'อนุทิน' ลั่นกล้าแฉทุจริตต้องพร้อมโดนฟ้องกลับ ชี้เป็นเวรกรรมรัฐบาลชุดนี้ต้องแก้ตราบาป ย้ำเดินหน้าปราบโกงจริงจังไม่ใช้ความรู้สึก
การเปิดเผยรายงานของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3สถาบัน (กกร.) เกี่ยวกับหน่วยงานของรัฐที่รับสินบนมากที่สุด ปรากฎว่าทำให้บรรดาหัวหน้าส่วนราชการออกมาแถลงตอบโต้อย่างดุเดือด โดยในเรื่องนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ทุกคนเป็นห่วงเรื่องคอรัปชั่น ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาเดือนตุลาคมจนถึงปัจจุบันมีการปราบปรามทุจริตคอรัปชั่นอย่างสม่ำเสมอ และใช้กฎหมายต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นอย่างเข้มงวดและเด็ดขาด จะเห็นได้จากการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งสแกมเมอร์ ยาเสพติด บ่อนการพนัน การค้ามนุษย์
"ผมยืนยันได้เลยว่าในรัฐบาลชุดนี้ทำงานร่วมกับฝ่ายปราบปรามด้วยความเข้าใจและมีเป้าหมายเดียวกัน และมีความสัมพันธ์สนับสนุนซึ่งกันและกัน ตำรวจทหาร เจ้าหน้าที่ เราทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน"นายอนุทินระบุ
สำหรับรายงานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3สถาบัน (กกร.) นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนั้นเป็นดัชนีที่มาจากแบบสอบถาม แต่ในส่วนของรัฐบาลเรามีการปราบปรามอย่างจริงจัง เราไม่ได้ใช้ความรู้สึก หรือการทำแบบสอบถาม หรือการทำโพล ของรัฐบาลทุกเคสจัดการด้วยข้อกฎหมาย ยกตัวอย่าง ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีเรื่องของการสวมสิทธิ์ก็ไม่ได้จบแค่ปลดนายอำเภอคนเดียว แต่รัฐบาลขยายผลเห็นการกระทำผิดเป็นขบวนการ ต้องดำเนินการทั้งหมด ผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย ที่เป็นข้อกังวลของประชาชน ยกตัวอย่างในจังหวัดนครปฐม ก็ได้มีการปลดกำนันออกจากตำแหน่ง หากเป็นสมัยก่อนอาจจะต้องขอรอให้มีคนมาเคลียร์ มีคนมาขอ
เมื่อถามว่า เรื่องของผลสำรวจ กกร. จะไม่จบเพราะหน่วยงานรัฐที่ถูกจัดอันดับเตรียมจะฟ้องกลับเอกชน นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างที่บอกที่มาของการสำรวจคืออะไร ถ้าสำรวจแล้วไม่ได้เป็นไปตามนั้น ก็มีสิทธิ์ที่จะฟ้อง
"หากเรากล้าที่จะบอกว่าคุณทำผิด คุณโกง คุณทำไม่ดี เราก็ต้องพร้อมที่จะถูกฟ้องกลับ อย่างเมื่อวานที่ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ดัชนีการรับรู้รับทราบ เรื่องคอรัปชั่นว่ามาจากไหน ส่วนนึงก็มาจากการสำรวจความรู้สึก ถามมีการโกงไหม ถ้ามีก็ติ๊กถูก อย่างนั้น จะนำไปวัดว่าเป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินคดีมันไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึก ซึ่งอย่างที่บอกเป็นตราบาปที่พวกผมต้องมาแก้ เป็นตราบาปที่ถูกประทับมาตั้งแต่ในอดีต ก็ต้องถือว่าเป็นเวรกรรมของรัฐบาลชุดนี้ ของผู้บริหารในปัจจุบันที่จะต้องไปแก้ตราปาบ แต่ไม่ใช่ไปเสริมตราบาป ไปย้ำ เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง" นายกฯระบุ

