"ธนพร ศรียากูล’ ยกกระเช้าขอโทษ ‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ กรณีวิจารณ์ปัญหาไทย-กัมพูชารุนแรง ยอมรับ ‘เข้าใจผิดในข้อมูลบางประการ’ ด้าน ‘ภูมิธรรม’ ให้อภัยเตรียมถอนฟ้อง
นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ และ รมว.กลาโหม และที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ดร.ธนพร ศรียากูล เข้าพบเพื่อขอโทษกรณีเคยวิจารณ์อย่างรุนแรงต่อการจัดการปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาเมื่อปีก่อน โดยยอมรับว่า ‘เข้าใจผิดในข้อมูลบางประการ’
นายภูมิธรรมระบุว่าเรื่องความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นประเด็นละเอียดอ่อน ต้องระมัดระวังการสื่อสารและข้อมูลที่เปิดเผย พร้อมชี้ว่าการวิจารณ์ควรอยู่บนข้อเท็จจริงและความสร้างสรรค์ ไม่ใช่วาทกรรมทำลายกัน ทั้งนี้ ตนได้ตัดสินใจถอนฟ้องดร.ธนพร เพื่อให้เรื่องจบลงด้วยความเข้าใจและเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติร่วมกัน
ทั้งนี้ นายภูมิธรรม ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก "Phumtham Wechayachai" ว่า วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ได้ติดต่อเข้ามาพบผมเพื่อขอโทษ จากกรณีที่เคยให้สัมภาษณ์ วิพากษ์วิจารณ์ผมค่อนข้างรุนแรง ต่อกรณีปัญหาความขัดแย้งของไทยกับกัมพูชา เมื่อครั้งที่ผมดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
สำหรับผม การแสดงความเห็นต่างและการตรวจสอบของนักวิจารณ์การเมืองแต่ละกรณี ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน
โดยเฉพาะประเด็นความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับความลับทางการทหาร ความปลอดภัยของกำลังพลและความเสี่ยงของประชาชนตามชายแดน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในนามรัฐบาลเวลานั้น การสื่อสารเชิงนโยบายจึงต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบที่ชัดเจน ไม่ให้สัมภาษณ์ตามอำเภอใจ
การให้ข้อมูลในรายละเอียดบางเรื่องจึงต้องระมัดระวังผลกระทบที่จะตามมา ในครั้งนั้นมีการแสดงความไม่พอใจจนถึงการใช้ถ้อยคำที่รุนแรง ทำให้ผมต้องพึ่งกลไกกระบวนการยุติธรรม แต่เมื่อ ดร.ธนพร ติดต่อประสานมาพบและขอโทษในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะความเข้าใจผิดในข้อมูลบางประการ ผมจึงขอขอบคุณ ดร.ธนพร ที่เข้ามาพูดคุยด้วยความเข้าใจ และแสดงถึงวุฒิภาวะที่ได้ยอมรับว่า เรื่องบางเรื่องเมื่อได้รับรู้ข้อมูลรอบด้านแล้ว มุมมองก็อาจเปลี่ยนไปได้
สำหรับผม สิ่งสำคัญกว่าการเอาชนะกันทางความคิด คือการช่วยกันรักษาผลประโยชน์ของประเทศ และทำให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ เป็นความรับผิดชอบที่ให้ผลลัพธ์ดีต่อทุกฝ่ายมากกว่าเก็บความขัดแย้งไว้ ผมจึงตกลงใจจะถอนฟ้อง ดร.ธนพร ด้วยความเข้าใจและเหตุผลดังที่กล่าวมาข้างต้น
ผมอยากให้กรณีที่เกิดขึ้นกับผมในครั้งนี้เป็นข้อเตือนใจ นักวิจารณ์การเมืองว่า การวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความเห็นต่างไม่ใช่เรื่องผิด แต่ควรต้องศึกษาข้อมูล และข้อเท็จจริงต่างๆ อย่างถูกต้อง ครบถ้วน เพื่อทำให้คำวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นมีความสร้างสรรค์ไม่ใช่เป็นเพียงการแสดงวาทกรรม ที่มุ่งร้ายทำลายคนอื่นเพื่อเอาชนะกันเท่านั้น

