ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุรถไฟชนรถเมล์สาย 206 ทยอยรับศพท่ามกลางความโศกเศร้า ด้านแม่ “น้องขนุน” นักศึกษาปี 3 อนาคตโปรแกรมเมอร์ เปิดใจทั้งน้ำตา ลูกเป็นเด็กดี ตั้งใจเก็บเงินซื้อของขวัญและดูแลแม่หลังเกษียณ วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องยกระดับความปลอดภัยระบบราง-ขนส่งสาธารณะ
วันนี้ (19 พ.ค.) เมื่อเวลา 13.40 น. น.ส.ศิริลักษณ์ หลานสาวของนางเอื้อง มะโนแจ่ม อายุ 66 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถไฟชนรถประจำทางสาย 206 ที่บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก-ดินแดง ได้เดินทางมายื่นเอกสารเพื่อติดต่อขอรับศพ ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อไปทำพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดหนามแดง จ.สมุทรปราการ
ทางครอบครัวของนายธนัฐพิพัฒน์ หรือน้องขนุน เขียววิจิตร อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากร จังหวัดนครปฐม โดยมีนายสันติ เขียววิจิตร พ่อ และนางณัฏฐ์สุภรณ์ จันทร์ทรายมูล แม่, น้องสาวและญาติพี่น้องได้เดินทางมายื่นเอกสารเพื่อติดต่อขอรับศพ
โดยนางณัฏฐ์สุภรณ์ เปิดเผยว่า น้องขนุน เรียนที่มหาวิทยาลัยศิลปากร จังหวัดนครปฐม เขาเป็นเด็กดีไม่มีอะไรที่ให้เราต้องเป็นห่วง ชอบเล่นกีฬา มีแต่เพื่อนที่รักเขาทั้งนั้น แม่ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร เขาก็มีโรคประจำตัวผ่านการผ่าตัดมา 6-7 ครั้ง แต่ก็รอดมาได้ แต่ครั้งนี้ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงขึ้นรถเมล์ไป น่าจะเกิดจากความผิดพลาดของรถเมล์และรถไฟ ทางนี้ก็ติดใจเพราะเราเลี้ยงลูกมาอย่างทะนุถนอม ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมไม่เคยให้ลำบากอะไร อนาคตวางแผนให้เป็นนักโปรแกรมเมอร์
"ก่อนที่จะเสียชีวิตเขามีเซอร์ไพรส์แม่ตลอดทุกวันเกิด จะซื้อนาฬิกาด้วยการหาเงินซื้อให้ น้องขนุนถามว่าวันเกิดปีนี้แม่อยากได้อะไร พอดีแม่เป็นพยาบาล แม่จึงบอกว่าปีนี้แม่อยากได้รองเท้า ลูกจะช่วยกันเก็บเงินและซื้อให้แม่ แต่ปีนี้น้องขนุนเห็นนาฬิกาแม่แตกเดือนเมษาที่ผ่านมา จึงจะซื้อให้แม่ใหม่ แต่ยังเก็บเงินไม่ได้ จึงบอกว่าไว้ก่อนนะแม่เดี๋ยวหนูจะซื้อให้ และหลังจากแม่เกษียณจะช่วย การเก็บเงินกับน้องซื้อรถให้แม่ และน้องขนุนบอกหนูจะต้องดูแล แม่เพราะแม่ก็ดูแลหนูมา ซึ่งเขาทำได้ทุกอย่างในสิ่งที่เขารับปาก"นางณัฏฐ์สุภรณ์ กล่าวและว่า ไม่น่าจะเกิดอุบัติเหตุกับลูกในวัยที่เขากำลังจะประสบความสำเร็จในชีวิต จึงอยากฝากถึงการทำงานในระบบความปลอดภัยของรถไฟที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งและขสมก. ให้มีความรอบคอบและพัฒนาบุคลากรที่ดี ให้มีคุณภาพที่ดีเพื่อดูแลชีวิตประชาชน
นอกจากนี้ทางแม่ของน.ส.วิภารักษ์ หรือ น้องโรส เผ่าภูรี อายุ 25 ปี ได้เดินทางมาติดต่อเพื่อขอรับศพไปทำพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดสวนสวรรค์ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี
ส่วนทางครอบครัวของนายทีฆา หรือ แทน อุตมากร อายุ 35 ปี ได้เดินทางมาติดต่อเรื่องเอกสารเพื่อขอรับศพในวันพรุ่งนี้ (20 พ.ค.) เวลา 10.00 น. โดยในช่วงเช้าเวลาประมาณ 09.00 น. จะไปทำพิธีเชิญดวงวิญญาณที่จุดเกิดเหตุ ก่อนจะไปทำพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดตรีทศเทพวรวิหาร กรุงเทพฯ

