กองปราบบุกรวบ“ล่ามคู่ใจบอสจีน” พาตระเวนกดตู้เอทีเอ็ม-ฟอกเงินให้เครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ เจ้าตัวปากแข็งอ้างแค่รับจ้างแปลภาษา -ขับรถ แลกค่าจ้าง 1,500 บาท
วันนี้ ( 18 พ.ค.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. และ พ.ต.ท.กรพงศ์ วงษาลังการ สว.กก.2 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายศุภกร (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานี ที่ 901/2568 ลงวันที่ 21 พ.ย. 68 ข้อหา“ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา เพื่อให้มีการซื้อ หรือขายเลขหมายโทรศัพท์ซึ่งลงทะเบียนในนามของบุคคลหนึ่งบุคคลใด, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา เพื่อให้มีการซื้อ หรือขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ,ร่วมกันมีหรือใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยไม่ชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่นหรือประชาชน, อั้งยี่, ซ่องโจร และฟอกเงิน” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าบ้านพักหลังหนึ่ง ภายในซอยร่มเย็น แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ชาวจีนในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี โดยครั้งนั้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนได้ 2 ราย ขณะกำลังตระเวนกดเงินสดออกจากตู้ ATM ทั่วเมืองอุบลราชธานี พร้อมยึดของกลางเป็นเงินสดกว่า 3.5 แสนบาท, บัญชีม้ากว่า 10 บัญชี และโทรศัพท์มือถืออีก 12 เครื่อง ซึ่งจากการตรวจสอบพบความเชื่อมโยงกับคดีที่ผู้เสียหายแจ้งความไว้ถึง 3 คดี มูลค่าความเสียหายรวมเกือบล้านบาท
ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำการขยายผลอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งพบเบาะแสสำคัญว่า นายศุภกร ผู้ต้องหารายนี้ ทำหน้าที่เป็น "ล่ามและผู้ติดตามคนสนิท" ให้กับบอสใหญ่ชาวจีนหัวหน้าขบวนการ โดยมีพฤติกรรมคอยประกบติด พาเดินทางไปทำธุรกรรมทางการเงิน เข้าร่วมประชุมลับ และอำนวยความสะดวกในการตระเวนกดเงินจากกลุ่มบัญชีม้าทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ และนำไปสู่การจับกุมตัวได้ในที่สุด
จากการสอบสวน นายศุภกร ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่า ตนเองได้รับการว่าจ้างจากนายทุนชาวจีน ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ให้ช่วยขับรถพากลุ่มชาวจีนซึ่งเป็นหัวหน้าขบวนการและพวก รวม 2 คน ไปส่งที่ จ.อุบลราชธานี และทำหน้าที่เป็นล่ามแปลภาษาในการเจรจากับนักธุรกิจไทยเท่านั้น
ผู้ต้องหายังอ้างต่ออีกว่า หลังจากเสร็จงาน ผู้ว่าจ้างได้ซื้อตั๋วเครื่องบินให้ตนเดินทางกลับกรุงเทพฯ พร้อมให้ค่าจ้างเป็นเงินเพียง 1,500 บาท ส่วนสาเหตุที่รู้จักกับหนึ่งในสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้ เป็นเพราะเคยทำงานขายพระเครื่องอยู่ในวัดแห่งหนึ่ง ยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาตินี้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ เนื่องจากมีหลักฐานความเชื่อมโยงชัดเจน เบื้องต้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลขุดรากถอนโคนเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติกลุ่มนี้ต่อไป

