xs
xsm
sm
md
lg

ศูนย์กู้ทุ่นระเบิดแห่งชาติ เร่งเก็บกู้ทุ่นระเบิดชายแดนช่องบกวางสมัยสงครามเขมรแดง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



อุบลราชธานี-ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ QC พื้นที่สนามทุ่นระเบิด พลานแต้ ต.น้ำบลโขง อ.ช่องบก อ.น้ำยืน เพื่อเตรียมคืนพื้นที่ให้อุทยานแห่งชาติตามพันธกรณีออตตาวา



เมื่อวันที่ 19 พ.ค. พล.ต.ประเทือง ปิยกะโพธิ์ รองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (รอง ผอ.ศทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลการควบคุมคุณภาพ (QC) นำคณะผู้แทนประกอบด้วยผู้นำชุมชน ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจสอบผลการปฏิบัติการกวาดล้างและเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามพันธกรณีออตตาวา บริเวณพลาญแต้ ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จ.อุบลราชธานี เพื่อคืนความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา


พล.ต. ประเทือง เปิดเผยภาพรวมสถานการณ์ว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังคงมีพื้นที่อันตรายที่ต้องสงสัยและยืนยันว่ามีทุ่นระเบิดหลงเหลืออยู่ตามแนวชายแดนรวมประมาณ 12.8 ตารางกิโลเมตร ทำให้ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) กองบัญชาการกองทัพไทย ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่เหลืออยู่อย่างต่อเนื่อง ภายใต้ขอบเขตและเขตอธิปไตยของประเทศไทยในหลายจังหวัดชายแดน ได้แก่ อุบลราชธานี สุรินทร์ จันทบุรี และตราด เพื่อเร่งจำกัดพื้นที่เสี่ยงภัยให้หมดไปตามเป้าหมาย


สำหรับการพื้นที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นลักษณะของสนามทุ่นระเบิดเดิมที่ถูกวางไว้ตั้งแต่สมัย "ยุทธการช่องบก" ซึ่งเป็นช่วงที่มีการสู้รบและผลักดันกองกำลังต่างชาติในอดีตกับทหารเขมรแดง จากการสำรวจและเก็บกู้ยังไม่พบการวางทุ่นระเบิดเพิ่มเติม หรือมีร่องรอยของวัตถุระเบิดรุ่นใหม่ ซึ่งทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (ชนิด PMN) ที่ตรวจพบในพื้นที่ป่าส่วนใหญ่ แม้จะมีสภาพเก่าและผ่านกาลเวลามานานหลายสิบปี แต่กลไกการจุดระเบิดยังคงทำงานได้อย่างสมบูรณ์และพร้อมระเบิดทันทีหากได้รับแรงกด จึงยังคงเป็นอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน


ด้วยความห่วงใย จึงทำการเก็บกู้กวาดล้างจนปลอดภัย และเตรียมส่งมอบคืนพื้นที่ให้หน่วยงานในพื้นที่ดูแลแล้ว แต่ยังไม่ควรเข้าไปในพื้นที่ป่าลึก เพราะยังมีบางส่วนอยู่ระหว่างการดำเนินการและยังคงมีความเสี่ยงสูง ซึ่งกองทัพไทยจะเร่งเคลียร์พื้นที่อันตรายตามกรอบเวลาออตตาวา เพื่อคืนผืนป่าที่ปลอดภัยให้ประชาชนสามารถเข้าไปทำกินและดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุขให้ได้โดยเร็วต่อไป