xs
xsm
sm
md
lg

ครอบครัวเศร้ารับศพ “แทน ทีฆา” เหยื่อรถไฟชนรถเมล์ นิติเวชยืนยันอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตแล้ว 6 ราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ครอบครัวเดินทางเข้ารับศพ “แทน ทีฆา” เหยื่อรถไฟชนรถเมล์ ไปประกอบพิธีศาสนา ท่ามกลางความโศกเศร้า ด้านนิติเวชยืนยันผลพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตเหยื่อรถไฟชนรถเมล์ได้แล้ว 6 ราย

วันนี้ (20 พ.ค.) ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ครอบครัวของนายทีฆา หรือ แทน อายุ 33 ปี พนักงานเอกชนบริษัทเอกชน หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถไฟชนรถประจำทางสาย 206 ที่บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก-ดินแดง ได้เดินทางมาติดต่อเรื่องเอกสารเพื่อขอรับศพไปทำพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดตรีทศเทพวรวิหาร กรุงเทพฯ ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า โดยมีเพื่อนสนิทและคนใกล้ชิดเดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวอย่างต่อเนื่อง

ด้านเพื่อนสนิทของนายทีฆา เปิดเผยว่า รู้จักและสนิทกับผู้เสียชีวิตมาตั้งแต่สมัยเรียนที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ซึ่งตนเองเป็นเด็กต่างจังหวัดและเข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ พร้อมกับแทน ทำให้ทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกันตั้งแต่วัยเรียน ไปมาหาสู่กันเป็นประจำ บางครั้งถึงขั้นไปนอนรอที่บ้านแทน เพื่อให้ตอนเช้าเดินทางไปโรงเรียนพร้อมกัน เพราะตนต้องออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด

อีกทั้งแทนเป็นคนร่าเริง อัธยาศัยดี และเป็นที่รักของเพื่อนจำนวนมาก ทั้งในกลุ่มเพื่อนสวนกุหลาบ รุ่น 128 รวมถึงเพื่อนสมัยเรียนและทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะช่วงที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย ทุกที่ที่เขาไปล้วนมีแต่คนรักและจดจำเขาได้ ไม่มีใครที่ไม่เอ็นดูหรือไม่รักเขา

เพื่อนสนิทของนายทีฆา เปิดเผยอีกว่า เมื่อช่วงคืนเกิดเหตุ ช่วงแรกยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะทำงานอยู่ก็เห็นข่าวอุบัติเหตุ แต่ไม่ได้คิดว่าจะเกี่ยวข้องกับเพื่อนของตน จนกระทั่งช่วงประมาณ 23.00 น. พ่อของแทนโทรศัพท์เข้ามา แต่ตนไม่ได้รับสายเนื่องจากเข้านอนเร็ว กระทั่งตื่นขึ้นมาตอนประมาณ 04.00 น. และเห็นข้อความว่า “ถ้าตื่นแล้วโทรกลับด่วน แทนประสบอุบัติเหตุ” ทำให้รู้สึกตกใจอย่างมาก

โดยก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่ชั่วโมง ยังได้พูดคุยหยอกล้อกับผู้เสียชีวิตและครอบครัวตามปกติ แม้กระทั่งเรื่องตัวเลขลอตเตอรี่ โดยพ่อของแทนยังพูดคุยและแสดงความยินดีกับตนอยู่เลย ทำให้ไม่มีใครคาดคิดว่าจะกลายเป็นการพูดคุยครั้งสุดท้าย

หลังทราบข่าว ทุกคนต่างพยายามช่วยกันไล่เรียงไทม์ไลน์ เนื่องจากวันเกิดเหตุ แทนมีนัดไปพบเพื่อนชาวต่างชาติย่านศรีนครินทร์ โดยก่อนออกจากบ้านยังพูดคุยวางแผนการเดินทางกับพ่อและแม่ ว่าจะใช้รถไฟฟ้าหรือแอร์พอร์ตเรลลิงก์เดินทางอย่างไรให้สะดวกที่สุด ก่อนที่แม่จะไปส่งที่สถานี และแทนยังโบกมือลาพ่อแม่พร้อมบอกว่า “เดี๋ยวเย็นนี้เจอกันนะ”

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลานัดช่วงเย็น เพื่อนๆ กลับไม่สามารถติดต่อได้ แม้จะพยายามโทรศัพท์หาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เวลาประมาณ 16.00 น. จนถึง 20.00 น. กระทั่งเริ่มสงสัยว่า นายแทนอาจเลือกนั่งรถโดยสารประจำทาง เนื่องจากปกติเป็นคนชอบนั่งรถเมล์เพื่อพักผ่อนหรือนอนระหว่างเดินทาง ก่อนจะทราบในเวลาต่อมาว่าอยู่บนรถประจำทางสาย 206 คันที่ประสบอุบัติเหตุถูกรถไฟพุ่งชน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นความสูญเสียที่โหดร้ายและไม่น่าจะเกิดขึ้น พร้อมสะท้อนว่าจุดตัดทางรถไฟลักษณะดังกล่าวควรมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวดกว่านี้ แม้ตนจะไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากความผิดพลาดของฝ่ายใด ระหว่างคนขับรถไฟ คนขับรถโดยสาร หรือระบบความปลอดภัยในพื้นที่ แต่เชื่อว่าอาจเกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน จนนำมาสู่โศกนาฏกรรมครั้งนี้

หนูไม่รู้หรอกว่ามันผิดพลาดจากตรงไหน แต่สุดท้ายความโชคร้ายมันเกิดขึ้นกับเพื่อนหนู ที่ต้องขึ้นรถเมล์คันนั้นพอดี เพื่อนสนิทของนายทีฆากล่าว

ทั้งนี้ เพื่อนๆ ยังคงผลัดเปลี่ยนกันมาอยู่เคียงข้างครอบครัวอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยดูแลสภาพจิตใจของพ่อแม่ผู้เสียชีวิต ทุกคนจะยังคงอยู่เคียงข้างและช่วยดูแลกันต่อไป เพราะต่างมองพ่อแม่ของแทนเสมือนคนในครอบครัวของตัวเอง พร้อมกล่าวทิ้งท้ายด้วยความอาลัยว่า “ขอให้แทนไปอยู่ในที่ที่สวยงาม”

นอกจากนี้ครอบครัวของนางสาวเทียม พวงยอด อายุ 57 ปี อาชีพแม่บ้านที่บริษัทแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำ ได้เดินทางมายื่นเอกสารเพื่อติดต่อขอรับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ แล้วเช่นเดียวกัน เพื่อไปทำพิธีบำเพ็ญกุศลที่ วัดบ้านกระต่ายด่อนน้อย อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ

ขณะที่อีก 2 ร่างที่อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบ เบื้องต้นมีผู้ติดต่อเข้ามาตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอเทียบเคียงกับศพแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่ คาดว่าในวันนี้จะเดินทางเข้าไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.มักกะสัน ก่อนจะเดินทางมาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ในช่วงบ่ายของวันนี้ ขณะนี้จึงยังเหลือร่างของผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ที่ยังไร้การติดต่อเข้ามา ทางสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ จึงขอประชาสัมพันธ์หากมีครอบครัวใดที่มีบุคคลสูญหาย สามารถโทรเข้ามาติดต่อสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เบอร์ 02-2076108

สำหรับการตรวจพิสูจน์ยืนยันอัตลักษณ์บุคคลผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวสามารถยืนยันได้แล้ว 6 ราย จากทั้งหมด 8 ราย โดยพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ได้ออกหนังสือรับรองให้ญาตินำไปติดต่อขอรับร่างผู้เสียชีวิตกลับไปบำเพ็ญกุศลตามภูมิลำเนาแล้ว ซึ่งในจำนวนนี้มีญาติเดินทางมารับร่างกลับไปแล้ว 3 ราย

สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิตที่ยืนยันตัวตนแล้วประกอบด้วย 1.นายธนัฐพิพัฒน์ เขียววิจิตร หรือขนุน อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยศิลปากร 2.น.ส.วิภารักษ์ เผ่าภูรี หรือน้องโรส อายุ 25 ปี อดีตนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และดีเจอิสระ 3.นางเอื้อง มะโนแจ่ม อายุ 66 ปี 4.น.ส.เทียม พวงยอด อายุ 57 ปี 5.น.ส. Aye Aye Myint อายุ 36 ปี สัญชาติเมียนมา และ 6.นายฑีฆา ฑีฆาอุตมากร หรือแทน อายุ 33 ปี

ขณะที่ร่างผู้เสียชีวิตอีก 2 รายที่เหลือ ยังคงอยู่ระหว่างกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล โดยล่าสุดมีครอบครัวจากจังหวัดเชียงใหม่เดินทางมายัง สน.มักกะสัน เพื่อติดตามเอกสารและเตรียมนำตัวบิดาเข้าตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอซ้ำอย่างละเอียด หลังจากลูกสาวคือ น.ส.สุภาพร หรือแอล อายุ 34 ปี พนักงานสถาบันเสริมความงามย่านศรีนครินทร์ ได้ขาดการติดต่อกับครอบครัวไปอย่างปริศนาตั้งแต่ช่วงบ่ายวันเกิดเหตุ ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่เธอโทรศัพท์หาบิดาแต่ไม่มีคนรับสาย ทราบเพียงว่าเธอกำลังเดินทางไปดูหอพักแห่งใหม่ และหลังจากเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์สาย 206 ครอบครัวก็ไม่สามารถติดต่อเธอได้อีกเลย รวมถึงไม่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้สถาบันนิติเวชวิทยา ระบุว่าขณะนี้ยังมีร่างผู้เสียชีวิตอีก 1 รายที่ยังคงเป็นศพนิรนามและไม่มีญาติหรือผู้เกี่ยวข้องติดต่อเข้ามาสอบถามเลย จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ครอบครัวใดที่มีบุคคลในบ้านสูญหายไปในช่วงเวลาดังกล่าว สามารถติดต่อสอบถามและให้ข้อมูลเพื่อเทียบเคียงอัตลักษณ์บุคคลได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ครอบครัวของผู้สูญหายจากเชียงใหม่เผยว่า ปัจจุบันทำได้เพียงเฝ้ารอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างใจจดใจจ่อ และยังคงหวังลึกๆ ว่าปาฏิหาริย์จะมีจริง โดยขอให้ร่างไร้วิญญาณที่ยังระบุตัวตนไม่ได้นั้นไม่ใช่ลูกสาวของตน