มีข่าวลือแพร่สะพัดว่าที่ประชุมลับ ณ ทำเนียบขาว ได้โหมกระพือการโต้เถียงอย่างเผ็ดร้อนระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯกับรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ในเรื่องเกี่ยวกับยุทธศาสตร์จัดการกับอิหร่าน โดย Israel Hayom สื่อมวลชนอิสราเอล ชี้ว่าเวลานี้รัฐบาลสหรัฐฯกำลังมีความเห็นแตกแยกกันระหว่างตัวเลือกยกระดับกดดันด้านการทหารกับเดินหน้าเจรจากับเตหะราน
รายงานข่าวระบุว่า ทรัมป์ ถึงกับคุมอารมณ์ไม่อยู่โมโหสุดเหวี่ยง แต่ทาง แวนซ์ ก็ตอบโต้กลับในทันทีเช่นกัน ระหว่างการประชุม
ตามรายงานของ Israel Hayom ระบุว่าที่ประชุมระดับสูง ณ ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ได้เผยให้เห็นถึงความไม่ลงรอยกันอย่างรุนแรงภายในรัฐบาลสหรัฐฯ ในเรื่องยุทธศาสตร์ในขั้นท้ายสุดในประเด็นอิหร่าน
แหล่งข่าวเปิดเผยกับ Israel Hayom ว่าความตึงเครียด ณ ที่ประชุม ลุกลามขึ้นเมื่อ ทรัมป์ เปิดฉากพูดโจมตี แวนซ์ และทูตพิเศษของเขา สตีฟ วิตคอฟฟ์ กับ จาเรด คุชเนอร์ อย่างรุนแรง
ประธานาธิบดีสหรัฐฯกล่าวหาทั้ง 3 คนว่าช่วยอิหร่าน "ซื้อเวลา" ขณะเดียวกันก็บ่อนทำลายภาพลักษณ์แข็งกร้าวของวอชิงตัน และทำอเมริกาดูเหมือนเป็นคนโลเล อย่างไรก็ตาม แวนซ์ แสดงปฏิกิริยาตอบโต้กลับอย่างรุนแรง ในการประชุมลับดังกล่าว
รองประธานาธิบดีแวนซ์ โต้แย้งว่า วอชิงตัน จำเป็นต้องยุติปฏิบัติการทางทหารที่ยืดเยื้อในต่างแดน นำกำลังพลอเมริกากลับบ้าน และมุ่งเน้นจัดการกับปัญหาทางเศรษฐกิจต่างๆนานาในประเทศ เขาเน้นย้ำว่าลำดับความสำคัญสูงสุดในตอนนี้ ควรเป็นการปรับลดราคาน้ำมันโลกให้ต่ำลง และผ่อนคลายแรงกดดันที่มีต่อประชาชนชาวอเมริกา
Israel Hayom ระบุว่าทำเนียบขาวมีความเห็นแตกแยกกันอย่างรุนแรงในแนวทางจัดการกับอิหร่าน แต่แหล่งข่าวบ่งชี้ว่าท้ายที่สุดแล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เลือกที่จะเดินหน้ารักษาไว้ซึ่งช่องทางการเจรจากับเตหะราน ตามกรอบข้อเสนอของรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ และบรรดาทูตพิเศษ แต่ทาง มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีคลัง มีมุมมองในทางตรงกันข้าม
รายงานของ Israel Hayom ระบุว่า รูบิโอ และ เฮกเซธ เชื่อว่าสหรัฐฯมีแค่หนทางเดียว คือการบีบให้อิหร่านยอมทำตามผ่าน "การกดดันขั้นสูงสุด" ในนั้นรวมถึงขู่ใช้ปฏิบัติการทางทหารโดยตรงและยกระดับคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม แวนซ์ ประเมินว่าข้อเสนอล่าสุดของเตหะรานได้แสดงออกถึงสัญญาณความยืดหยุ่น และอาจเปิดทางสำหรับข้อตกลงเบื้องต้น โดยไม่ฉุดภูมิภาคเข้าสู่การเผชิญหน้าทางทหารเต็มรูปแบบ
แหล่งข่าวบ่งชี้ว่า วิตคอฟฟ์ และ คุชเนอร์ 2 ทูตพิเศษของทรัมป์ ก็ยืนหยัดอยู่ข้าง แวนซ์ หลังมีโอกาสได้ติดต่อพูดคุยกับบรรดาผู้นำของโอมาน, กาตาร์ และซาอุดีอาระเบีย ก่อนการประชุมที่ทำเนียบขาว พวกเขาอ้างว่าประเทศในตะวันออกกลางหลายชาติ เวลานี้ให้ความสำคัญสูงสุดกับการลดความตึงเครียด ไม่ใช่เข้าไปมีส่วนร่วมกับสงครามครั้งใหม่
กระนั้นทาง Israel Hayom รายงานว่าบรรดาพันธมิตรในตะวันออกกลางของสหรัฐฯก็มีความเห็นแตกแยกกันในเรื่องนี้เช่นกัน โดยแหล่งข่าวบ่งชี้ว่าอิสราเอลและยูเออีสนับสนุนให้ใช้มาตรการอันหนักหน่วงจัดการกับอิหร่านในทันที แม้มีความกังวลว่าที่ตั้งสำคัญๆของพวกเขาอาจตกเป็นเป้าหมายแก้แค้นของอิหร่าน
แต่ในทางกลับกัน ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ต้องการลดความตึงเครียด หลีกเลี่ยงความเสี่ยงการคืนชีพของความขัดแย้งทางทหาร และภาวะไร้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
ในความคืบหน้าล่าสุด มีรายงานว่า เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้แสดงความไม่พอใจ อิหร่าน เป็นอย่างมาก ระหว่างพูดคุยทางโทรศัพท์กับ ทรัมป์ โดยเจ้าหน้าที่รายหนึ่งเผยว่า เนทันยาฮู กล่าวหา เตหะราน เตะถ่วงการเจรจาเพื่อซื้อเวลา สำหรับพัฒนาโครงการนิวเคลียร์
ส่วนประธานาธิบดีทรัมป์ ตอบกลับด้วยการยอมรับว่าสถานการณ์ยุ่งยากซับซ้อน แต่เน้นย้ำสหรัฐฯยังคงมุ่งมั่นที่จะกำจัดภัยคุกคามนิวเคลียร์จากอิหร่านออกไปโดยสิ้นเชิง ขณะเดียวกันก็ยังคงเปิดประตูสำหรับการเจรจา
(ที่มา:Israel Hayom)

