xs
xsm
sm
md
lg

ปชป.ส่ง“อนุชา” ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. “ชัชชาติ”ลาออกก่อนสมัครรอบ 2 ** เป็นหนี้ไม่ไหวแล้ว..คนไทยสิ้นหวังกับ"เสี่ยหนู" นายกฯคอนเทนต์!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


อนุชา บูรพชัยศรี - ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ - ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร
ข่าวปนคน คนปนข่าว

++ ปชป.ส่ง“อนุชา” ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. “ชัชชาติ”ลาออกก่อนสมัครรอบ 2

ช่วงบ่ายวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัว “อนุชา บูรพชัยศรี” เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามพรรค พร้อมผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ทั้ง 50เขต

ก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวว่าทางพรรคได้ติดต่อทาบทาม “ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา” ที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร LINE Plus และอดีตผู้บริหาร Google ประเทศไทย ซึ่งเคยเป็นเลขานุการของ “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” อดีตผู้ว่าฯกทม. ให้ลงสมัคร แต่ติดเงื่อนไขสัญญากับ LINE จึงไม่สามารถลงสมัครได้

สุดท้ายพรรคจึงตัดสินใจเลือก “อนุชา บูรพชัยศรี” ลงสู้กับ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบัน ที่ประกาศแล้วว่า จะลาออกจากตำแหน่งในวันที่18 พ.ค. และจะลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้ง

พรรคประชาธิปัตย์ มองว่า แม้ “อนุชา”จะเป็นนักการเมืองหน้าเดิม ไม่ใช่คน “ใหม่ สด” เหมือน “ดร.พิเชษฐ” แต่ก็มีฐานเสียงในระดับหนึ่ง เพราะเคยเป็น สส.เขตคลองเตย 2 สมัย รวมทั้งมีประสบการณ์ทำงานฝ่ายบริหาร ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งในตำแหน่ง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

“อนุชา” เคยได้รับเลือกตั้งเป็น สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในปี 2550 และ 2554 ก่อนพ่ายเลือกตั้งในปี 2562 และกลับเข้าสภา อีกครั้งในการเลือกตั้งปี 2566 ในฐานะสส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ แทน “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” ที่ลาออก เพื่อไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

อนุชา บูรพชัยศรี
นอกจากนี้ “อนุชา” ยังเคยดำรงตำแหน่ง เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ ในสมัย“ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” เป็น รมว.ศึกษาธิการ และเป็นบุตรเขยของ ร.อ.กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา อดีตผู้ว่าฯ กทม. ที่รับช่วงต่อจาก พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อีกด้วย

ในการเลือกตั้งส.ส.ครั้งล่าสุดปี 2569 “อนุชา”ได้ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย กับกลุ่มของ“เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” รมว.พลังงาน กระทั่งล่าสุด เมื่อสัปดาห์ก่อนก็ลาออกจากภูมิใจไทย แล้วกลับมาร่วมงานกับประชาธิปัตย์อีกครั้ง

การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ครั้งนี้ จะว่าไปแล้วก็เหมือน กับการที่ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ลงมาป้องกันแชมป์ โดยมี “อนุชา บูรพชัยศรี” จากประชาธิปัตย์ และ “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ศิษย์เก่าสวนกุหลาบ เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง วิศวะคอมพิวเตอร์ จากจุฬาฯ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นคู่ต่อสู้

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ส่วนพรรคเพื่อไทย กับพรรคภูมิใจไทย นั้นชัดเจนแล้วว่า “ขอบาย” ไม่ส่งผู้สมัคร

เมื่อเป็นเช่นนี้ “ชัชชาติ” ย่อมเป็นต่อหลายขุม ขณะที่พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะรู้ว่าเป็นรองสุดกู่ แต่ก็จำเป็นต้องส่งผู้สมัคร เพราะมันเป็น “ไฟต์บังคับ”

พรรคประชาชนนั้น เพิ่งกวาดที่นั่ง สส.แบบยกกรุงเทพฯ ไม่เหลือให้พรรคอื่นเลย และยังต้องมองไปที่การเลือกตั้ง สก. ด้วย แล้วอย่างนี้จะไม่จัดคนลงมาสู้ได้อย่างไร

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ก็ถือว่ากรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในฐานเสียงเก่า ไม่ต่างจากภาคใต้ และที่ผ่านมาก็มีผู้ว่าฯกทม. ที่สวมเสื้อสีฟ้า อยู่หลายคน

การที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หวนกลับมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ยอมต้องการฟื้นฟู กอบกู้ฐานเสียงในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะ สก. ที่ตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์ เหลืออยู่เพียง 9 เขต

เมื่อส่ง“อนุชา”ลงสมัครผู้ว่าฯกทม. ก็ถือว่าเป็นการแสดงออกถึงการเอาจริงเอาจัง ดังนั้นหากได้จำนวน สก.เพิ่มขึ้น ก็ถือว่าคุ้ม
ส่วน “ชัชชาติ” ที่ลงสมัครอิสระ แม้จะไม่มี สก. เป็นของตัวเอง แต่เป็นที่รู้กันว่า สก. ที่เคยสังกัดพรรคเพื่อไทย แต่ตอนนี้ลาออกมาลงสมัครในนามอิสระ นั่นก็ไม่ต่างกับมาอยู่ใต้ปีก “ชัชชาติ”

การเลือกตั้งครั้งนี้ ความดุเดือดจึงอยู่ที่การเลือก สก. มากกว่าการเลือกผู้ว่าฯ กทม.

นี่เป็นการประเมิน ในช่วงที่ยังไม่ได้ออกสตาร์ทอย่างเป็นทางการ ซึ่งเวลาที่เหลือในช่วงของการหาเสียง อะไรก็เกิดขึ้นได้
รอช่วงโค้งสุดท้าย ใกล้วันที่ 28 มิ.ย.69 ที่ กกต.กำหนดให้เป็นวันเลือกตั้ง ค่อยมาประเมินกันอีกรอบ

อนุทิน ชาญวีรกูล
++ เป็นหนี้ไม่ไหวแล้ว..คนไทยสิ้นหวังกับ"เสี่ยหนู" นายกฯคอนเทนต์!

ก่อนเลือกตั้ง "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล หาเสียงว่าหากได้เป็นรัฐบาล จะทำให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดีจนต้องร้องขอให้พอแล้ว พอแล้ว "รวยไม่ไหวแล้ว" แต่พอเข้ามาเป็นรัฐบาลและบริหารงานจริงๆ ตอนนี้หันไปทางไหนมีแต่คนส่ายหัวแรงๆเป็นพัดลมหน้าร้อน

งานนี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย "นายกฯคอนเท้นต์" ต้องเพลาๆมือ ลัลลากับงานอีเวนต์สร้างคอนเทนต์ไว้ก่อน หรือไม่ เพราะล่าสุด “สวนดุสิตโพล”เผยผลสำรวจ "ความคาดหวังของประชาชนต่อการทำงานของรัฐบาลอนุทิน" กระแทกหน้าเข้าอย่างจัง !

​ ผลโพล (12-15 พ.ค.69) ออกมาฟ้องว่า ประชาชนคนไทยเขาส่งสัญญาณ “ยี้” ใส่แบบไม่ต้องสืบ!

น่าสนใจเมื่อดูในรายละเอียดของโพล พบว่าปัญหาที่ชาวบ้านร้านตลาดกังวลมากที่สุดอันดับหนึ่ง คิดเป็นร้อยละ 44.44 ไม่ใช่อะไรที่ไหน แต่เป็น “เงินกู้ 4 แสนล้านบาท” ที่รัฐบาลชุดนี้เตรียมจะเซ็นกู้มาละเลง นั่นแหละ

ชาวบ้านเขากลัวว่า หนี้สาธารณะจะค้ำคอจนลูกบวชก็ยังใช้ไม่หมด แต่รัฐบาลก็ดูเหมือนจะไม่สนโลก เน้นคติ "หนี้มีไว้ให้กู้เพิ่ม" หรือเปล่าไม่รู้

​ แถมพ่วงมาด้วยความกังขาในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ร้อยละ 13.65 ที่ชาวบ้านเริ่มตาสว่าง ถามหาความคุ้มค่า ไม่รู้ว่าพลัสรอบนี้ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจริงๆ หรือแค่เอาเงินไป “พลัส” เข้ากระเป๋าใครกันแน่ ?

ย้ำอีกที "เสี่ยหนู" เบรกงานอีเวนต์ชวนฝัน แล้วหันมามองกระเป๋าตังค์ประชาชนก่อนดีมั้ย

ตอนนี้เสียงส่วนใหญ่ ร้อยละ 77.97 เขาตะโกนจนคอหอยจะหลุดแล้วว่า ช่วย "ลดค่าครองชีพ ค่าพลังงาน ราคาสินค้า" ให้มันจับต้องได้จริงๆสักที ไม่ใช่ดีแต่ปาก หรือดีแต่พูด "ลด" โดยไม่ทำ

ที่เจ็บปวดร่วมกันของคนไทยชั่วโมงนี้ก็คือ คำถามที่ว่า อีก 3 เดือนข้างหน้า เศรษฐกิจจะเป็นยังไง?

ปรากฏว่า เกือบครึ่งประเทศ ร้อยละ 46.89 ส่ายหัวบอก “แย่ลงแน่นอน” มีคนมองว่าจะดีขึ้นแค่ติ่งเดียว ร้อยละ 9.80 เท่านั้น!
เรียกว่า นี่ขนาด "เสี่ยหนู" บริหารมาสักพักแล้ว ประชาชนยังมองไม่เห็นอนาคตกันเลย

มาถึงไฮไลต์ ถามถึง "ความคาดหวัง" ต่อรัฐบาลอนุทิน บอกเลยว่าหลายๆ คน เห็นผลแล้วน้ำตาจะไหล ไม่รู้จะสงสารหรือสมเพชตัวเองดี ที่เลือกพรรคน้ำเงิน

ตัวเลขเสียงสะท้อนเอา "ไม่ค่อยคาดหวัง" มารวมกับ "ไม่คาดหวังเลย" นี่ก็ปาเข้าไปเกินครึ่งค่อนประเทศ หรือ ร้อยละ 56.61แล้ว! เรียกว่า ประชาชนปลงตก คิดซะว่า ไม่มีความหวัง...ก็จะไม่มีความผิดหวัง

งานนี้ก็ไม่รู้ว่า "ท่านผู้นำหนู" จะมัวแต่ยิ้มร่า โชว์ฟันขาวลอยชายไปวันๆ หรือจะยอมตื่นจากฝันกลางวัน มาแก้ปัญหาปากท้องจริงๆ สักที... เพราะ สิ่งที่ประชาชนอยากให้รัฐบาล "เสี่ยหนู" ทำคือ ลดรายจ่าย-แก้ปัญหาหนี้ และ ช่วยสร้างงาน ไม่ได้ขออะไรมาก จนต้องร้องรวยไม่ไหวแล้ว เอาแค่ไม่เป็นทุกข์จากสามข้อที่ว่านี้ก่อน ทำได้มั้ย?

แต่ก็นั่นแหละ ขนาดเรื่องปราบทุจริต บริหารโปร่งใส ชาวบ้านยังร้องเรียนเป็นอันดับต้นๆ หรือร้อยละ 63.08
เห็นทีงานนี้ถ้ารัฐบาลหนูยังทำหูทวนลม ระวังจะอยู่ไม่ถึงหน้าหนาวนะจ๊ะ...เตือนด้วยความหวังดี