สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี) พยายามโน้มน้าวให้บรรดาประเทศต่างๆในอ่าวเปอร์เซีย ในนั้นรวมถึงซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ ให้ร่วมมือกันตอบโต้ทางทหารต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธ จรวดและโดรนโดยอิหร่าน ระหว่างสงครามเมื่อเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตามพวกผู้นำอาบูดาบีต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อถูกเหล่าเพื่อนบ้านปฏิเสธ ตามรายงานของบลูมเบิร์กเมื่อวันศุกร์(15พ.ค.) อ้างอิงแหล่งข่าวใกล้ชิดกับประเด็นนี้
แหล่งข่าวเปิดเผยกับบลูมเบิร์ก ว่า ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ซายิด อัล นาห์ยาน (MBZ) ประธานาธิบดียูเออี ได้พูดคุยทางโทรศัพท์หลายต่อหลายครั้งกับพวกผู้นำคนอื่นๆ ในนั้นรวมถึงมกุฏราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน อัล ซาอุด แห่งซาอุดีอาระเบีย ไม่นานหลังจากอิสราเอลและสหรัฐฯ เริ่มโจมตีอิหร่าน ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์
MBZ พยายามโน้มน้าวชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องร่วมมือกันตอบโต้แก้แค้น เพื่อป้องปราม อิหร่าน ตามคำกล่าวอ้างของแหล่งข่าว
อย่างไรก็ตามครั้งที่เขาเริ่มประสานงานกับรัฐบาลสหรัฐฯของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และ อิสราเอล บรรดาชาติเพื่อนบ้านกับบอกกับเขาว่าจะไม่เข้าร่วมสงคราม โหมกระพือความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดอยู่ก่อนแล้วระหว่างยูเออีกับซาอุดีอาระเบีย ให้เลวร้ายลงไปอีก
ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลทรัมป์ ได้ทราบเกี่ยวกับข้อเสนอของยูเออี และพยายามกดดันให้ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์เข้าร่วมวงด้วย แหล่งข่าวใกล้ชิดในประเด็นนี้ระบุ
ทางประธานาธิบดียูเออี พยายามโน้มน้าวบรรดาสมาชิกสภาความร่วมมืออ่าวเปอร์เซีย(GCC) โดยเน้นว่า GCC ก่อตั้งขึ้นมาในปี 1981 สืบเนื่องด้วยแนวโน้มภัยคุกคามจากการปฏิวัติอิสลามอิหร่านปี 1979
รายละเอียดในคำกล่าวอ้างของแหล่งข่าว เป็นตัวอธิบายได้อย่างดีว่าทำไมยูเออีดูเหมือนจะโกรธเคืองบรรดาชาติเพื่อนบ้านอย่างมาก จนท้ายที่สุดแล้วลงเอยด้วยการถอนตัวจากโอเปกและโอเปกพลัสในช่วงปลายเดือนเมษายน เช่นเดียวกับยกระดับความสัมพันธ์กับอิสราเอล
แม้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากบรรดารัฐอาหรับ แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดกับประเด็นนี้ระบุว่า ยูเออีได้ทำการโจมตีอย่างลับๆเล่นงานอิหร่าน ทั้งในเดือนมีนาคมและเมษายน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมอิหร่านยังโจมตีเล่นงานยูเออี หนักหน่วงที่สุด ในระหว่างสงครามเมื่อเร็วๆนี้
ยูเออีเป็นประเทศเป้าหมายที่โดนจัดหนักที่สุดระหว่างสงคราม อิหร่านปล่อยโดรนเกือบ 3,000 ลูกและขีปนาวุธหลายร้อนลูก เข้าใส่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก่อนเห็นพ้องในข้อตกลงหบุดยิง แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีรายงานว่า อิหร่าน โจมตีท่าน้ำมันหลักในเมืองฟูไจราห์ของยูเออี ที่อยู่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ อีกรอบ
ซาอุดีอาระเบียได้โจมตีอิหร่านด้วยตนเองในเดือนมีนาคม โดยไม่ได้ร่วมมือกับยูเออี อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่นั้น ซาอุดีอาระเบีย ได้เปลี่ยนแนวทาง หันมาช่วยอำนวยความสะดวกแก่ความพยายามของปากีสถาน ที่เป็นคนกลางการเจรจาระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน
กาตาร์เองก็คิดโจมตีอิหร่านเช่นกัน หลังสาธารณรัฐอิสลามโจมตีโรงงานก๊าซธรรมชาติเหลวใหญ่ที่สุดในโลกของพวกเขา โรงงานราส ลาฟฟาน ในเดือนมีนาคม อย่างไรก็ตามโดฮา ตัดสินใจไม่เคลื่อนไหวในแนวทางดังกล่าว แล้วหันมาเล่นบทบาทในความพยายามลดความตึงเครียดแทน แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่อ่าวเปอร์เซียเปิดเผยกับบลูมเบิร์ก
ในส่วนของบาห์เรนและคูเวต ซึ่งปกติแล้วเป็นแนวร่วมที่ใกล้ชิดกับริยาดในด้านการป้องกันตนเองและกิจการต่างประเทศ ก็เสาะหาหนทางแห่งการหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ลุกลามบานปลายใดๆเช่นกัน ขณะที่ โอมาน เชื่อว่าคงไม่มีทางเข้าร่วมกับยูเออี สืบเนื่องจากพวกเขามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่าน
(ที่มา:บลูมเบิร์ก/เยรูซาเลมโพสต์)

