ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของทุกคนอีกต่อไป ประเทศไทย เจอกับปัญหาฝุ่นที่วิกฤตและรุนแรงขึ้นทุกๆปี โดยเฉพาะช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปี ที่ปริมาณฝุ่น PM 2.5 จะเพิ่มขึ้น เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคน
ฝุ่น PM 2.5 ที่มีขนาดเล็กจนไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่านี้ เต็มไปด้วยสารเคมีอันตราย และ โลหะหนักจากการเผาไหม้ อย่าง แคดเมียม ปรอท สารหนู ตะกั่ว โพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน และสารก่อมะเร็งต่างๆ อาจก่อให้เกิดโรคในระยะยาว ทั้ง ภูมิแพ้ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หัวใจขาดเลือด ไปจนถึงโรคมะเร็ง
ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของคนในระยะยาวแล้ว ฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้ ยังสร้างปัญหาให้กับสัตว์โลกใต้ทะเล โดยเฉพาะกับปะการัง หากมีปริมาณที่มาก ที่ สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ได้หยิบยกข้อมูลจากวารสารด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในสหรัฐ มาอธิบายว่าฝุ่น PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อปะการังได้อย่างไร
สนธิ ระบุว่า แม้ว่า PM 2.5 มักถูกมองว่าเป็นปัญหามลพิษทางอากาศ แต่เมื่ออนุภาคเหล่านี้ตกลงสู่มหาสมุทร (Atmospheric Deposition) จะส่งผลกระทบโดยตรงและรุนแรงต่อแนวปะการัง โดยเฉพาะอนุภาคที่เกิดจากไฟป่าซึ่งมีกลไกการทำลายปะการัง ดังนี้
- ความเสียหายในระดับเซลล์และพันธุกรรม เริ่มจาก ความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน เมื่อปะการังพยายามย่อยสลายอนุภาค PM 2.5 จะกระตุ้นการผลิตอนุมูลอิสระในปริมาณที่มากเกินไป นำไปสู่ความเสียหายต่อเซลล์และไมโทคอนเดรีย , การหลุดลอกของเนื้อเยื่อ ฝุ่น PM2.5 จะขัดขวางการเผาผลาญพลังงาน ทำให้ปะการังสูญเสียพลังงานสำรอง ส่งผลให้เซลล์ยึดเกาะกันได้ไม่ดีและเกิดการหลุดลอกของเนื้อเยื่อ รวมไปถึง การตายของเซลล์ กระบวนการล้างพิษอนุภาคเหล่านี้ทำให้สารต้านอนุมูลอิสระในตัวปะการังลดลง จนนำไปสู่การตายของเซลล์
- การขัดขวางการสร้างอาหารและการเติบโต กล่าวคือ ลดการสังเคราะห์แสง การตกตะกอนของ PM 2.5 ทำให้น้ำขุ่นและบดบังแสงอาทิตย์ ส่งผลให้สาหร่ายซูซานเทลลี ที่อาศัยอยู่ในปะการังไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ตามปกติ , ไปยับยั้งการสร้างโครงร่างแข็งของปะการัง ซึ่งงานวิจัยพบว่าอัตราการสร้างหินปูนของปะการังลดลงอย่างมาก (ประมาณ 1.5 - 1.85 เท่า) เมื่อได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5
- เกิดการเร่งการฟอกขาว ฝุ่นPM 2.5 จะไปลดการแสดงออกของโปรตีนควบคุมความเครียด (เช่น HSP 70) ทำให้ปะการังไวต่ออุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้น ส่งผลให้เกิดการฟอกขาวได้ง่ายและเร็วขึ้นในสภาวะโลกร้อน
มากกว่าที่สนธิได้ให้ข้อมูลไว้ บทความวิทยาศาสตร์ ยังระบุว่า ส่วนประกอบของฝุ่น PM 2.5 อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด อาทิ หอยทากน้ำจืด (Parafossarulus striatulus) พบว่าพฤติกรรมการเคลื่อนไหวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อสัมผัสกับ PM 2.5 , ในปลาม้าลาย (The zebrafish) ฝุ่น PM 2.5 ไปกระตุ้นการแสดงออกของยีนที่ตอบสนองต่อสารแปลกปลอม ซึ่งแสดงออกมาในรูปของอัตราการตายที่เพิ่มขึ้นและอัตราการฟักของไข่ลดลง ขณะที่ ปลาเมดากะ (Oryziasmelastigma) นั้น พบว่าความหลากหลายของจุลินทรีย์ในลำไส้ลดลง
ปัญหาจากฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นบนบก จึงไม่เพียงทำให้มนุษย์เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังมีเพื่อนร่วมโลกที่รับชะตากรรมเดียวกัน มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จึงกระตุ้นให้เห็นความสำคัญของการร่วมมือกันลดการปล่อยฝุ่น PM 2.5 อย่างการลดการเผาขยะในที่โล่งแจ้ง รถการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล หันมาใช้รถสาธารณะ หมั่นตรวจเช็กสภาพรถเพื่อลดควันดำ รวมถึงปลูกต้นไม้ฟอกอากาศ คนละไม้คนละมือ เพื่อดูแลทั้งตัวเราและท้องทะเลไทย

