ผบช.น.เรียกประชุมทีมพนักงานสืบสวนสอบสวน กรณีรถไฟชนรถเมล์ บริเวณจุดตัดมักกะสัน สั่งการดำเนินการรัดกุม รอบคอบ และตรวจสอบพยานหลักฐานทุกด้าน เร่งพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกิดจากความประมาทของผู้ใด รอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบกล่องดำ ตรวจสอบระเบียบและขั้นตอน การส่งสัญญาณของ รฟท.อย่างละเอียด เป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่
วันนี้ (17 พ.ค.) ที่ สน.มักกะสัน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน แถลงความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน
พล.ต.ท.สยาม กล่าวว่า วันนี้ได้เข้ามาติดตามการจัดทำสำนวนคดี โดยเรียกประชุมทีมพนักงานสืบสวนสอบสวน พร้อมสั่งการให้ดำเนินการอย่างรัดกุม รอบคอบ และตรวจสอบพยานหลักฐานทุกด้าน ทั้งภาพกล้องวงจรปิด สอบปากคำพยานบุคคล ตลอดจนหลักฐานทางเทคนิคต่างๆ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความประมาทของผู้ใด และผู้เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยครบถ้วนหรือไม่
อยู่ระหว่างตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำป้อมรถไฟ คนขับรถไฟ และคนขับรถโดยสาร ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและมาตรฐานถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีปัญหาการจราจรติดขัดเป็นประจำ จึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่า เหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ได้สอบปากคำพนักงานขับรถไฟแล้ว และแจ้งข้อหา "กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บสาหัส" ส่วนคนขับรถโดยสารอยู่ระหว่างรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ และแผลไฟคลอกหลายจุดทั่วร่างกาย จึงยังไม่สามารถสอบปากคำได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ประจำป้อมรถไฟ ถูกนำตัวไปตรวจร่างกาย และจะเรียกสอบปากคำเพิ่มเติมภายหลัง
จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด พบว่าขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ประจำป้อมได้โบกธงแดง เพื่อส่งสัญญาณเตือนว่า เส้นทางข้างหน้าไม่ปลอดภัยและห้ามผ่าน แต่พนักงานขับรถไฟไม่ได้ชะลอ หรือหยุดรถ จนพุ่งชนรถโดยสารที่จอดคร่อมรางรถไฟ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ยึดกล่องดำของรถไฟไว้แล้ว อยู่ระหว่างประสานผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ตำรวจจะตรวจสอบระเบียบและขั้นตอน การส่งสัญญาณของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อย่างละเอียด ทั้งระยะการโบกธงแดง รวมถึงขั้นตอนการโบกธงเขียวเพื่ออนุญาตให้รถไฟผ่าน เป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ ส่วนกรณีรถโดยสารที่จอดรถคร่อมรางรถไฟ อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า มีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก หรือมีความผิดอื่นร่วมด้วยหรือไม่
พล.ต.ท.สยาม กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นสัญญาณไฟแดงกะพริบในช่วงเกิดเหตุ จะมีการประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไข พร้อมขอความร่วมมือประชาชนที่ใช้เส้นทางผ่านจุดตัดทางรถไฟ ให้เคารพกฎจราจรและเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากยังมีจุดตัดลักษณะเดียวกันอีกหลายแห่งในกรุงเทพฯ
สำหรับยอดผู้ได้รับบาดเจ็บล่าสุด มีทั้งหมด 30 คน แบ่งเป็นชาย 21 คน และหญิง 9 คน โดยกลับบ้านแล้ว 14 คน และยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 16 คน ส่วนยานพาหนะได้รับความเสียหายรวม 9 คัน เป็นรถจักรยานยนต์ 4 คัน และรถยนต์ 5 คัน.

