MGR Online - นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชากล่าวในวันนี้ (15) ว่าการถอนตัวของไทยจากข้อตกลงทางทะเลปี 2544 ได้ปิดประตูการเจรจาทวิภาคี ทำให้กัมพูชาต้องใช้กลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)
ผู้นำกัมพูชากล่าวว่าการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU44) ของไทย ได้ขจัดกรอบการเจรจาทางทะเลเพียงกรอบเดียวระหว่างสองประเทศ
“หากประตูถูกปิดลง เราก็ต้องใช้กฎหมายระหว่างประเทศ นั่นหมายความว่าการเจรจาเป็นศูนย์เปอร์เซ็นต์ และจากนั้นเราก็ไปใช้กฎหมายระหว่างประเทศโดยตรง” ฮุน มาเนต กล่าว
นายกฯ ฮุน มาเนต กล่าวว่ากัมพูชาจะแสวงหาการไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้ UNCLOS โดยอธิบายว่าเป็นกลไกที่ยุติธรรมและเที่ยงธรรมสำหรับการแก้ไขข้อพิพาททางทะเล
เขาย้ำว่ากัมพูชาจะยังคงเจรจาทวิภาคีต่อไปหากไทยยังคงข้อตกลงดังกล่าว
นายกรัฐมนตรีปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ากัมพูชาอาจยอมลดอำนาจอธิปไตยของตน โดยระบุว่า “ไม่มีใครยอมคุกเข่าเพื่อตัดดินแดนให้กับชาติอื่น” พร้อมกับให้คำมั่นว่าจะรักษาบูรณภาพดินแดนของประเทศ
คณะรัฐมนตรีของไทยได้อนุมัติการยกเลิกบันทึกความเข้าใจปี 2544 เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ความเคลื่อนไหวที่นักวิเคราะห์กล่าวว่าอาจทำให้การเจรจาเขตแดนซับซ้อนขึ้น และทำให้การพัฒนาพลังงานร่วมกันในอ่าวไทยล่าช้า
พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนที่ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 26,000 ตารางกิโลเมตร เชื่อกันว่ามีแหล่งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันสำรองจำนวนมาก
กัมพูชาได้ประกาศแผนที่จะแจ้งไทยอย่างเป็นทางการถึงเจตนาที่จะดำเนินการภายใต้ UNCLOS
ฮุน มาเนต กล่าวว่ารัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาอย่างสันติ แต่ยืนยันว่ากฎหมายระหว่างประเทศเป็นหนทางเดียวที่เป็นไปได้ในขณะนี้.

