“สุชาติ” ถูกจี้ถามผมตรวจสอบกรมควบคุมมลพิษหลังผลสำรวจของ กกร.ระบุเป็นหน่วยงานรับสินบนสูงสุด ยันเป็นหน่วยงานวิชาการ ไม่มีหน้าที่อนุญาต ใครกล่าวหาว่าโกงต้องตรวจสอบก่อน เหมือนมีลูก คนบอกว่าเกเรแล้วตีเลย ต้องหาความจริงก่อนบอกต่อสายหาประธานหอการค้าฯ เอง ขอให้เอาหลักฐานมา ยัวะถูกถามย้ำ เดินชนไหล่นักข่าวพร้อมสบถ รู้จักกูน้อยไป ก่อนบุกรังนกกระจอกขอโทษ
วันที่ 19 พ.ค.นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีง่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ โดยคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน ระบุกรมควบคุมมลพิษเป็นหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยต่อครั้งสูงสุด อันดับ 1 อยู่ที่ 102,160 บาทว่า ต้องเข้าใจว่า การทำโพลหรือการวิจารณ์สามารถทำได้หมด แต่ถ้าทำโพลแล้วมีผลกระทบ ทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียง หรือเสียขวัญกำลังใจ โดยที่ไม่มีข้อมูล หลักฐาน
นายสุชาติกล่าวว่า คุณต้องการอะไรจากเขา เราในฐานะหัวหน้าครอบครัวก็ต้องปกป้องครอบครัว เรามี 9 กรม เหมือนมีลูก 9 คน เราเลี้ยงลูกมาทำไมจะไม่รู้ว่าคนไหนเป็นอย่างไร ส่วนกรมควบคุมมลพิษเป็นกรมวิชาการ ซึ่งตอนแรกก็ได้ให้อธิบดีชี้แจง พร้อมยกตัวอย่างว่าเหมืแนสื่อมวลชนมีลูก มีครอบครัว จะลูกเรา เราต้องมีหลักฐาน เขาต้องมีหลักฐานมาฟ้องเราว่าลูกเราเกเร เราถึงจะตีลูก แต่ถ้าคนอื่นมาบอกสื่อมวลชนว่าลูกไปขโมยของบ้านเขา สื่อมวลชนจะตีลูกตัวเองเลยหรือไม่ ก็ต้องเอาหลักฐานมาให้ดู เพื่อดำเนินคดีลงโทษตามกฎหมาย ตนในฐานะหัวหน้าครอบครัว วันนี้มอบให้พี่สาวคนโต คือปลัดกระทรวงเป็นคนไปจัดการให้สังคมกระจ่าง และประสานกับ กกร. เพื่อนำข้อมูลมาชี้แจง เป็นหน้าที่ของปลัดเพราะเป็นผู้ปกครอง เป็นหัวหน้าราชการ นิสัยตน สไตล์ตน ไม่ใช่ไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ สื่อก็เห็นว่าโพลอะไรบ้างแล้วชี้บอกว่าคนนี้ทุจริต คนนี้ผิด มีแต่บอกว่าคะแนนสูสี ใครจะแพ้-ชนะเลือกตั้ง เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ถ้าโพลชี้นำว่าครอบครัวของสื่อเป็นครอบครัวที่ไม่ดี ครอบครัวที่แย่ สื่อรับได้หรือไม่ ก็รับไม่ได้ ต้องเอาหลักฐานมาดู ตนถึงจะยอมรับ นั่นคือสิ่งที่ตนถึงจะยอมรับ ยอมรับด้วยความเป็นลูกผู้ชาย ถ้าผิดก็ต้องลงโทษ ตนไม่เคยให้ท้ายข้าราชการที่ไม่ดีอยู่แล้ว สังเกตว่าตั้งแต่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่ตั้งกรรมการสอบแล้วให้ออกตั้งกี่คนตั้งแต่ตนมาคุมกระทรวง ใครที่ทำผิด สร้างความเสียหาย ร่วมมือกับนายทุน ตนเอาออกหมด
นายสุชาติยังกล่าวด้วยว่า วันนี้นายกฯ ก็ตั้งนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ประสานงาน คตท. เรื่องนี้เป็นเรื่องที่บั่นทอนจิตใจคนทำงาน เราต้องยอมรับ ถ้าลูกเราเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียนแล้ว มาบอกลูกเราเป็นคนไม่ดี แล้วตีลูกเป็นคนเกเรแล้วตีลูกเราเลย ลูกเราไม่เตลิดเปิดเปิงหรือ เราต้องสืบสวนความจริง แต่เราเลี้ยงดูลูกเรา เรารู้ว่าลูกเราเป็นอย่างไร
ส่วนจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องฟ้องเพื่อเรียกหลักฐานมาดู นายสุชาติกล่าวว่าไม่ฟ้อง ตนไม่ได้บอกว่าฟ้องแต่อธิบดีพูดวันแรก ว่าได้ทำหนังสือเปิดผนึกไปขอหลักฐาน กกร.ว่าจ่ายเพื่ออะไร ต้องการอะไรจากกรม เพราะกรมไม่ได้มีหน้าที่ออกใบอนุญาต กรมควบคุมมลพิษเป็นกรมวิชาการ ไม่ได้มีหน้าที่ออกใบอนุญาต หรือให้คุณให้โทษ การที่ผู้ประกอบการจะได้ใบอนุญาตนี้ เพื่อเปิดโรงงาน แต่มีหน้าที่ตรวจตามคำสั่ง เช่น นายกรัฐมนตรีให้ไปตรวจสารพิษในแม่น้ำกก หรือตรวจพีเอ็ม 2.5 ร่วมกับ กทม. ก็ต้องไปกับจราจรกลางและ กทม. ถ้าไปตรวจโรงงานที่มีสารปนเปื้อน ก็ไปกับกรมศุลกากรและกรมโรงงาน ไม่ได้มีอำนาจ ว่าหากพบการกระทำผิดแล้วต้องปิดปรับปรุงกี่วัน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เมื่อมีข่าวลักษณะนี้ ควรเป็นหน้าที่ของกระทรวงในการตรวจสอบหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง กลายเป็นว่านักการเมืองบางกลุ่ม หยิบยกเรื่องนี้มาเป็นประเด็น ขยายความคำว่าเราไม่ยอมรับการตรวจสอบ ซึ่งไม่ใช่ ต้องแยกประเด็น
“สมมติ มีโพลหนึ่ง ทำโพล ว่า สส.พรรคใดมีคดีเยอะที่สุด แล้วบอกว่าเป็นพรรคคุณจะยอมรับหรือไม่ ก็ไม่ยอมรับ เพราะโพลไม่สามารถชี้ว่าคนนั้นคนนี้ เพราะเป็นการติ๊ก เป็นกูเกิลฟอร์ม”
เมื่อถามต่อว่าในฐานะเจ้ากระทรวงควรตรวจสอบภายในกระทรวงก่อนหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่าแน่นอน แต่ลำดับแรกก็ให้อธิบดีชี้แจงแล้ว ตนให้สัมภาษณ์หลังอธิบดี และได้ถามว่าเมื่อมีเรื่องนี้ต้องชี้แจงนะ ข้าราชการทั้งหมด ออกมาปกป้องศักดิ์ศรี เราเลี้ยงลูกมาเรารู้ว่าลูกเป็นอย่างไร เราไม่ปกป้องลูก แต่จะบอกคนที่ว่าบูดเราว่าเอาหลักฐานมาหน่อย จะตีลูกเราเอง
และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมไม่ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบก่อน นายสุชาติกล่าวว่า “ก็นี่ไง ตั้งปลัด แล้วปลัดจัดการ” ก่อนย้อนถามสื่อว่าคณะกรรมการตรวจสอบ เช่น (รอให้ผู้สื่อข่าวยกตัวอย่าง)
ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า ข่าวที่เกิดขึ้น ทำไมจึงไม่เรียกมาตรวจสอบก่อน ทำไมไม่คัดค้าน ไม่ยอมรับโพล นายสุชาติกล่าวพร้อมชี้ไปที่ผู้สื่อข่าวที่ถามว่า “เราเลี้ยงลูกมา 9 คน คุณรู้ว่านิสัยลูกคุณเป็นอย่างไร ถ้าลูกคุณนิสัยอย่างนี้ คุณก็รู้ก็ต้องตั้งกรรมการสอบ คุณรู้ว่าลูกคุณไม่มีอำนาจอะไร เขามาว่าลูกคุณเป็นขี้ขโมย คุณตีลูกคุณเลยหรือไม่”
ผู้สื่อข่าวจึงกล่าวว่าคนละอย่างกัน เปรียบเทียบแบบนั้นไม่ได้ อันนี้เป็นเรื่องการทำงาน นายสุชาติจึงกล่าวต่อว่า คุณเป็นหัวหน้าหน่วย ใครมาว่าลูกน้องคุณ
ผู้สื่อข่าวจึงย้ำคำเดิมว่าก็ต้องตั้งกรรมการสอบเพราะเรื่องนี้ประชาชน คนเห็นเยอะแยะ
นายสุชาติจึงกล่าวต่อว่าคุณก็ต้องปกป้องลูกน้องคุณก่อนหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามต่ออีกว่ามันไม่ใช่ ถ้าทุกอย่างเกิดขึ้นแล้วบอกว่าปกป้องลูกน้องแสดงว่าท่านไม่ใช่นักบริหาร มันต้องตรวจสอบ
นายสุชาติจึงย้อนว่า “ก็ตรวจสอบแล้วไง“
ผู้สื่อข่าวจึงกล่าวกล่าวว่าปัญหาคือท่าทีของรัฐมนตรี ถ้ารัฐมนตรีบอกว่าจะตรวจสอบก่อนเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่นี่รัฐมนตรีบอกว่าไม่เห็นด้วยเลย ไม่ยอมรับจึงเหมือนกับไม่ยอมรับกระบวนการตรวจสอบ
นายสุชาติกล่าวย้ำคำเดิมว่า “ก็เรารู้ว่าหน่วยงานเราเป็นหน่วยงานวิชาการ ให้คุณให้โทษใครได้ล่ะ”
ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่ากรมควบคุมมลพิษ ก็เป็นส่วนหนึ่ง นายสุชาติจึงสวนว่าการชี้แจงว่าหน่วยงานของเราเป็นหน่วยงานวิชาการผิดหรือ เราต้องยอมรับก่อน
ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่าไม่ใช่แค่นั้น แต่เหมือนรัฐมนตรี ไม่เห็นด้วยกับ กกร. นายสุชาติจึงถามพร้อมชี้หน้าว่า “แล้วจะให้ทำอย่างไร” ผู้สื่อข่าวจึงกล่าวว่าตนไม่ได้ว่าอะไร แต่เรื่องนี้ต้องตรวจสอบก่อน แต่ถ้ารัฐมนตรีไม่เห็นด้วยเลย จะเป็นปัญหาว่าเราไม่ยอมรับกระบวนการ นายสุชาติกล่าวว่า “ผมให้อธิบดีชี้แจง ออกมาชี้แจงก่อน” ผู้สื่อข่าวคนเดิมจึงบอกว่าการชี้แจงไม่ใช่การตรวจสอบ
นายสุชาติจึงกล่าวว่าการตรวจสอบต้องให้ กกร.เอาหลักฐานมาให้ ที่บอกว่ากรมรับเงินรับเพื่อขอใบอนุญาตหรือทำอะไร ผู้สื่อข่าวจึงซักต่อว่า “แสดงว่าท่านไม่ได้ตรวจสอบใช่ไหมครับ ”นายสุชาติจึงกล่าวว่า ”ผมโทรไปถามพี่พจน์(ประธานหอการค้าไทย)ให้เอาเอกสารมา ผมโทรไปเอง ถามเขาดูว่าจริงมั๊ย “
ผู้สื่อข่าวอีกคนจึงถามว่าที่บอกว่า ให้รายงานกับปลัดกระทรวงคือการตรวจสอบใช่หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่าให้ปลัด เรียก กกร.มาในวันนี้ ให้เอาหลักฐานเอกสารมาให้
ผู้สื่อคนเดิมจึงกล่าวว่าก็ว่าไปตามกระบวนการ นายสุชาติจึงกล่าวต่อว่า ”ถูกต้อง วันแรกผมโทรไปถามพี่พจน์ ไปถามดูว่าผมโทรไปจริง คนอย่างผมไม่มีถอยหรอก โทรถามเลย เอาหลักฐานมา“
เมื่อผู้สื่อข่าวหญิงถามว่า กกร.จะเอาหลักฐานไปให้กระทรวงทรัพย์ฯ ใช่หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ไม่รู้ เขาต้องคุยกับปลัดเอง เพราะตนมอบให้ปลัดในฐานะหัวส่วนราชการ ปลัดต้องตรวจสอบ ตนเป็นหัวหน้าครอบครัว ปลัดเป็นผู้ปกครอง หน้าที่ของปลัดไปว่าเอา ไปหาเอา เพราะตนไม่ได้เป็นคนตั้งข้าราชการซี 8 ซี 9 คนตั้งคือปลัดและอธิบดีตนไม่ได้ตั้ง ตนถึงรู้ว่านิสัยอธิบดีแต่ละคนเป็นอย่างไร แต่ถ้าพูดถึงข้าราชการข้างล่างปลัดก็ไปจัดการ พร้อมย้ำคำเดิมว่าตนโทรหาประธาน กกร. ตั้งแต่วันแรกที่เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังสัมภาษณ์เสร็จสิ้น สีหน้านายสุชาติแสดงออกถึงความไม่พอใจ และเดินแหวกวงสัมภาษณ์ตรงจุดที่ผู้สื่อข่าวรายที่จี้ถามหลายคำถาม โดยระหว่างนั้นมีการเดินชนไหล่กับผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวด้วย ทำให้ผู้สื่อข่าวรายนั้นถึงกับพูดว่า “เดินชนกันอย่างนี้เลยหรอ” และผู้สื่อข่าวได้ยินเสียงนายสุชาติพูดว่า “รู้จักกูน้อยเกินไป“
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมานายสุชาติได้เดินไปยังบริเวณห้องทำงานของสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล หรือ "รังนกกระจอก" ยกมือไหว้ขอโทษสื่ออาวุโสกรณีที่เดินชนไหล่และสบถใส่ด้วยคำว่า รู้จักกูน้อยไป

