xs
xsm
sm
md
lg

ไม่ใช่วงแรก! ย้อนรอยศึกน้ำลาย "รมต. VS สื่อทำเนียบ" ก่อนกรณี "สุชาติ-บิ๊กนอบ"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ไม่ใช่ครั้งแรกและคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย! เจาะลึกชนวนเหตุวิวาทะคารมเดือดกลางทำเนียบรัฐบาลรอบล่าสุดระหว่าง "สุชาติ ชมกลิ่น" และผู้สื่อข่าวอาวุโส สู่การถอดรหัสหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ย้อนไทม์ไลน์ตั้งแต่ยุค "คนสนิททักษิณขู่ตบปากนักข่าว" จนถึงยุคคลาสสิกของตำนานอย่าง "เจ๊ยุ ยูวดี" สะท้อนความจริงสัจธรรมในรั้วทำเนียบ แม้กระทบกระทั่งแต่ต่างฝ่ายต่างรู้หน้าที่ นี่แหละคือเสน่ห์ประชาธิปไตย

จากกรณีความขัดแย้งที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แสดงความไม่พอใจ เดินชนไหล่และกล่าวประโยคข่มขู่ "รู้จักผมน้อยไป" ใส่ "นอบ-วิษณุ นุ่นทอง" บรรณาธิการข่าวการเมือง สำนักข่าว The Better หลังถูกซักจี้จุดประเด็นกรมควบคุมมลพิษถูกพาดพิงเรื่องรับสินบน ล่าสุดเหตุการณ์ยุติลงด้วยการที่รัฐมนตรีเป็นฝ่ายเข้าขอโทษ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ธรรมสถิต พลแก้ว บรรณาธิการข่าวการเมืองและผู้สื่อข่าวอาวุโสสายการเมือง ออกมาโพสต์ข้อความ ในประเด็นเหตุการณ์กระทบกระทั่งและคำพูดดุเดือดระหว่างนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับนายวิษณุ นุ่นทอง ผู้สื่อข่าวอาวุโส จากปมคำถามตรวจสอบทุจริต เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่มีการปะทะคารมระหว่างนักการเมืองและสื่อมวลชนทำเนียบรัฐบาลมาโดยตลอด

เช่นเดียวกับกรณีคนสนิทของนายทักษิณ ชินวัตร ขู่ตบปากนักข่าวในปี 2545 หรือการตั้งคำถามจี้ใจดำอันเป็นตำนานของ "เจ๊ยุ" ยุวดี ธัญญสิริ

อย่างไรก็ตาม ทุกเหตุการณ์มักจบลงด้วยการปรับความเข้าใจและการขอโทษ เนื่องจากทุกฝ่ายต่างรับรู้บทบาทหน้าที่ของตนเอง โดยฝ่ายการเมืองมีหน้าที่ตอบคำถาม ส่วนสื่อมวลชนมีหน้าที่ตรวจสอบเพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งการกระทบกระทั่งที่ลงเอยด้วยความเคารพซึ่งกันและกันนี้ ถือเป็นสีสันสะท้อนการทำงานในระบอบประชาธิปไตยของไทย อย่างไรก็ตามเจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า

“ย้อนตำนานวิวาทะ คารมเดือด
สื่อทำเนียบฯ VS นักการเมือง

กลายเป็นกระแสร้อนฉ่ากลางทำเนียบรัฐบาลทันที กับเหตุการณ์กระทบกระทั่งล่าสุดระหว่าง "สุชาติ ชมกลิ่น" รมว.ทรัพยากร ฯ กับ "วิษณุ นุ่นทอง" ผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาลจาก The Better Online

ชนวนเหตุ เริ่มจากการจี้ถามคำถามในประเด็นการตรวจสอบทุจริตภายในกระทรวง ทส. จนนำไปสู่บรรยากาศที่ตึงเครียด หลังจบการสัมภาษณ์ มีภาพการเดินเบียดชนไหล่กันกลางวงล้อมสื่อ พร้อมกับวลีหลุดปากจากรัฐมนตรีว่า “มึงรู้จักkru น้อยไป” สร้างแรงกระเพื่อมและกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที
.
อย่างไรก็ตาม หลังจากความร้อนระอุผ่านไปไม่ถึง 2 ชั่วโมง สุชาติก็ได้เดินลงมายัง "รังนกกระจอก2 " เพื่อยกมือไหว้ขอโทษขอโพยกันตามวิถี "ลูกผู้ชาย" ยืนยันว่ามองคนละมุมและไม่มีเจตนาไม่ดี ซึ่งทางฝั่งผู้สื่อข่าวอาวุโสเองก็ไม่ได้ติดใจเอาความ
.

✍️เปิดประวัติ "พี่นอบ" ตัวกลางสยบความขัดแย้งทำเนียบฯ

😄สำหรับ "วิษณุ นุ่นทอง ชื่อเล่น "นอบ" น้องนักข่าวชอบแซวให้ฉายาแก "บิ๊กนอบ" บ้าง. "นอบนุ่น (เป็นนามปากกา)" บ้าง แม้แต่ "พี่นน"ในตำนาน (อยากรู้ที่มาคุยกันหลังไมค์555)
.
ถือเป็นหนึ่งในผู้สื่อข่าวและผู้คร่ำหวอดในวงการสื่อมวลชนภาคสนามมาอย่างยาวนาน มีบทบาทสำคัญในกลไกของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
.
หากย้อนกลับไปในอดีต "พี่นอบ" ของพวกเรา ไม่ได้เป็นเพียงแค่คนตั้งคำถามคม ๆ เท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะ "ตัวกลาง" สยบปัญหาความขัดแย้งระหว่างฝ่ายการเมืองและสื่อมวลชนมาแล้วหลายครั้ง
.
เหตุการณ์เด่นคือ กรณีที่การ์ดและทีมรักษาความปลอดภัยของ "รัฐมนตรีท่านหนึ่ง" มีการกระทบกระทั่งและล้ำเส้นการทำหน้าที่ของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ในครั้งนั้น"บิ๊กนอบ" ก็ใช้ความเป็นรุ่นใหญ่ช่วยประสานรอบทิศและจัดระเบียบจนปัญหายุติลงได้ด้วยดี

✍️✍️✍️✍️✍️

📝ย้อนอดีตหน้าหนึ่ง "เด็กแม้วอยากตบปากนักข่าว"

กระแสวิวาทะระหว่าง "นักการเมือง" กับ "สื่อมวลชนทำเนียบฯ" ไม่ใช่เรื่องใหม่ หากย้อนไทม์ไลน์กลับไปในประวัติศาสตร์การเมืองไทย มีฉากทัศน์ทำนองนี้ให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง
.
ดังเช่นภาพหลักฐานบนหน้าหนังสือพิมพ์แนวหน้าเมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2545 ยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร (พาดหัว: เด็กแม้วกร่างไม่ออก เลิกขู่ตบปากนักข่าว แมลงวันทำเนียบโวยถูกลิดรอน)
.
😡เหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อ น้าดุง "ผดุง ลิ้มเจริญรัตน์" เลขานุการส่วนตัวนายกรัฐมนตรี (ทักษิณ ชินวัตร ในขณะนั้น) เกิดอารมณ์ฉุนเฉียวหลุดปากขู่ว่า "จะขอตบปากสักที" ใส่ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ที่เขียนวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นโยง ปปง. จนนำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่าง. "น้าผดุง"และนักข่าวคนดังกล่าวต่อหน้านายกรัฐมนตรี

(นักข่าวคนดังกล่าว เราขอเรียกแกว่า "เฮียเป๊อะ" แล้วกัน มาทำข่าวพร้อมๆกับ "บิ๊กนอบ" นั่นหล่ะ)😄😄😄

ท่ามกลางสายตาของสื่อมวลชนนับร้อย แต่ในที่สุดเมื่ออารมณ์เย็นลง ต่างฝ่ายต่างปรับความเข้าใจและเดินหน้าทำหน้าที่ของตนเองต่อ

📝ยุคคลาสสิก "เจ๊ยุวดี" ต้นตำรับต่อปากต่อคำเพื่อประโยชน์สาธารณะ

หากย้อนกลับไปไกลกว่านั้น ยุคของ "คุณยุวดี ธัญญสิริ" หรือ "เจ๊ยุ" ตำนานผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาล ถือเป็นยุคทองของการปะทะคารมแบบคลาสสิก

" เจ๊ยุ" มักจะตั้งคำถามจี้ใจดำ ยิงตรงแบบไม่อ้อมค้อม ใส่รัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีมาแล้วหลายยุคหลายสมัย ตั้งแต่ พล.อ.สุจินดา, พล.อ.ชวลิต, นายชวน หลีกภัย ไปจนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
.
หลายครั้งเกิดการโต้ตอบด้วยวาทกรรมที่ดุเดือดกลางวงแถลงข่าว มีอาการสะบัดบ๊อบ สบถ หรือเดินหนีจากนักการเมือง แต่สุดท้ายสิ่งที่เป็น "สัจธรรม" ของทำเนียบรัฐบาลก็คือ "ต่างคนต่างรู้บทบาทหน้าที่" เมื่อเกมจบ อารมณ์ลง นักการเมืองก็หันมาขอโทษขอโพย สื่อมวลชนก็ทำหน้าที่สะท้อนความจริงโดยไม่มีอคติส่วนตัว
.
💥เหตุการณ์เดินชนไหล่และวลีเดือดของ "สุชาติ ชมกลิ่น" ในวันนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ย้ำเตือนว่า ทำเนียบรัฐบาลคือพื้นที่แห่งการตรวจสอบ ฝ่ายการเมืองมีหน้าที่บริหารและตอบคำถาม ส่วนสื่อมวลชนมีหน้าที่ซักฟอกความจริงเพื่อประโยชน์ของประชาชน💥
.
แม้จะมี "กระทบกระทั่ง" กันบ้างตามแรงกดดันของสถานการณ์ แต่ตราบใดที่ทุกฝ่ายยังยึดมั่นใน "บทบาทหน้าที่" และจบลงด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน
.
... นี่แหละคือสีสันและเสน่ห์ของระบอบประชาธิปไตยในรั้วทำเนียบรัฐบาลไทย...”