็นอุปสรรคที่ขวางทางน้ำอยู่ ที่ผ่านเจ้าหน้าที่ได้มีการเจรจากับคนที่อยู่อาศัยจนยินยอมให้รื้อถอนออกไปแล้ว แต่ติดระเบียบทำให้ยังรื้อไม่ได้ ส่วนชาวบ้านแม้จะยินยอมแต่ขอให้ทางอำเภอและเทศบาลได้จัดหาที่ดินเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยทดแทน หรือหากจัดหาที่ดินไม่ได้ก็จะมีการค่าชดเชยให้ด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่าก่อนหน้านี้กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ว่าจ้างเอกชนศึกษาเพื่อออกแบบระบบป้องกันแม่น้ำสายท่วมหลังเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2567 จนสร้างความเสียหายอย่างหนัก เมื่อตรวจสอบพื้นที่ริมฝั่งพบสิ่งปลูกสร้างที่ต้องรื้อถอนตลอดแนวจำนวน 843 หลัง อยู่ในที่ราชพัสดุ 162 หลัง ที่สาธารณะและอื่นๆ 503 หลัง จึงมีแผนจัดหาที่ดินเพื่อรองรับการตั้งถิ่นฐานของผู้ที่ได้รับผลกระทบเอาไว้หลายแห่ง และจะมีการสร้างคันกั้นน้ำถาวร ถนน ทางระบายน้ำ ปรับภูมิทัศน์และอื่นๆ ด้วยงบประมาณทั้งสิ้น 2,950 ล้านบาทโดยสำรวจและออกแบบตั้งแต่ปลายปี 2568-กลางปี 2569 ระยะเวลา 6 เดือน ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการด้านต่างๆ ตั้งแต่ปี 2569 สิ้นสุดโครงการในปี 2575