นักวิชาการ ม.อ. กางข้อกฎหมายชำแหละบทบาทกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ชี้ชัดแม้ไม่มีอำนาจสั่งปิดโรงงานโดยตรง แต่ถือ 3 ดาบอาญาสิทธิ์ในมือ ทั้งกำหนดมาตรฐาน ตรวจสอบ และชงเรื่องให้ กรอ. ฟันดาบสุดท้าย ระบุชัดนี่คือ "กลไกชี้เป็นชี้ตาย" ที่สร้างแรงจูงใจมหาศาลให้ผู้ประกอบการยอมจ่ายส่วยเพื่อแลกกับการลดต้นทุนบำบัดมลพิษ ซัดคนพูดไม่เข้าใจระบบหรือแค่ "ทำแอ๊บแบ๊ว"
วันนี้ (16 พ.ค.) รองศาสตราจารย์ ดร.วิษณุพงษ์ โพธิพิรุฬห์ อาจารย์และนักวิจัยประจำสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ออกมาโพสต์ข้อความ ชี้ แม้จะมีการกล่าวอ้างว่ากรมควบคุมมลพิษ (คพ.) มีหน้าที่เพียงงานวิชาการและไม่มีอำนาจสั่งปิดโรงงานหรือออกใบอนุญาต
แต่แท้จริงแล้ว คพ. มีบทบาทสำคัญที่เป็นกลไกให้คุณให้โทษได้ ทั้งในการกำหนดมาตรฐานมลพิษ การลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บตัวอย่าง และการรายงานการละเมิดกฎหมายไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ซึ่งมีอำนาจสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาต
ด้วยบทบาทเหล่านี้ ผู้ประกอบการจึงมีแรงจูงใจสูงมากที่จะจ่ายสินบนให้กับ คพ. เพื่อแลกกับการหลบเลี่ยงต้นทุนมหาศาลในการลงทุนระบบบำบัดมลพิษ ตลอดจนเพื่อลดความเสี่ยงและความไม่แน่นอนจากการถูกตรวจสอบหรือถูกลงโทษ
ดังนั้น การสรุปว่า คพ. ไม่มีอำนาจใด ๆ จึงเป็นการมองข้ามความเป็นจริงของระบบที่เอื้อให้เกิดแรงจูงใจในการจ่ายสินบนเพื่อลดต้นทุนของผู้ประกอบการได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
“ทำไมผู้ประกอบการจึงมีแรงจูงใจอย่างมากที่จะติดสินบนกรมควบคุมมลพิษ แม้จะไม่มีอำนาจในการออกใบอนุญาต
เห็นรัฐมนตรีออกมาปกป้องว่า กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ไม่มีอำนาจสั่งปิดโรงงาน ไม่มีอำนาจอนุมัติอะไรทั้งนั้น ทำแค่งานวิชาการ แล้วผู้ประกอบการจะเอาเงินไปจ่ายสินบนทำไม
ซึ่งนี่เป็นความเห็นที่สะท้อนว่า คุณไม่เข้าใจเลยว่า ระบบมันทำงานยังไง หรืออาจจะเข้าใจนั่นล่ะ แต่ทำแอ๊บแบ๊ว
ภายใต้ พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม 2535 คพ. มีบทบาทอย่างน้อยสามระดับ
ระดับแรก คือ ในฐานะผู้กำหนดมาตรฐาน ทั้งมาตรฐานน้ำทิ้ง อากาศเสีย ของเสียอันตราย PM2.5 เสียง กลิ่น ฯลฯ มาตรฐานเหล่านี้คือการลากเส้นเส้นแบ่งระหว่างการปฏิบัติตามกฎหมายกับการละเมิดกฎหมายของทุกโรงงานในประเทศ
ระดับที่สอง คือ ในฐานะผู้ตรวจสอบ เจ้าพนักงานควบคุมมลพิษมีอำนาจเข้าโรงงาน เก็บตัวอย่างน้ำ อากาศ ดิน เรียกดูเอกสาร และวิเคราะห์ผล
ระดับที่สาม คือ ในฐานะผู้รายงานข้อมูลเมื่อพบการละเมิด แม้จะไม่มีอำนาจที่จะดำเนินการเอง แต่ก็ต้องส่งรายงานไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ซึ่งมีอำนาจสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตโรงงาน
ดังนั้น การสรุปเองว่า คพ. ไม่มีอำนาจในการให้คุณให้โทษเลยนั้น จึงเป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการโรงงานต่าง ๆ เผชิญกับต้นทุนสำคัญสองแบบ
อย่างแรก คือ ต้นทุนในการปฏิบัติตามกฎหมาย (compliance cost) ต้องลงทุนระบบบำบัดน้ำเสีย ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต ซึ่งอาจอยู่ในระดับหลายล้านถึงหลายสิบล้านบาท
อย่างที่สอง คือ ต้นทุนของความไม่แน่นอน (uncertainty cost) คือ ไม่รู้เลยว่าจะถูกตรวจเมื่อไหร่ การรายงานผลจะออกมาอย่างไร กรอ. จะตัดสินใจอย่างไร และชุมชนรอบข้างจะลุกฮือขึ้นมาหรือไม่หากพบความผิดปกติ
ดังนั้น การที่ผู้ประกอบการจะติดสนบนเพื่อลดต้นทุนเหล่านี้ จึงอยู่ในวิสัยมาก ๆ
นี่ไม่ได้กล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ คพ. ทุกคนเรียกรับสินบน แต่อยากจะบอกแค่ว่า แรงจูงใจ (incentives) ในการจ่ายสินบนมันสูงมาก“

