xs
xsm
sm
md
lg

ทลาย "สปาจีนแฝงค้ากาม" กลางระยอง รวบผู้ดูแลร้านชาวจีนยัน พนง.นวดต่างด้าว 8 ราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ตำรวจตม.บุกทลาย “สปาจีนแฝงค้ากาม” กลางพื้นที่ระยอง รวบผู้ต้องหาหญิงชาวจีนผู้ดูแลร้าน ผู้จัดการยันพนักงานนวด ต่างด้าว 8 ราย



วันนี้ (21 พ.ค.) พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร โฆษก บก.ตม.3 เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับแจ้งจากสายลับว่า ภายในร้าน “กู้ยจูหลิน สปาเพื่อสุขภาพ” เลขที่ 202 ม.4 ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง มีพฤติการณ์เปิดบริการสปาและนวดเพื่อสุขภาพบังหน้า แต่ลักลอบแฝงการค้าประเวณีให้กับลูกค้าชาวจีน


โดยมี พ.ต.ท.ปิติพัฒน์ ศรีธนาอภินันท์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.จตุรโชค เพชรคง สว.สส.บก.ตม.3 และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.3 ร่วมวางแผนปฏิบัติการอำพรางเข้าล่อซื้อและรวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งพบว่าภายในร้านมีพนักงานคอยต้อนรับและเสนอบริการพิเศษ ในลักษณะนวดแบบบอดี้ทูบอดี้ พร้อมเสนอสามารถมีเพศสัมพันธ์กับหญิงให้บริการได้ โดยเรียกค่าบริการจำนวน 4,500 บาท ต่อเวลา 50 นาที

ต่อมาสายลับถูกพาขึ้นไปยังห้องบริการบริเวณชั้นบนของร้าน โดยพบหญิงชาวเวียดนาม 2 ราย เตรียมให้บริการในลักษณะเข้าข่ายค้าประเวณี เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้ชุดจับกุมเข้าตรวจค้นและแสดงตัวเข้าจับกุมผู้กระทำผิดทันที จากการตรวจค้นภายในอาคารพาณิชย์ 2 คูหา พบมีการดัดแปลงพื้นที่ชั้น 2 และชั้น 3 เป็นห้องให้บริการกว่า 10 ห้อง ภายในมีเตียงและอุปกรณ์สำหรับให้บริการ พร้อมตรวจพบถุงยางอนามัยและสารหล่อลื่นจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นพยานหลักฐาน

โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 8 ราย ได้แก่

1. MS. YUNPING (สงวนนามสกุล) หญิง สัญชาติจีน อายุ 51 ปี ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลกิจการร้าน

2. MS. YAN (สงวนนามสกุล) หญิง สัญชาติเมียนมา อายุ 32 ปี ทำหน้าที่ดูแลลูกค้า นำเสนอรูปแบบการนวด และการให้บริการทางเพศแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ

3. MR. BINGLIAN (สงวนนามสกุล) ชาย สัญชาติจีน อายุ 51 ปี ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ และดูแลความปลอดภัยของร้าน

4. MS. THI BE (สงวนนามสกุล) หญิง สัญชาติเวียดนาม อายุ 32 ปี ทำหน้าที่เป็นพนักงานนวด และการให้บริการทางเพศแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ

5. MS.THI BICH (สงวนนามสกุล) หญิง สัญชาติเวียดนาม อายุ 29 ปี ทำหน้าที่เป็นพนักงานนวด และการให้บริการทางเพศแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ

6. MS. NANG MO (สงวนนามสกุล) หญิง สัญชาติเมียนมา อายุ 44 ปี ทำหน้าที่เป็นพนักงานนวดภายในร้าน

7. MS. NAN (สงวนนามสกุล) หญิง สัญชาติเมียนมา อายุ 37 ปี ทำหน้าที่เป็นแม่บ้านภายในร้าน

8. MS. WIN YEE (สงวนนามสกุล) หญิงสัญชาติ เมียนมา อายุ 47 ปี ทำหน้าที่เป็นแม่บ้านภายในร้าน

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และพ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม


ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกดำเนินคดีในความผิด รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานฯ , ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้น กระทําการค้าประเวณีฯ , เข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น , เป็นเจ้าของกิจการการค้าประเวณี ผู้ดูแล หรือผู้จัดการกิจการการ ค้าประเวณีหรือสถานการค้าประเวณีฯ , ช่วยเหลือซ่อนเร้นให้ที่พักพิงอาศัยแก่บุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

ผู้ต้องหาที่ 2 ถูกดำเนินคดีในความผิด เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานฯ , ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้น กระทําการค้าประเวณีฯ , เข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น

ผู้ต้องหาที่ 3-6 ถูกดำเนินคดีในความผิด เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานฯ , ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้น กระทําการค้าประเวณีฯ , เข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น

ผู้ต้องหาที่ 7-8 เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต , เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และ เข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น


ทั้งนี้ ในระหว่างปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ดำเนินการตามกระบวนการคัดกรองช่วยเหลือและคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (NRM) กับพนักงานหญิงทั้งหมดภายในร้านอย่างละเอียด เพื่อพิจารณาว่ามีลักษณะถูกบังคับ ข่มขู่ หรือเข้าข่ายเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์หรือไม่ ผลการตรวจสอบไม่พบว่าบุคคลดังกล่าวตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์แต่อย่างใด