xs
xsm
sm
md
lg

"อนุทิน" ถกประชาคมข่าวกรอง 14 หน่วยมั่นคง ย้ำยุคใหม่มองรอบด้าน โยก "สมศักดิ์" นั่งคณะ JBC ไทย มาเลย์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นายกฯ "อนุทิน" นั่งหัวโต๊ะประชุมประชาคมข่าวกรอง รวม 14 หน่วยมั่นคง ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงรอบด้าน พร้อมย้ำการข่าวยุคใหม่ต้องมองรอบด้าน แม่นยำ พร้อมโยก "พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา" นั่งคณะ JBC ไทย มาเลย์

วันที่ (18 พฤษภาคม 2569) เวลา 14.00 น. ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคงของประเทศ โดยประชาคมข่าวกรอง จากหน่วยงานด้านความมั่นคง 14 หน่วยงาน ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ทีมงานด้านข่าวกองแห่งชาติและกองทัพได้สรุปสถานการณ์ต่างๆให้ฟังเป็นการอัปเดตสถานการณ์ซึ่งกันและกัน โดยมีการสรุปให้เห็นถึงเรื่องการข่าวด้านความมั่นคงสถานการณ์รอบบ้าน ด้านพลังงานและคดีอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งหลายซึ่งตนเองก็ได้มีการอัปเดตให้ฟังว่ารัฐบาลได้ทำอะไรไปบ้างเป็นการสนับสนุนหน่วยงานด้านความมั่นคงและการปกครอง ทั้งนี้ประเด็นที่น่าเป็นห่วงได้แก้ไขไปเยอะแล้ว ทั้งทางด้านเศรษฐกิจความมั่นคง สิทธิทางทะเลต่างๆหลังมีการยกเลิกเอ็มโอยู 44 และหันไปใช้อนุสัญญา UNCLOS
ในเรื่องของเพื่อนบ้าน และจัดให้มีทีมเจรจาชุดใหม่ทั้งทางด้านชายแดนไทยมาเลเซีย โดยตั้งประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมหรือ JBC และตั้งนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ คนใหม่เป็นหัวหน้าทีมเจรจาพูดคุยสันติสุขภาคใต้ สลับกับ พลเอกสมศักดิ์ รุ่งสิตา อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติให้มาเป็นทีมเจรจาเจบีซี ซึ่งทั้ง2 มีประสบการณ์มีความรู้ความสามารถเป็นตัวแทนให้กับประเทศไทย

ด้านนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยอีกว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมรวบรวมข้อมูลและจัดทำสรุปสถานการณ์มานำเสนอ โดยระบุว่าได้ติดตามสถานการณ์โลกและบริบทด้านความมั่นคงของประเทศอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นข้อมูลสำคัญต่อการบริหารประเทศและการตัดสินใจในประเด็นสำคัญต่าง ๆ

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า การข่าวในโลกปัจจุบันมีความซับซ้อนและหลายมิติ จึงจำเป็นต้องติดตามข้อมูลอย่างครบถ้วนรอบด้าน ไม่ใช่เพียงรับรู้ว่า “เกิดอะไรขึ้น” แต่ต้องเข้าใจว่า “เกิดขึ้นเพราะอะไร” รวมถึงปัจจัยและบริบทแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างตรงจุดและแม่นยำ การบรรยายสรุปทุกสถานการณ์ ต้องเน้นประเด็นสำคัญ (Critical Point) ที่ชัดเจน เพื่อให้รัฐบาลนำข้อมูลไปใช้กำหนดนโยบายและบริหารจัดการสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับงานด้านความมั่นคง และให้ความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงาน ทำให้การสนับสนุนและการตัดสินใจต่าง ๆ เป็นไปอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานเชิงรุก เชื่อมโยงมิติด้านการข่าว ความมั่นคง และเศรษฐกิจ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปในทิศทางเดียวกัน และสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน

นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า ในรัฐบาลนี้ได้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายพลเรือน และฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะด้านการข่าวและการปรับปรุงยุทธวิธีในการปราบปรามปัญหาสำคัญ อาทิ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ และยาเสพติด ที่ดำเนินการอย่างจริงจังจนเกิดผลเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังระบุว่า เครือข่ายการทำงานระหว่างหน่วยงานมีประสิทธิภาพอย่างมาก สะท้อนถึงความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้านการข่าวจากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง อีกทั้งยังไม่พบปัญหาการทุจริตหรือการทำงานที่ซ้ำซ้อน โดยทุกฝ่ายสามารถประสานบทบาทและภารกิจร่วมกันได้อย่างมีเอกภาพ จนเกิดความเข้าใจร่วมและการทำงานที่มีประสิทธิผลร่วมกัน

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวกับคณะทำงานข่าวกรองว่า ในเรื่องข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความเห็นต่างทางความคิด หากเป็นเรื่องเห็นต่างกับนโยบายรัฐ หรือเห็นต่างกับแนวทางดำเนินงาน ขอให้รวบรวมความเห็นและข้อเสนอแนะมา อะไรที่รัฐบาลทำให้ได้ ทำให้สบายใจ จะทำ แต่ถ้าเป็นความแตกแยกทางความคิดการเมือง ด้อยค่า สร้างโวหาร ไม่ต้องเสียเวลา