xs
xsm
sm
md
lg

“ดีเอสไอ” หารือคดี “กักตุนน้ำมัน” แย้ม 15 วันจ่อเอาผิดไอ้โม่ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



MGR Online - อธิบดีดีเอสไอ ขอเวลาภายใน 15 วันเตรียมดำเนินคดีไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน กรณีบริษัทพื้นที่อ่างทอง-สุราษฎร์ธานี หลังพบหลักฐานสำคัญ ส่วนเรือขนส่งน้ำมันโฟกัส เหลือ 3 เที่ยว

วันนี้ (15 พ.ค.) ณ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมเรื่องสืบสวนที่ 43/2569 พฤติการณ์กักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงทางทะเล และรายงานการวิเคราะห์พฤติกรรมเรือต้องสงสัย ว่า วันนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีการประชุมติดตามความคืบหน้าในคดีการกักตุนน้ำมัน หลังจากที่ได้มีการรับเป็นคดีพิเศษในบางส่วนแล้ว ซึ่งทำให้สามารถแบ่งเรื่องสืบสวนใหญ่ๆ ออกมาเป็น 3 เรื่อง คือ 1.บริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง (บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด) 2.บริษัทคลังน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี (บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด) 3.กรณีเรือขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 99 เที่ยวเรือ จากโรงกลั่นน้ำมันในภาคตะวันออก เพื่อไปส่งน้ำมันยังคลังน้ำมันในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ซึ่งก็มีความคืบหน้าไปพอสมควรแล้ว

พ.ต.ต.ยุทธนา เผยว่า ในที่ประชุมคณะพนักงานสอบสวนได้มีการเร่งรัดให้มีการสืบสวนสอบสวนโดยเร็ว เนื่องจากบางคดีใกล้ที่จะพิสูจน์ความผิดได้แล้วว่ามีความผิดในกรณีการกักตุนน้ำมัน โดยขอใช้เวลาประมาณ 15 วันจะสามารถดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหากับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ หลังจากนั้น คณะพนักงานสอบสวนจะดำเนินคดีความผิดอาญากับกรณีของบริษัทคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี (บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด) และบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง (บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด) ในกรณีพบว่ามีพฤติการณ์กักตุนน้ำมัน ซึ่งแม้ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกว่าใครคือผู้ต้องหา แต่เมื่อพบการกระทำความผิดจะต้องดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาอย่างแน่นอน เบื้องต้นมีทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง

พ.ต.ต.ยุทธนา เผยว่า สำหรับพยานหลักฐานที่บ่งชี้บางอย่างว่าบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง (บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด) อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุนน้ำมันนั้น เนื่องจากพบว่ามีนายทุนอยู่เบื้องหลังกับการทำน้ำมันจริง ซึ่งก็เป็นกรณีที่พบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับของบริษัท ย่านพระราม 2 กรุงเทพฯ ซึ่งยังอยู่ระหว่างการเร่งรัดสืบสวนสอบสวนต่อไป

“ส่วนการตรวจสอบเรือ จำนวน 99 เที่ยว ที่มีการแล่นในน่านน้ำทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง และอาจเกี่ยวข้องกับปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่หายกลางทะเลกว่า 60 ล้านลิตร ตอนนี้พนักงานสอบสวนจะต้องลงไปตรวจสอบที่ลำเรือ ซึ่งได้มีการนัดหมายว่าจะต้องไปตรวจในระบบ GPS และระบบ AIS ของเรือแต่ละลำด้วย รวมทั้ง การตรวจสอบเรื่องใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงของเรือก็ได้พบความผิดปกติจริง อยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งจะเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับบริษัทคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานีหรือไม่ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการขยายผลเช่นเดียวกัน”

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวเสริมว่า อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบ 99 เที่ยวเรือ ขณะนี้โฟกัสแคบลงมาพบว่ามีเรือ 3 เที่ยว ใช้เรือจำนวน 3 ลำ ของ 3 บริษัทเรือ ที่มีการเดินทางในน่านน้ำผิดปกติ มีลักษณะการจอดลอยลำ ไม่เข้าเทียบคลังน้ำมันบนท่า เป็นต้น ซึ่งทั้ง 3 บริษัทเรือเหล่านี้ ทางกรรมการบริษัทฯ ยังไม่เคยได้เข้าให้การในฐานะพยานมาก่อน เนื่องจากเพิ่งพบข้อมูล แต่หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะได้มีการนัดหมายออกหนังสือเชิญมาให้ปากคำในฐานะพยานต่อไป