xs
xsm
sm
md
lg

ขยายผลล้างบาง “แก๊งโจ๊กเกอร์” ขนไอซ์กว่าครึ่งตัน ตามจับ “บังดอน” หัวโจกขับรถนำทางได้อีก 1 คน ที่เหลืออยู่ระหว่างไล่ล่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ชุมพร - ตร.ชุมพรขยายผลแก๊งขนไอซ์กว่าครึ่งตันหลังจับได้คาด่านปฐมพร ไล่ล่าตามตะครุบ "บังดอน" หัวโจกคนขับรถนำคาสวนปาล์มท่าแซะ หลังไหวตัวลบไลน์กลุ่มขับรถหนีจอดทิ้ง จ้างรถสไลด์ขนย้ายหลักฐานใช้เป็นรถนำเคลียร์เส้นทาง

จากปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร สกัดจับรถกระบะตู้ทึบซุกซ่อนยาไอซ์บิ๊กล็อตตรา "ม้าทอง" น้ำหนัก 519 กิโลกรัม พร้อมรวบตัวสองสามีภรรยาได้คาด่านตรวจปฐมพรเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา


ความคืบหน้าการขยายผลกรณีดังกล่าว พล.ต.ต.จิตเกษม สนขำ ผบก.ภ.จว.ชุมพร หลังจากได้สั่งการให้กองกำลังชุดสืบสวนขยายผล ภ.จว.ชุมพร นำโดย พ.ต.ท.ธีรนันท์ ชุมวรฐายี รอง ผกก.สภ.หลังสวน ในตำแหน่งหัวหน้าชุดขยายผล และ พ.ต.ท.สมมาตร ตั้งรมยวิลัย สว.สอบสวน สภ.เมืองชุมพร ร่วมกันเปิดปฏิบัติการไล่ล่ากดดันผู้ร่วมขบวนการที่เหลืออย่างเร่งด่วน

โดยทีมชุดขยายผลได้กระจายกำลังลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานและเช็กภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดตามจุดต่าง ๆ ทั้งบนถนนสายหลักและสายรอง จนกระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัย และมีลักษณะตรงกับคำให้การของนายสิทธิแบงค์ ผู้ต้องหาขับรถขนยาไอซ์ที่ถูกจับได้พร้อมภรรยาทุกประการ ก่อนจะแกะรอยตามไปล็อกตัว นายสฤษฎ์ หรือ "บังดอน" แป้นอ้อย อายุ 28 ปี ชาวอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ผู้ต้องหาคนสำคัญตามหมายจับได้ในพื้นที่อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร พร้อมตรวจยึดรถยนต์กระบะตู้ทึบที่ใช้ร่วมขบวนการอีก 2 คัน คือ รถอีซูซุ สีเทา ทะเบียน ผต 4635 นครสวรรค์ และรถอีซูซุ สีเทา ทะเบียน ผน 251 นครศรีธรรมราช ขณะถูกจอดทิ้งอำพรางไว้ในสวนปาล์มน้ำมัน

จากการสอบปากคำของชุดสืบสวน “บังดอน” ยอมเปิดปากสารภาพถึงกลเล่กลของเครือข่ายยาเสพติดกลุ่มนี้ โดยระบุว่า พวกตนจะติดต่อสื่อสารกันผ่านไลน์กลุ่มชื่อ "โจ๊กเกอร์" และใช้วิธีนำรถกระบะตู้ทึบในลักษณะเดียวกันมาวิ่งร่วมขบวนถึง 4 คัน เพื่อสร้างความสับสนและเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่

โดยแผนการคือจะให้ "นายหนุ่ม" ขับรถคันแรก และตนเองคือบังดอน ขับรถคันที่สอง ซึ่งทั้งสองคันจะบรรทุกสิ่งของมาไม่หนักมาก มีหน้าที่ขับนำหน้าเพื่อเช็กด่านและทำตัวเป็น "ตัวล่อ" เมื่อเข้าด่านตรวจ ตำรวจมักจะเรียกตรวจค้นรถสองคันแรกอย่างละเอียด และเมื่อไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ก็มักจะปล่อยรถคันที่สามซึ่งเป็นคันที่บรรทุกยาเสพติดให้ผ่านไปได้อย่างง่ายดายเพราะคิดว่าเป็นรถทีมเดียวกันที่ตรวจไปแล้ว ส่วนคันที่สี่ซึ่งมี "นายตีม" เป็นคนขับ จะวิ่งปิดท้ายขบวน หากเกิดเหตุพลาดท่า นายตีมมีหน้าที่ขับรถพุ่งชนเปิดทางหรือรับคนขับรถขนยาเสพติดหลบหนีทันที ซึ่งที่ผ่านมาใช้วิธีนี้ขนผ่านด่านฉลุยมาแล้วเดือนละหลายครั้ง


“บังดอน” ให้การถึงนาทีระทึกว่า ในวันเกิดเหตุ หลังจากตนและนายหนุ่มขับรถผ่านด่านปฐมพรมาได้ประมาณ 10 กิโลเมตร ได้พยายามทักไลน์กลุ่มเพื่อเช็กสถานะรถขนยาและรถปิดท้าย แต่ปรากฏว่าทั้งสองคันเงียบหายไม่ตอบสัญญาณ จึงมั่นใจว่าเพื่อนร่วมทีมอับปางโดนตำรวจรวบคาด่านแล้วแน่นอน ด้วยความตกใจตนจึงรีบกดลบและทำลายกลุ่มไลน์ "โจ๊กเกอร์" ทิ้งทันทีเพื่อตัดตอนหลักฐาน ก่อนจะกลับรถขับหลบหนีมุ่งหน้าย้อนกลับขึ้นไปทางอำเภอท่าแซะ

เมื่อหนีเข้ามาในซอยลึกเกือบ 30 กิโลเมตร ตนและนายหนุ่มได้นำรถกระบะทั้งสองคันไปจอดแอบไว้ในสวนปาล์ม จากนั้นตนได้โทรศัพท์เรียกให้รถสไลด์ที่รู้จักกันมายกรถหนีเพื่ออำพรางสายตาตำรวจ ส่วนนายหนุ่มได้ทิ้งรถหลบหนีแยกย้ายไปไม่ทราบทิศทาง ขณะที่ตนแอบไปกบดานอยู่บ้านคนรู้จักใกล้ๆ จุดทิ้งรถ แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือตำรวจชุดสืบสวนขยายผล ภ.จว.ชุมพร ที่ใช้หลักฐานจากกล้องวงจรปิดแกะรอยตามตะครุบตัวไว้ได้ในที่สุด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาฐานความผิดร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ พร้อมควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีและเร่งขยายผลออกหมายจับล่าตัว "นายหนุ่ม" และ "นายตีม" ที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี เพื่อทลายแก๊งโจ๊กเกอร์นี้ให้สิ้นซากต่อไป