เอเอฟพี – กองทัพอิหร่านเตือนพร้อมเปิดแนวรบใหม่ หากอเมริกาฟื้นการโจมตี หลังทรัมป์ขู่ซ้ำซากจะถล่มอิหร่านถ้ายังบรรลุข้อตกลงไม่ได้
แม้ข้อตกลงหยุดยิงที่เริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ทำให้การสู้รบสงบลง และวอชิงตันกับเตหะรานดูลังเลที่จะเปิดศึกใหม่ ทว่าทั้งสองฝ่ายยังคงขู่กันไม่หยุด
โมฮัมหมัด อัครามินิอา โฆษกกองทัพอิหร่าน เตือนเมื่อวันอังคาร (19 พ.ค.) ว่าอิหร่านพร้อมเปิดแนวรบใหม่ ถ้าอเมริกาฟื้นการโจมตี และสำทับว่า ที่ผ่านมากองทัพอิหร่านใช้ข้อตกลงหยุดยิงเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการสู้รบ ต่อมาในวันพุธ (20 พ.ค.) กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ประกาศว่า หากอิหร่านถูกโจมตีอีก IRGC ให้คำมั่นว่า สงครามจะแผ่ขยายออกนอกตะวันออกกลาง และอิหร่านจะบดขยี้อเมริกาและอิสราเอล
คำขู่เหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันอังคาร ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า อเมริกาถือไพ่เหนือกว่า และเตหะรานเป็นฝ่ายเรียกร้องต้องการสันติภาพ และสำทับว่า อเมริกาไม่ต้องการทำสงคราม แต่อาจต้องโจมตีใหญ่อีกระลอกเพื่อให้อิหร่านยอมทำข้อตกลง
ก่อนหน้านี้ทรัมป์ขู่แบบนี้มาแล้วหลายครั้ง ขณะที่รายงานระบุว่า ตัวเขาเองเป็นฝ่ายที่อยู่ภายใต้ความกดดันอย่างหนักจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นในอเมริกา และแม้มีการตกลงหยุดยิงกันตั้งแต่เดือนที่แล้ว ทว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิดตาย
เมื่อวันจันทร์ (18 พ.ค.) อิหร่านประกาศอย่างเป็นทางการในการจัดตั้งหน่วยงานควบคุมช่องแคบอ่าวเปอร์เซีย เพื่อจัดการการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ IRGC ขู่เข้าควบคุมสายเคเบิลใต้น้ำในช่องแคบนี้ด้วย
อย่างไรก็ดี แม้ทั้งสองฝ่ายขู่กันไปมา และมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่อเมริกาและอิหร่านยังคงมีส่วนร่วมในการดำเนินการทางการทูตที่มีปากีสถานเป็นคนกลางเพื่อหาทางยุติสงคราม
วันอังคาร รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ของอเมริกา กล่าวว่า มีความคืบหน้าที่ดีมาก และอเมริกาจะผลักดันความพยายามนี้ต่อไป แม้ในอีกด้านเขาขู่อิหร่านว่า กองทัพอเมริกาพร้อมรบก็ตาม
สำนักข่าวไออาร์เอ็นเอของทางการเตหะรานรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวทางการทูตในอิหร่านว่า รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถานไปเยือนเตหะรานเป็นครั้งที่สองในช่วงเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์
มาเจด อัล-อันซารี โฆษกกระทรวงต่างประเทศกาตาร์ที่ถูกอิหร่านโจมตีตอบโต้หลังจากอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากทำสงครามกับเตหะรานนั้น แถลงว่า กาตาร์สนับสนุนความพยายามของปากีสถานในการเป็นตัวกลางผลักดันการเจรจาระหว่างอเมริกากับอิหร่าน และเชื่อว่า จำเป็นต้องให้เวลาเพิ่มเติมสำหรับความพยายามนี้
ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) แถลงเมื่อวันอังคารว่า จากการสอบสวนเกี่ยวกับการโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บารากาห์ในอาบูดาบีที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ (17 พ.ค.) สามารถยืนยันได้ว่า โดรนทั้งสามลำมาจากอิรัก
โรงไฟฟ้าบารากาห์เป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพียงแห่งเดียวในโลกอาหรับ โดยเมื่อวันอาทิตย์โรงไฟฟ้าแห่งนี้ถูกโดรนลำหนึ่งโจมตีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ทำให้ไฟลุกไหม้แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตและไม่มีสารกัมมันตรังสีรั่วไหล ส่วนโดรนอีก 2 ลำถูกสกัด
แถลงการณ์ยังระบุว่า ในช่วงเวลา 48 ชั่วโมงหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่สามารถสกัดโดรน 6 ลำที่ส่งมาจากอิรัก และพยายามโจมตีเป้าหมายพลเรือนและสถานที่สำคัญของยูเออี
ทั้งนี้ ก่อนข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้ กลุ่มติดอาวุธในอิรักที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้เข้าแทรกแซงเพื่อสนับสนุนอิหร่านและโจมตีเป้าหมายหลายแห่งของอเมริกาในอิรักและประเทศอ่าวเปอร์เซีย

