xs
xsm
sm
md
lg

ป.จับแก๊ง บช.ม้าสายกดเงินให้"นายร้อยปอยเปต" เอี่ยว 76 คดี เสียหายกว่า 123 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กองปราบปฏิบัติการ "The Red Line เส้นตาย สายกดเงินนายร้อยปอยเปต" ทลายแก๊งบัญชีม้า หลอกหมอโอนเงินเกลี้ยงบัญชี พบพัวพัน 76 คดี เสียหายกว่า 123 ล้าน

วันนี้ ( 20 พ.ค.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. นำกำลังเปิดปฏิบัติการทลาย "สายกดเงินนายร้อยปอยเปต" กระจายกำลังตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายใน จ.ชลบุรี, นครราชสีมา, ระยอง เชียงราย ,เชียงใหม่ ,กรุงเทพฯและอุบลราชธานีได้ผู้ต้องหา 10 ราย ประกอบด้วย น.ส.จงรักฯ อายุ 29 ปี, นายวินัสฯ อายุ 28 ปี,นายพัฒนพงษ์ฯ อายุ 32 ปี ,นายทินภัทรฯ อายุ 22 ปี ,นายยงยุทธฯ อายุ 51 ปี , นายชนิตกานต์ฯ อายุ 24 ปี , นายครรชิตฯ อายุ 37 ปี ,นายพัฒนาพรฯ อายุ 39 ปี , นายณัฐวุฒิฯ อายุ 27 ปี ,นายณรงศักดิ์ฯ อายุ 39 ปี , ส่วน นายภาษิตฯ อายุ 37 ปี อายัดตัวในเรือนจำ ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน”

สืบเนื่องมาจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) โดย พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์รอง ผบ.ตร./ผู้อำนวยการศูนย์ และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รองผู้อำนวยการศูนย์ ได้สั่งการให้ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กก.2 บก.ป. ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ในคดีที่มีคุณหมอท่านหนึ่งถูกนายร้อยปอยเปต ข่มขู่ว่าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงิน โดยแสดงฉากหลังเป็นสถานีตำรวจ และใช้เอกสารหมายศาลและคำสั่งของ ป.ป.ง. ปลอม เพื่อสร้างความหวาดกลัวจนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินทั้งหมดให้มาตรวจสอบ โดยใช้บัญชีม้าหลายบัญชี ก่อนให้ม้ากดเงินสด เพื่อตัดความเชื่อมโยงกับขบวนการใหญ่ แล้วส่งมอบเงินสดกลับเข้าสู่วงจรสแกมเมอร์ต่อไป

จากการตรวจสอบฐานข้อมูลของระบบรับแจ้งความออนไลน์ Thai Police Online พบว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้มีประวัติพัวพันกว่า 76 คดี มูลค่าความเสียหายรวมมากกว่า 123 ล้านบาท

สอบสวนหนึ่งในผู้ต้องหาให้การว่า ถูกนายร้อยปอยเปตแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข่มขู่ว่าบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน และเร่งให้โอนเงินออกจากบัญชีเช่นเดียวกันกับผู้เสียหาย พร้อมมอบคลิปวิดีโออัดหน้าจอดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกอบการให้ถ้อยคำไว้แล้ว เพื่อใช้สืบสวนติดตาม ขยายผลเพื่อนำผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้อง มาลงโทษตามกฎหมายส่วนผู้ต้องหารายอื่นให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงนำส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป