โศกนาฎกรรมรถไฟชนรถเมล์สังเวย 8 ชีวิต ชี้ความประมาทเกิดจากทั้งสองฝ่าย คมนาคมสั่งล้อมคอกเร่งแก้ไขจุดเสี่ยงทั่วประเทศ
สถานการณ์ตอนนี้หลายฝ่ายจับจ้องไปที่เหตุการณ์รถไฟบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์สินค้าชนกับรถเมล์ ใกล้สถานีรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ มักกะสัน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจำนวน 8 ราย ส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องออกมาประกาศเตรียมดำเนินการตามกฎหมาย โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า กระทรวงคมนาคมจะไม่มีการโยนความผิดให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และจะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐาน โดยแบ่งการสอบสวนออกเป็น 3 ส่วน คือ 1. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเครื่องกั้นทางรถไฟไม่ทำงาน 2. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ของพนักงานว่าปฏิบัติถูกต้องตามข้อบังคับหรือไม่ 3. พนักงานสอบสวน (ตำรวจ) ดำเนินคดีทางกฎหมายจราจรเพื่อหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษ
"กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของรถสาธารณะมาโดยตลอด เมื่อเกิดความผิดพลาด ก็ต้องหาตัวผู้รับผิดชอบ และจะเพิ่มมาตรการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดรุนแรงขึ้นเพื่อความปลอดภัยของประชาชน พร้อมสั่งการให้ผู้ว่าฯ รฟท. ไปทำการบ้าน ส่งแนวทางแก้ไขจุดเสี่ยงทั่วประเทศภายในวันพุธนี้" นายสิริพงศ์ กล่าว
ด้าน นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการและรักษาการผู้ว่าการ รฟท. แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมชี้แจงสาเหตุเบื้องต้นว่า บริเวณดังกล่าวเป็นจุดตัดเสมอระดับทาง แต่อุปกรณ์กั้นถนนไม่สามารถทอดลงมาได้ เนื่องจากมีรถยนต์จอดติดสะสมค้างอยู่บนทางรถไฟ ซึ่งตามกฎหมายห้ามจอดรถในระยะ 5 เมตรรอบทางรถไฟ เมื่อขบวนรถไฟแล่นมาถึงจึงไม่สามารถหยุดรถได้ทัน จึงเกิดการชนขึ้น ทั้งนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยจะตั้งคณะสอบสวนข้อเท็จจริง ทั้งในส่วนของการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ การทำงานของระบบไม้กั้น รวมถึงตรวจสอบข้อมูลจากกล่องบันทึกความเร็วของขบวนรถ เพื่อตรวจสอบว่าพนักงานขับรถปฏิบัติตามขั้นตอนหรือไม่
นายอนันต์ ชี้แจงย้้ำว่า เครื่องกั้นถนนบริเวณดังกล่าวเป็นระบบที่มีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ในซุ้มควบคุม โดยจะมีสัญญาณไฟและเสียงเตือนเมื่อรถไฟกำลังเข้าสู่พื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่กดควบคุมไม้กั้นขึ้น-ลง ปิดการจราจรทั้งสองฝั่ง ตามหลักปฏิบัติ หากไม้กั้นยังปิดไม่สมบูรณ์ สัญญาณอนุญาตจะยังไม่สามารถส่งให้พนักงานขับรถไฟเดินรถได้ และพนักงานขับรถจะต้องหยุดรถบริเวณหน้าทางตัด ซึ่งต้องรอผลสอบสวนจากข้อมูลกล่องบันทึกการเดินรถอีกครั้งว่าได้มีการหยุดรถตามขั้นตอนหรือไม่
พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 และ สน.มักกะสัน เร่งบริหารจัดการจราจรเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้รถใช้ถนนได้อย่างคล่องตัว รวมถึงประสานงานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเคลื่อนย้ายรถเมล์ออกจากขบวนรถไฟ ซึ่งขณะนี้สามารถขยับรถเมล์ออกได้แล้ว เหลือเพียงการเคลื่อนย้ายแผ่นปูนบางส่วน
ผบ.ตร. ระบุว่า ได้รับรายงานว่าคนขับรถเมล์ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนคนขับรถไฟได้รับบาดเจ็บ โดยย้ำว่าเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างมาก จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ได้กำชับให้ตรวจสอบระเบียบและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และระบุว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญ โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถสาธารณะที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น
ทั้งนี้ มีรายงานว่า พนักงานสอบสวนลงเห็นว่าความประมาทเกิดจากผู้ขับขี่รถทั้ง 2 คน เบื้องต้นแจ้งข้อหาขับขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ก่อนนำตัวพนักงานสอบสวนสน.มักกะสัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

