“โทน บางแค” เปิดใจครั้งแรกในโหนกระแส แจงทุกปมดรามาหนี้ 300 ล้าน ยันจ่ายมาตลอดไม่เคยโกง เผยเหตุถูกกดดันจนต้องแจ้งความ “บิ๊กเต่า” บอบช้ำลูกถูกถามพ่อโกง ถูกตราหน้าโจรกระจอก วอนสังคมขอพื้นที่ทำงานใช้หนี้เพื่อครอบครัว
ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกผ่านรายการโหนกระแส สำหรับ “โทน บางแค”เซียนพระชื่อดัง หลังมีข้อพิพาทกับ “มาดามเก่ง” ปมหนี้ 300 ล้าน แต่อยู่ดีๆ กลับไปฟ้อง “บิีกเต่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว” ทั้งที่เป็นตัวกลางช่วยเปิดทางให้สองฝ่ายไกล่เกลี่ยกัน โดย โทน ลั่นจะไม่พูดรายการไหนอีกแล้ว“หนุ่ม กรรชัย”รับหน้าที่ขยี้ทุกปมร้อน มาพร้อม “ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์”
ทำไมวันนี้ยินดีมาออก ก่อนหน้านี้ไม่มา?
โทน : ผมอยากจะบอกว่าวันที่ผมเปิดประเด็นไป มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ผมยังไม่ได้เข้ารับการพิสูจน์จากอะไรเลย แต่ผมก็ยอมรับนะผมเป็นคนอยู่หน้าสื่อแวดวงพระเครื่องอยู่แล้ว มันถูกศาลเตี้ยหรือสังคมฟันไปแล้วว่ามึงโกง ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว ผมเลือกนิ่งและค่อยๆ อธิบาย ไปทำตามขั้นตอนของตัวเองก่อนว่าเราไปทำอะไรบ้าง เช่นผมยื่นหนังสือร้องเรียน ผมไปแจ้งความดำเนินคดี ไปยื่นต่ออัยการสูงสุด วิ่งยื่นเอกสารที่เราต้องไปแสดงตนที่กองปราบ มีเรื่องให้ทำเยอะ ต้องทำให้เสร็จก่อน จนวันนี้ที่ผมมา เรื่องพวกนี้ผมทำเสร็จหมดแล้ว ผมถึงมาหาพี่
รู้จักมาดามเก่งได้ไง?
โทน : แพทเทิร์นในการรู้จักมาดามเก่งของผม เหมือนทุกคนเลยพี่ คือมาจากตี๋ตื่นซึ่งเป็นคนรักเป็นแฟน เป็นสามีอะไรก็แล้วแต่จะเรียก ผมรู้จักจากท่านนี้ ตี๋ตื่นกับผมมีการค้าขายพระ ผมว่าน่าจะ 20 ปี ใน 20 ปีนี้ วงการพระเราแยกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มปกติ ถ้าเราซื้อขายกับชาวบ้านหรือนักสะสมอะไรก็แล้วแต่ ที่ไม่ได้เป็นกลุ่มเซียนหรือเซียนทั่วไป ผมซื้อขายเงินสดหมด แต่กลุ่มนี้สัก 20 คนที่อยู่ในกลุ่ม จะมีการให้เครดิตต่อกัน ผมซื้อขายพระกับตี๋ตื่นผมแทบไม่เคยใช้เงินสดเลย เขาซื้อผม เขาก็ตีเช็คผม ผมซื้อเขาก็ตีเช็คเขา ต่างคนต่างซื้อกันไป เป็นเครดิตกันมาตลอด
เหตุการณ์รู้จักมาดามเก่ง วันนั้นตี๋ตื่นมาออฟฟิศผม แล้วจะมาเก็บเช็คผม ผมซื้อพระเขาถ้าจำไม่ผิด 2.5 ล้าน เก็บเช็คกัน 10 ใบ ใบละ 2.5 แสน ก็มา พอมาปุ๊บผมก็ได้ข่าวแล้วล่ะว่าเขาอะไรกัน แต่ผมไม่ได้สนใจนะ เพราะเขามีการขายกับมหาหนึ่งมาก่อนแล้ว แต่คนกำลังอินเลิฟ มาถึงก็เซลฟี่กับผมแล้วส่งงานว่าอยู่นี่นะ สักพักก็วิดีโอคอล อยู่นี่นะจ๊ะที่รัก ตามมารยาทผมก็สวัสดีครับพี่ เขาบอกพ่อเซียนใหญ่อยากรู้จักโน่นนี่นั่น เราก็ตามมารยาทบอกยินดีครับพี่ นี่คือจุดเริ่มต้นทำให้ได้รู้จัก เขาบอกจะมาหาผมวันนั้น ผมบอกว่าไม่ทัน วันนั้นผมจะไปดูรถอะไรสักอย่าง ผมอยากได้รถ เขาบอกอยากได้รถอะไร ตอนนั้นเบนเทก้ากำลังมาใหม่ ผมบอกจะไปดูเบนเทก้า เขาบอกอว่าไปซื้อ ไม่ดีโน่นนี่นั่น เราก็ฟัง พี่มี รอแป๊บนึงถ้าจมไม่ผิด เขามาเลย ไม่น่าเกิน 1 ชม. มาพร้อมกับเบนท์ลีย์สีดำ เป็นคันแรก เขาบอกเดี๋ยวขายให้ถูกๆ รถโรงงาน ผมก็ไม่เข้าใจ เป็นรถบริษัทเขาหรือเปล่า เขาบอกให้เต็นท์มาตีราคาโน่นนี่นั่น ผมถามว่าเท่าไหร่ เอาถูกๆ ผมจำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ แต่วันนั้นพี่เชื่อมั้ย เขาบอกจอดเลย ให้คนขับรถมารับขับ เอาไปขับเล่นก่อน
สปอร์ต?
โทน : ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าไม่มั่นใจจะทิ้งรถไว้ให้ผมมั้ย พี่กล้าทิ้งรถให้ผมขับมั้ย
ถ้าจะขายอาจบอกให้เอาไปลองดูก่อนก็ได้ ก็ไม่แปลก?
โทน : แต่ก็ต้องมั่นใจผมแล้วนะ จากนั้นแกมาเกือบทุกวันเลย แกมาหาผมที่ออฟฟิศ แต่เท้าความก่อนนะ ตึกผมสร้างมากับมือ ผมซื้อมาก่อนนะ ผมสร้างเป็น 100 ล้านนะ เฉพาะบ้านแอลอีดีด้านบน ถ้าผ่านถนนกาญจนา เฉพาะป้าย 10 ล้านไม่รวมโครงสร้าง ผมสร้างมากับมือ แล้วอันนี้มันเป็นบ้านผม ผมเป็นคนเล่นรถ เล่นนาฬิกา ผมมีเงินอยากได้ 993 ปอร์เช่ RWB ผมอยากได้ผมก็เอาเงินไปซื้อ ผมอายุงาน 20 ปีในการทำบริษัทให้ครบวงจรแบบนี้ มันก็พอมีสตางค์บ้างอาจไม่ได้รวยมากมาย เราเป็นเด็กไม่มีมาก่อน วันนึงเรามีเงินเราก็ซื้อโน่นซื้อนี่ เอาตรงๆ เบนท์ลีย์คันนี้ ตอนนั้นอยากได้มั้ย ตอนนั้นไม่ได้อยากได้ แต่พอพี่เขาเสนอออฟชั่นคือขับไปก่อน 10 เดือน แล้วตีเช็คเดือนที่ 10 ตกลงซื้อเท่าไหร่ก็แล้วแต่
คุณซื้อเท่าไหร่?
โทน : ผมจำไม่ได้ น่าจะ 10 กว่าล้าน
เกินราคามั้ย?
โทน : เกินไม่เยอะ คันป้ายแดง ประมาณ 24 ล้าน
ตอนนี้ 7-8 ล้าน แต่คุณซื้อ 10 กว่าล้าน?
โทน : ผมซื้อปี 65 สี่ปีที่แล้ว รถลดลงปีละล้าน
แต่ตัวนี้ลงกว่านั้น?
โทน : อยู่ที่ปีด้วย ว่าปีอะไร
คุณตีเช็คยังไง?
โทน : 10 กว่า ผมตีเช็คเริ่มเลยไปอีก 10 เดือน เริ่มตีใบแรก ปลอดหนี้ 10 เดือน
ง่ายๆ ใช้ฟรีไปก่อน 10 เดือนแล้วเริ่มนับหนึ่ง?
โทน : ใช่ แต่ไม่ได้ซื้อรถอย่างเดียวนะ มันมีออฟชั่น เขาเริ่มเสนอแล้ว เอานี่ไปด้วย เดี๋ยวพ่วง เดี๋ยวเขียนมาทีเดียว
ตรงนี้สำคัญ เขาเสนอเอง?
โทน : ทุกครั้งเขาเสนอเอง
เสนอเองใช่มั้ยว่าเอาไปขับฟรีก่อน 10 เดือนแล้วค่อยจ่าย?
โทน : เขาเสนอออฟชั่น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมีตัวประสาน เขาให้ก็เอาไปก่อน ก็ตี๋ตื่นนี่ไง แต่มาดามก็ยินดี ณ ตอนนั้น ถ้า 10 เดือนคิดว่านานไป แล้วไม่ได้ออฟชั่น คิดว่าจะขายผมมั้ย ถ้าเราตกลงกันไม่ได้
รถต้องขายราคาสูงกว่าท้องตลาด?
โทน : มันมีอย่างอื่น อาจบวกมา อย่างตลาดตี 10 ล้าน เขาอาจขายผม 12-13 ล้าน เพิ่มดอกไปในสินค้าตัวนั้นเพื่อระยะเวลาไงพี่
แต่ตอนนั้นไม่ได้มีเบนท์ลีย์คันแรกคันเดียว?
โทน : เดี๋ยวก่อน ใจเย็นๆ เบนท์ลีย์มีพ่วงนาฬิกาบ้างล่ะ นาฬิกาไม่กี่ชิ้น ผมตีเช็คให้เขาชุดแรก ใบละ 3.8 ล้าน ทั้งหมด 12 ใบ
ยอดรวมทั้งหมด 45.81 ล้าน เช็คผ่าน 8 ฉบับ 30 กว่าล้าน ไม่มีการเรียกเก็บ 3 ฉบับ?
โทน : ตอนไม่มีเรียกเก็บคือมีออฟชั่นอันอื่น คือเอาเช็คคืน ไม่ได้เด้งนะ เช็คยังไม่ถึงดีล เอามาคืน ชอบพระผม ก็เอาเช็คตัวนี้มาซื้อพระผม ตอนนั้นผมเริ่มเปิดเมมเบอร์ ขายไลฟ์สด ทุกคนมาประมูลพระผมได้หมด ตอนผมเปิดเมมเบอร์ สมมติพี่เปิด 1 ล้านบาท ผมก็เพิ่มให้ 1 แสน
ทำไมยอด 40 กว่าล้าน?
โทน : มีของอย่างอื่น นาฬิกา กระเป๋าแบรนด์เนมต่างๆ รวมแล้ว 40 กว่าล้าน ก็เขียนเช็คไป ใบละ 3.8 ล้าน ตอนนั้นผมมีการโปรโมชั่นให้ลูกค้า เปิดเมมเบอร์ 1 ล้าน ได้ 1.1 ล้าน เขาก็มาซื้อพระประมูลพระในเพจผมไปเยอะนะ มาดามเก่งซื้อเมมเบอร์ผมและน่าประมูลพระเยอะมากคนนึง แกค่อยๆ ซื้อ ค่อยๆ เติม จากเฮียตี๋ตื่นนี่แหละ เขาเติมด้วยกันสองคน ทีนี้ชุดที่สองทะเบียนโฟร์ 9 คันนี้ 22 ล้านทั้งทะเบียน ผมตีเช็ค 2.2 ล้าน 10 ใบ
หนี้เก่ายังอยู่?
โทน : หนี้เก่ายังอยู่ แล้วที่บอกเช็คเด้งทุกใบ พี่ก็ดูสิ อันนี้ก็เป็นหลักฐานสเตทเมนต์จากแบงก์
ตกลงติดเขากี่ชุด?
โทน : โอ้โห ไม่ใช่แค่นี้ นี่แค่รถ แบรนด์เนม นาฬิกา เดี๋ยวมีอีก
ทั้งหมดจ่ายหมดมั้ย?
โทน : จ่ายหมดสิ ถ้าจ่ายไม่หมดจะมีสลิปได้ไง
ตรงส่วน 3 ฉบับคือ?
โทน : เอามาเติมเมมเบอร์บ้าง ซื้อพระบ้างเอาตัวอื่นบ้าง เขาไม่ได้เอาเช็คเข้านะ เหมือนเอาเช็คผมมาซื้อพระผม
ตกลงสองชุดนั้นจ่ายหมด?
โทน : จ่ายหมดแน่นอน เป็นหนี้ตัวไหนผมจ่ายหมดครับ
เรื่องราวเกิดขึ้นได้ยังไง?
โทน : ผมเคลียร์เรื่องรถกับแบรนด์เนมไปแล้วนะ อีกเรื่องที่อยากชี้แจงคือเรื่องตึก ผมมีมาก่อนอยู่แล้ว ตอนนั้นเราอยากขยายธุรกิจ พระ 152 องค์ที่อยู่กับมาดามปัจจุบัน ที่เอาไปค้ำประกันหนี้ 180 ล้าน บางองค์อยู่กับผมเป็นสิบ ยี่สิบปีนะ พระ 80 เปอร์เซ็นต์ซื้อมาจากเฮียตี๋ตื่นนี่แหละ ทุนการซื้อมา ผมว่าเกินจากที่ค้ำประกันหนี้ไว้แน่นอน แต่ผมไม่เคยบอกว่ากี่ร้อยล้าน ไปพูดกันเองว่าเท่านั้นเท่านี้ แต่ทีนี้พอมีออฟชั่นที่มาดามเสนอ มาดามบอกว่าโทนถ้าจะใช้เงินยังไง มาดามมีนะ 100-200 ล้าน เอาได้นะ แสดงว่าเรารู้แล้วว่าเรามีนายทุน แต่ผมไม่ใช่อยู่ๆ เดินไปบอกว่าพี่ ผมขอยืมเงิน 100-200 ล้าน โดยไม่มีอะไรค้ำประกันนะ ผมบอกว่าผมมีตึกผม อยากจะใช้เงินทุนสัก 100 ล้าน ผมทำจำนองตึกกับพี่ได้มั้ย
เอาเงินไปทำอะไร?
โทน : ทำเป็นเอ็กซิบิชั่นฮอลล์ ที่มันเป็นการจัดแสดงพระพุทธรูป พระบูชา เหมือนสอนคนดูพระต่างๆ เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว โครงการแบบนี้ไม่มีใครทำ ไม่มีใครเกิดขึ้น ผมอยากจะทำ หลายๆ อย่างผมทำเป็นเจ้าแรกๆ นะ การไลฟ์สดก็ดี การทำบัตรรับรองแล้วรับซื้อก็ดี ผมทำเป็นคนแรกๆ นะ ผมก็เลยเกิดไอเดียโปรเจกต์นี้ขึ้นมา ผมก็เลยโอเคพี่ 100 ล้าน คิดว่าหนึ่งมาลงทุนเช่าพระเพิ่ม อันนี้สำคัญเลย ที่ไปผูกประเด็นกันว่าผมเอาไปลงทุนกล้อง มันคนละเรื่อง ไม่เกี่ยวเลย กล้องผมทำมาก่อนแล้ว
กล้องนี้ดีลมาก่อน 3 ปี เพิ่งเซ็นสัญญาในปีนั้น และเป็นช่วงจังหวะที่กล้องเข้ามาในช่วงผมรู้จักกับมาดาม กล้องไม่ใช่เรื่องจริง ที่จะเอาไปทำกล้อง ผมทำมาก่อนแล้ว เงินก็จ่ายไปก่อนแล้ว มันไม่ได้เยอะ ไม่ใช่ 100 ล้าน ถ้าผมทำกล้อง 100 ล้านต้องมีกล้องขนาดไหน ตอนทำสัญญากล้อง ทำ 3,175 ตัว ทำไมเป็นตัวเลขนี้ เพราะว่าบริษัทที่เยอรมัน เขาครบรอบ 175 ปี เขาเลยรันนัมเบอร์ทุกตัวให้เป็นลิมิเต็ดอิดิชั่น ไม่ทำให้ใคร ทำให้ผมคนเดียวในโลกนี้ ไม่ทำให้ใครแล้ว สีนี้ก็มีที่นี่ที่เดียว ผมก็ใช้ความเป็นลิมิเต็ดมาทำการตลาดในบ้านเรา ผมคนเล่นพระอยู่แล้ว ลงทุนไม่ต้องมาก ต้นทุนเขาบอกตัว 3 พัน จริงๆ ผิด จริงๆ ตัว 2.6 พันกว่า
เขาบอกพอถึงเวลาคุณเอาไปให้คนอื่น ไม่ให้เขาเลย เขาหมดใจกับคุณ?
โทน : ไม่ใช่พี่ ผมสนิทกระทั่งบอกต้นทุนให้ได้ว่าทุนเท่าไหร่ แต่ผมขายกล้องตัวนึง ตอนนั้นผมเปิดจอง 15,999 บาท ได้กำไรหมื่นกว่าบาทต่อตัว แต่ผมไม่ได้ขายเฉพาะกล้อง กล้องหนึ่งตัว หนังสือสองเล่ม ผมไลฟ์คนดู 5.2 พัน ส่งฟรีทั่วราชอาณาจักร แพ็กเกจผมทำในไทยนะ แต่กล้องเป็นลิมิเต็ดไม่มีการทำเพิ่ม กล้องตัวนี้สุดท้ายสายการผลิตบอกว่าส่งได้แค่ 2,995 ตัวเท่านั้น ฉะนั้นมันลิมิเต็ดหนักเข้าไปอีกนะพี่ ตัวกล้องอย่างเดียว ในวงการคนเล่นกล้อง คนจองไม่ได้ มันกลายเป็นขายรีเซลล์ ตัวกล้องไหลไปถึงตัวนึง 2 หมื่นกว่า ไม่เกี่ยวกับหนังสือนะ ถามว่าทำไม ดูขอบหนังสือก่อน สองเล่ม 1.2 หมื่นแล้วนะ เท่ากับผมขายกล้องตัวนึง 3 พันกว่าบาทเองนะ
เล่มนี้ต้นทุน 199 บาท?
โทน : ไม่ใช่สิพี่ ตอนนั้นมีค่าโปรโมตนะ ต้นทุนอาจจะสักพันกว่าบาท แต่เป็นหนังสือที่ทำมาก่อนนานแล้ว
คุณจะให้กล้องเขา ทำไมถึงไมให้ เขาบอกเขาหมดใจคุณเลย คุณบอกจะเอาก็ได้แต่ตัวละหมื่น?
โทน : พอกล้องมันไหล ราคามันไหล ผมก็มีสต็อกของผม 300 ตัว ผมบอกว่าพี่ เราเข้าใจกันผิด ผมเอาพี่อย่างนี้แล้วกัน ตอนนั้นเฉพาะกล้องไม่เกี่ยวหนังสือ ผมว่าขายได้ตัวนึง 1.5 หมื่นคนแย่งกันซื้อเลย ใครลงก็ขายได้ ผมบอกผมเอาพี่ตัวละหมื่น พี่พิจารณาเลย พี่จะเอาก็ได้ ไม่เอาก็ได้
แต่เขาบอกว่าเอาเงินเขาไป แล้วบอกจะให้เขานะ?
โทน : แต่กล้องโปรเจกต์นี้ผมทำมาก่อน ผมไม่ได้เอาเงินเขาไปจ่ายนะ ผมจ่ายการทำก่อนนะพี่
เขาพูดได้ไง?
โทน : ผมจะไปรู้ได้มั้ย เขาเข้าใจไปอย่างนั้นหรือเปล่า
พูดไม่เหมือนกัน ฝั่งพี่อุ๊บอกว่า?
โทน : พี่อุ๊ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ในการทำกล้อง พี่อุ๊จะรู้ได้ไง
พี่อุ๊ไปฟังอะไรมางี้เหรอ?
โทน : ผมก็ว่าอย่างนั้นนะ ผมเห็นตอนท้ายรายการ พี่ถามพี่อุ๊ว่าทำไมคุณรู้ข้อมูลเขาเยอะจัง คุณเป็นผัวเขาหรือเปล่า พี่อุ๊รู้ได้ไง เขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ พี่หนุ่มเป็นคนพูดคำพูดนี้นะครับ
แต่เขาปฏิเสธ?
โทน : ผมก็ไม่รู้ ไม่ใช่คำพูดผม คำพูดพี่ครับ
พูดให้กูคิดอีกแล้ว?
โทน : สรุปแล้ว ผมบอกว่าถ้าพี่จะเอา ผมเอาตัวละหมื่น สรุปแล้วเฮียตี๋ตื่นคือแฟนพี่เขา โอนเงินให้ผม 3 ล้าน ในการซื้อกล้อง 300 ตัว แล้วให้คนมาเอาเลย เสร็จปุ๊บเขาไปขาย 4.5 ล้านนะ ตัวละ 1.5 หมื่นทันที ผมไม่ให้เขาตรงไหน แต่ต้องให้เขาในราคาที่เราแบ่งปันกันได้สิ
แสดงว่าเขาได้ไปสิ?
โทน : ได้ไป 300 ตัวครับ พี่ตี๋ตื่นเขาโอนให้ผม 3 ล้าน ถ้าวันนี้ประเด็นนี้เข้าใจผิด ผมไปฝรั่งเศสกับพี่เขา 19 ก.พ. ที่ผ่านมา ไปกับพี่อุ๊ พี่เก่ง ผม ลูกน้องผมอีก 3 คน พี่อุ๊ไปกับพี่เก่ง ไปคุยเรื่องนี้ ผมบอกว่าถ้าพี่เข้าใจผิดผมเรื่องนี้ ผมขอโทษแล้วกัน ไม่ติดใจกันนะ กอดกันกลมจบไปแล้ว
แล้วเอามาพูดทำไมอีก?
โทน : ผมก็ไม่รู้พี่
เบ็ดเสร็จเป็นหนี้มาดามเก่งเท่าไหร่?
โทน : ตอนนี้เป็นหนี้ที่มีการผ่อนชำระอยู่ต่อเนื่อง ตึก 120 ล้าน และทำสัญญาเช่าซื้อ ตึกเป็นของเขาแล้วนะ เขานำเสนอออฟชั่นนี้ให้ผม ผมทำเช่าซื้อกับเขาในราคา 120 ล้าน พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 8 ต่อปี 10 ปี เท่ากับ 175 ล้าน ณ วันนี้นะครับ แล้วมีการผ่อนชำระเช็คบ้าง สมมติผมดูแล้วปีนี้เศรษฐกิจไม่ดี เขาบอกโทนพี่อยากได้พระสักชุด ผมบอกมาเอาเลย เดี๋ยวหักเช็คคืนผมมา ไปถึง ก.พ.ปี 70 ผมจ่ายอีกทีมี.ค.นะครับตึกนี้
เขาบอกมูลค่าตึก 60 ล้าน แต่คุณไปตีอัดเขาเป็นร้อย?
โทน : ตอนทำจำนองครั้งแรก 100 ล้าน รายละเอียดลึกๆ ไม่อยากพูด แต่ผมก็จ่ายดอกเบี้ย ปีแรกที่จำนองตึก ดอกเบี้ยอย่างเดียว เดือนละ 1.5 ล้าน เขาคิดดอกเบี้ยผม ร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ทั้งหมด 18 ล้าน นี่คือสลิปการจ่าย เช็คขึ้นเรียกเก็บเงินทุกใบ นี่คือสเตทเมนต์ นี่คือดอกเบี้ยปีแรกนะ
ปี2023 คุณทำธุรกิจกันมานานมาก?
โทน : ประมาณ 4-5 ปี ซึ่งตามสลิปโกหกไม่ได้
เขาพูดเหมือนคุณเอาตึกไปอัดเขา?
โทน : ตึกนี้จำนอง 100 ล้าน พอครั้งที่สอง พอเราผ่อนตึกไปแล้ว ปีที่สองผมก็จ่ายไปเรื่อยๆ ลดต้นลดดอกไปเรื่อยๆ ถึงวันนึงหนี้กูเยอะเริ่มไม่ไหว เริ่มเคลียร์หนี้ ขอปรับโครงสร้างหนี้ ตอนนั้นเราได้คุยกัน เป็นข้อตกลงต่อกัน ชำระดอกเบี้ยก่อน ต้นยังไม่ขยับ พอปีที่สอง ผมก็เริ่มชำระต้นพร้อมดอกเบี้ย พอชำระไปเรื่อยๆ หนี้เราเยอะมาก เราจะทำไง เราขอปรับโครงสร้างหนี้ มันถึงเกิดสัญญาฉบับแรก คือ 483 ล้าน รวมหมดทุกอย่าง สัญญานี้ทนายเขาเป็นคนร่าง ผมเป็นคนอ่านสัญญาและเซ็นให้พี่เขา
ตกลงเอาตึกไปอัดเขาหรือเปล่า?
โทน : ไม่ครับ การเอาตึกไปจำนอง หรือทำจำนอง หรือใช้หนี้ ชำระหนี้ ค้ำประกัน จะพูดอะไรก็แล้วแต่ ต้องมีคนประเมิน เขาประเมินแล้ว เป็นหลักฐานที่เขาประเมินแล้วว่าโอเค
พอเขาไปตรวจสอบ เขาบอกราคาตึกมันไม่ถึง มันราคา 60 ล้าน แต่คุณตีอัดเขาร้อยกว่าล้าน?
โทน : โรงงานพี่เขาทำโครงสร้างทั้งหมด ออกแบบเอ็กซิบิชั่นฮอลล์ แสดงว่าเขาต้องมีคนมีความรู้แล้วนะถึงมารับผมตรงนี้
เขาต้องรู้ราคาอยู่แล้ว?
โทน : ก็ไม่เป็นไร ผมทำมันมากับมือ ทำไมผมจะไม่รู้ต้นทุน ตอนนี้เป็นตึกเขา ผมเป็นผู้เช่าซื้อตึกเขา เมื่อก่อนเป็นตึกผม
เอาง่ายๆ ณ วันนี้คุณเป็นหนี้เจ๊เก่งทั้งหมดเท่าไหร่?
โทน : หนึ่งเช่าซื้อตึกอยู่ในราคารวมดอกเบี้ย 10 ปี 170 กว่าล้าน แต่ตอนนี้น่าจะไม่ถึง เพราะมีการจ่ายไปแล้วปีกว่า ยอดที่สอง 180 ล้าน ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันอยู่ แต่ต้องบอกว่าหนี้ทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นก่อนแล้วเอาหลักทรัพย์ไปค้ำประกัน เพราะเขามาหาผม เขาบอกโทนเดี๋ยวเอานี่ไปๆ เขาจิ้มเองครับ
ปรับโครงสร้างหนี้ทำไมต้องปรับ?
โทน : มันจ่ายไม่ไหวครับ
เพราะคุณจ่ายเช็คเด้งไปใช่มั้ย?
โทน : มันจ่ายไม่ไหว เรารู้ว่าเดือนหน้าสองเดือนสามเดือนเราไม่ไหว เราขอปรับโครงสร้างหนี้ก่อน
มีการจ่ายเช็คเด้งด้วยใช่มั้ย?
โทน : ผมจะโทรไปบอกก่อนว่าไม่ทัน ผมขอปรับ ถ้าพี่เอาเข้าเด้งแน่ ผมบอกก่อน ถึงมีการปรับโครงสร้างหนี้ เกิดสัญญารับสภาพหนี้เกิดขึ้น
มันต้องมีเหตุ มันถึงต้องปรับโครงสร้าง?
โทน : มันไม่ไหว ต้องเข้าใจด้วยว่าสองปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไม่ดี มันค้าขายลำบาก ไม่ได้เหมือนเดิม ถามว่าทรัพย์ผมมีมั้ย ผมมี และยินดีเอาทรัพย์ขายเพื่อชำระหนี้เขา แต่เวลาเราดีลหรือตกลงแล้ว มันดีลกันไม่ได้เพราะไม่ตรงกันระหว่างราคากับยอด ตกลงบางตัวไม่ได้ แล้วก็ตกลงกันตลอด ผมไม่ได้ขายคนนอก เพราะทรัพย์บางอย่าง ผมซื้อมาจากพี่เขา ผมก็อยากขายคืนให้พี่เขา เช่น ทะเบียนโฟร์ 9 รถเบนท์ลีย์ ตอนแรกผมขายตัวรถไปแล้วแต่ทันโอนมันมีปัญหาก่อน ผมเลยจ่ายเงินซื้อกลับมาเพื่อเอาไปขายพี่เขาเพื่อชำระหนี้ 180 ล้านให้หนี้มันลดลง ก่อนผมจะมาเมื่อวานวันที่ 13 พ.ค. มีการนัดดีลกันนะ ว่าเขาจะมาที่ออฟฟิศผมเพื่อรับของชุดนี้ตีราคาเพื่อชำระหนี้ ตีราคาเรียบร้อยผ่านคนกลางแล้ว โอเค พี่เขารับได้ อีก 75 ล้านกำลังจะชำระนะ
ตัวเลขกลมๆ ทั้งหมดเป็นหนี้เท่าไหร่?
โทน : ก็สองสัญญา เอาต้นก่อน 120 ล้านกับ 180 ล้าน 300 ล้าน
มีอะไรอยู่กับเจ๊เก่งบ้าง ที่ประกันไว้?
โทน : บ้านพระราม 5 ขายคืน หลังนี้ผมก็ซื้อแกมา แล้วพอเรามีการเคลียร์หนี้กัน ผมบอกอันนี้ผมขายคืนพี่ ทุกธุรกรรมส่วนมากไม่ว่าเป็นการจำนองตึก ค่าโอนผมเป็นคนจัดการ
300 ล้านเจ๊เก่งได้อะไรกลับไปบ้าง?
โทน : มีพระ 152 องค์ เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันอยู่
เขาบอกราคาไม่ถึงที่คุณตี?
โทน : มันอยู่ที่ว่าใครประเมินราคา พระส่วนใหญ่ผมซื้อมาจากตี๋ตื่น
ทนายตุ๋ย : พระ 152 องค์ไม่ได้บอกว่าจำนวนเงินเท่าไหร่ในสัญญา
โทน : ทุกครั้งที่นำทรัพย์ไป เฮียตี๋ตื่นเป็นคนประเมินทรัพย์นั้น ถ้าจำไม่ผิดนะ พี่อุ๊เคยไปที่พิพิธีภัณฑ์ผมก่อนผมรู้จักพี่เก่ง แกบอกราคาผมไว้เท่าไหร่ ผมพาแกไปดู
พี่อุ๊ตีทั้งหมดเป็นร้อยล้าน เอาร้อยล้านไปเดินซื้อจะหาซื้อได้หรือเปล่า ยี่สิบปียังซื้อไม่ได้เลย บอกเกินพันล้าน เป็นพระอินเตอร์ ฝรั่งเล่น ฝีมือช่างดีมาก คุณกำลังจะบอกว่าพี่อุ๊ตีราคา?
โทน : นี่คือคลิปปี 65 ปีที่เริ่มรู้จักมาดาม ผมรู้จักพี่อุ๊ก่อนเขา
วันนี้จะบอกไม่ถึง 100 ล้านไม่ได้?
โทน : มันอาจไม่ถึงได้ เพราะพระก็ขึ้นลง แต่พระที่ผมมี ถ้าไปดูบทสัมภาษณ์แกทุกครั้ง แกจะบอกว่าพระที่ผมมี มันมีหนึ่งเดียว ลิมิเต็ด พระแท้ แกถือว่าเป็นเซียนใหญ่ในวงการ แล้วเขาเป็นเพื่อนกับตี๋ตื่นนะ ทุกครั้งที่เอาพระไปค้ำประกัน หนี้เกิดก่อน ถ้าจะเอาไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน แปลว่าต้องมีการประเมินก่อนแล้ว มันต้องมีมูลค่าครอบคลุมหนี้
โทนกำลังจะบอกว่า ทำไมมาดามเก่งกับพี่อุ๊ถึงบอกว่าพระราคาไม่ถึง 120 ล้าน พี่อุ๊เคยไปถ่ายรายการกับโทนแล้วตีมาเลยว่าเป็นพันล้าน แล้วจะให้เชื่อคำไหนดี ระหว่างพันล้านกับไม่ถึง 120 ล้าน?
โทน : ก็ให้สังคมช่วยพิจารณาด้วย แต่ผมยืนยันว่าพระที่ผมเอาไปค้ำมันเกิน
เป็นไปได้มั้ย พี่อุ๊ตีอวย?
โทน : ก็เป็นไปได้ แล้วแต่มุมมอง แต่ผมก็ยืนยันว่ามันเกิน พระผมถ้าดูในสัญญา พระบูชา 152 องค์ ลูกหนี้คือผม ข้างต้นให้ครอบครองแล้วในวันนี้ เจ้าหนี้จะไม่จำหน่ายจ่ายโอนพระบูชาของลูกหนี้ ผมเอาไปเป็นหลักค้ำ พระบูชาชุดนี้คือชีวิตผมนะ
คุณเองอยู่ดีๆ ทำไมกล้ากับบิ๊กเต่า มีการแจ้งความไปร้อง?
โทน : อันนี้เศร้าเลย เอาเป็นว่าพี่ก็รักครอบครัว ผมก็รักครอบครัว
มีตัวละครอยู่ข้างหลังมั้ย?
โทน : ไม่มีครับ ไม่มีเด็ดขาด
ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการมีมั้ย?
โทน : ไม่มีแน่นอน ร้อยล้านเปอร์เซ็นต์ ไม่มีใครอยู่ข้างหลังผม
มีคนงงว่าคุณมีประเด็นกับมาดามเก่งอยู่ดีๆ ทำไมลากบิ๊กเต่ามาเกี่ยวด้วย?
โทน : ไม่ได้ลากครับ ถ้าคนลากจริงๆ ไม่ใช่ผม
ใครล่ะ?
โทน : ไม่ใช่ผม ผมเจอบิ๊กเต่าอยากอธิบายให้แกฟัง ผมเข้าใจว่าจะได้เจอแกสองคน แกนัดเจ้าหนี้ผมมาวันนั้น มันเลยเกิดประเด็น
400 กว่าล้านรวมดอกเบี้ย ถ้าไม่รวมก็ 300 กว่า มาดามเอาพระของโทนในพิพิธภัณฑ์เป็นหลักประกัน?
โทน : ใช้พระชุดเดียวกัน 152 องค์ ครอบคลุมหนี้ตอนแรกเลย 483 ล้าน แต่พอมีสัญญาต่อท้าย ผมก็ชำระเรื่อยมา จนทำสัญญาปรับโครงสร้างครั้งที่สอง ถึงเหลือแค่ 299 ล้าน มาดามบอกว่าอย่าเอาให้เป็นเศษเลย เอาไป 300 ทีเดียวที่เหลือให้เป็นดอกเบี้ยต่อไป ผมบอกไม่เป็นไรครับ ผมยินดี แต่พระตอนนั้น 400 กว่าล้านมาดามยังรับได้เลย
พระทั้งหมดตีคลุมไว้ 400 กว่าล้านเลย
โทน : ณ สัญญาแรก ปัจจุบันค้ำอยู่ 180 ล้าน
ทำให้เขาเข้าใจว่าเป็นไปไม่ได้ ราคาไม่ถึง แต่คุณบอกว่าพี่อุ๊ตีเป็นพัน?
โทน : ผมไม่ได้บอก เขาอาจอวยผมก็ได้ครับพี่
ต่อสายหา “อุ๊ กรุงสยาม” ตกลงแล้วหนี้ของโทน 180 ล้าน มีการนำพระชุดนึงไปการันตีไว้กับมาดามเก่ง ตอนแรกตีคลุมไว้ทั้งหมด 400 กว่าล้าน แล้วมาเป็น 180 ล้าน แต่วันนั้นพี่อุ๊บอกราคามันไม่ถึง ตกลงมันยังไง ราคาเท่าไหร่กันแน่?
อุ๊ : ถามใจโทนก่อน โทนเอาภาพพี่ออกว่าพี่ตีราคา พี่ไปดูพระโทน
โทน : ผมไม่ได้เอาภาพพี่ออกนะ รายการตัดมา
อุ๊ : ผมไปชื่นชมว่าโทนพระเยอะ มีทั้งพระเครื่องพระบูชา พระเล็กพระใหญ่ บอกว่าแบบนี้ต้องพันล้าน ไม่ใช่ร้อยล้าน ก็อวยส่งให้โทนเข้าไป มันไม่ใช่พระบูชาชุดนี้ โทนรู้ โทนมาอ้างได้ไง แล้วมีพระชุดเล็กๆ ในตู้เยอะเลย มีพระในห้องโทนอีก ผมไม่ได้ประเมินราคา ไม่ใช่เลย ถ้าเอามาอ้างมาบอกคนละเรื่องคนละเหตุการณ์เลย
โทน : ผมไม่ได้เอามาอ้างครับ รายการเขาเอาจากคลิปรายการครับ
อุ๊ : ไม่เป็นไรไง ต่อให้รายการเขาเอามา ผมก็ต้องพูดให้ผู้ชมเข้าใจข้อเท็จจริงด้วย โทนก็ต้องให้ความเป็นธรรมผมนะประเด็นนี้ เมื่อกี้โทนเจือสมไปเลย ว่ามีการประเมินราคา มันไม่ใช่ อันนี้ไม่ถูกนะ โทนตั้งสติให้ดี พี่รักโทนนะ โทนจะเอาอะไรมาโยนใส่พี่ พี่โคตรเป็นธรรมเลย แล้วทุกครั้งที่พี่ไปตึกโทน พี่ไมได้เอาพระโทนมาแม้แต่นิด โทนใจเย็นๆ พี่ไม่อยากพูดอะไรแล้ว ปล่อยให้กระบวนการดำเนินไป แต่ที่ต้องดีแคลร์ เพราะมันคนละเรื่องคนละเหตุการณ์ หลายปีเลย ไม่สามารถเอามาอ้างอิงได้ ถ้าเอามาอ้างอิงจะเป็นปัญหา
โทน : ผมไม่ได้เอาคลิปพี่มาอ้าง ก็ต้องถามทีมงานว่าเขาเอามาจากไหน
ตอนนี้เรากำลังประเมินกันอยู่ว่าพระของโทนทั้งชุดที่ประกันกับมาดามเก่ง ในเมื่อโทนตี 180 ล้าน จริงๆ ตี 400 กว่าล้านด้วย แต่มาดามเก่งบอกว่าไม่ถึง แต่เขาก็รับเอาไว้ วันนี้มีภาพปรากฏว่าพี่เองเคยเห็นพระชุดนี้แล้วบอกว่าเป็นร้อยล้าน เขาตั้งข้อสังเกต พี่ก็แค่บอกว่าข้อเท็จจริงเป็นยังไงก็เท่านั้นแหละพี่?
อุ๊ : ข้อเท็จจริงคือพระหายาก พระบูชาทั่วไป แต่ไม่มีแค่พระบูชาอย่างเดียว มีพระอื่น ภาพรวมไง ถ้าคิดว่าราคาสูงก็ส่งไปวงการพระตีราคาทั่วไป แล้วผมยืนยันพระชุดนี้ผมไม่ได้ตีราคา ประเมินราคาเลย การทำทะเบียน ถ้าจำไม่ผิด พี่เป็นคนส่งไลน์ให้โทนนะ ให้ประเมินพระแต่ละองค์ว่าราคาเท่าไหร่ จำได้มั้ย
โทน : พี่ถามว่าโทน อันนี้ต้องขายประมาณเท่าไหร่วะ ผมก็บอกว่าผมไม่ได้อยากขายนะ แต่พระชุดนี้มันคือความฝันผม ชีวิตผมจริงๆ นะพี่
อุ๊ : มันมีค่าสำหรับโทน ไม่ได้มีปัญหาอะไรสำหรับพี่
โทน : อยากให้เข้าใจว่ารายละเอียดภาพที่ขึ้นทั้งหมด ไม่ใช่ผมเอามาให้เขานะ
อุ๊ : งั้นเข้าใจตรงกันนะ
โทน : ผมไม่ได้มาปรักปรำนะ รายการเขาเอามาเล่าเรื่องให้ฟัง ยังไงพี่คุยกับพี่หนุ่มเลย ถ้าพี่เข้าใจผมได้ผมก็ดีใจ ผมก็รู้ว่าพี่รักผมนะ
อุ๊ : พี่คุยกับโทนสามชม. ไม่อยากให้มีปัญหา ไม่อยากให้มีเรื่อง
ตอนนี้จะเอายังไงเรื่องโทนกับมาดามเก่ง?
อุ๊ : ถามผม ผมตอบไม่ได้ ทั้งสองคนนั่นแหละ อะไรคุยได้ก็คุย อะไรเป็นคดีไปพิสูจน์เอา เกินจุดผมแล้ว เดี๋ยวเลยเถิดไป ไปพูดว่าผมเป็นอะไรกับมาดามมันไม่ดี สาบานให้ตายห่x อย่างนี้ไม่ถูกเรื่อง ผมไม่ใช่คนอย่างนี้
จะเป็นคนกลางในการประสานมั้ย ล่าสุดมาดามเก่งอยากคุยกับโทนไม่ใช่เหรอ?
อุ๊ : มาดามเขาเปิดกว้างตลอดนะใครก็คุยกับเขาได้ ไม่ได้คุยยากเลยนะ โทนรู้ เขาไม่ได้คุยยากอะไร
โทน : มาดามไม่ได้คุยยาก แต่มาดามคุยแล้วไม่จบ
โทนอยากให้จบแบบไหน?
โทน : ผมพูดไปตั้งแต่แรกแล้ว หนี้ผมใช้มาตลอด ไม่เคยผิดนัด ผมรู้ว่าไม่ทันผมก็เอาทรัพย์ไปใช้ล่วงหน้าเลย ผมจะได้เอาเวลาไปทำงาน ไปฝรั่งเศสด้วยกันก็คุยเรื่องนี้ กลับมา มาดามบอกว่าจะเช่าพระชุดนึง ผมก็บอกว่าดีเลย ผมจะได้โล่งๆ สุดท้ายผมยังยืนยันคำเดิมว่าทำงานใช้หนี้ ก้มหน้าใช้หนี้ แต่ขอให้สังคมมีพื้นที่ให้ผมทำงานบ้าง อย่าตัดสินว่าผมเป็นหนี้ไม่ใช้ ผมใช้มาตลอด แล้วที่สำคัญสัญญาตึก 10 ปี ตัว 180 ล้าน ถ้าพูดเรื่องสัญญาก็กลายเป็นผมไม่ใช้อีก ก็เข้าตัวผมอีก แต่วันนี้ผมอยากขายทุกอย่างทุกสิ่ง ล่าสุดเมื่อวานเรามีการดีลกัน จริงไม่จริง มีคนกลางดีลให้ว่าผมจะเอาทรัพย์ขายให้พี่เขาเพื่อชำระหนี้อีก 75 ล้าน เพื่อลด 180 ล้านลงไปถ้าไม่สบายใจ จริงไม่จริง
อุ๊ : มีการดีลมา แต่ตัดสินใจไม่ได้ เพราะมาดามอยู่รพ. 2 วัน สภาพแกน็อกเข้ารพ. ผมว่าอะไรคุยกันได้ก็ควรคุย อะไรเป็นทางคดีก็ว่าไป ผมไม่อยากคุยมากนะ ผมว่าผมทำหน้าที่ผมเต็มที่แล้วสำหรับพวกเรา
โทน คิดว่าจะจบกับมาดามเก่งได้มั้ย?
โทน : ได้ครับ
ต้องการอะไร?
โทน : ไม่ต้องการอะไรเลย วันนี้ทุกอย่างให้เป็นไปตามขั้นตอนชำระหนี้ เหมือนที่ผมบอกพี่ตลอดว่าผมไม่เคยมีวันไหนเลยที่จะไม่ชำระหนี้ ผมชำระมาตลอด
ขอสัญญาชำระ 5 ปีเหมือนเดิม จบแยกย้าย ตอนนี้มาดามเก่งต้องการอะไร?
อุ๊ : ที่เขาพูดกับผม เขาบอกว่าส่วนที่เป็นหนี้ 180 ล้าน แค่โทนเอาทรัพย์สินมาลดหนี้ เขาไม่ได้บอกว่าต้องเดี๋ยวนี้ ทันที เขาก็ยืนยันแบบนี้มาตลอด และเขาก็ยืดหยุ่นตลอดนะ อะไรที่คุยได้เขาก็โอเค ไม่ได้มีปัญหาอะไร ผมก็บอกไม่ถูกว่ามันเลยจุดไปยังไง รับฟังทั้งสองฝั่ง
มาดามต้องการอะไร?
อุ๊ : แกบอก 5 ปีไม่มีปัญหา ขอแค่ลดยอดให้แกหายใจได้ ให้แกรู้สึกไม่โดนเอาเปรียบ เพราะแกก็บาดเจ็บเสียหายเยอะ ผมว่าคุยกันแบบพี่น้องได้นะ ไม่ได้อะไรเลยนะโทน เช่นนาฬิกาที่ไม่ได้ใส่ อะไรลดหนี้ได้ ก็แค่นั้นเอง ไม่มีเรื่องอื่นเลย ผมก็งงว่ามาถึงจุดนี้ได้ไง
ตอนนี้มาดามเก่งต้องการให้โทนเอาของบางส่วนไปคืนก่อน?
โทน : ก็ดีลกับแกแล้วเมื่อวานถ้าแกไม่ป่วยก็ได้เจอกันแล้ว แต่พอดีแกป่วย ที่ผ่านมาเรามีการดีลกันตลอด แต่ดีลล่าสุดที่ผมบอกมันดีลไม่ลงตัว เพราะหนี้ก้อนที่เราตกลง มันนอกเหนือจากตรงนี้ แต่ประเด็นนี้ผมไม่อยากคุยแล้ว
อุ๊ : ไม่มีนอกเหนือนะ มีก้อนเดียว 180 ล้าน
โทน : เข้าใจ แต่พี่อย่าลืมสิ มันมีตัวที่เรายังตกลงกันไม่ได้ ณ วันนั้น จนมาถึงวันนี้ไงพี่
อุ๊ : โทนก็คุยกับแกสิ
โทน : วันนี้ผมนับถือพี่เหมือนเดิม ยังนับถือมาดามเหมือนเดิม หนี้สินก็ใช้เหมือนเดิม ผมมั่นใจว่าคุยกันได้ ไม่เคยปฏิเสธเลย แต่ฟางเส้นสุดท้ายเกิดอะไรขึ้นพี่ก็รู้
อุ๊ : พี่ไม่รู้ โทนอ้างพี่ไม่ได้ เพราะพี่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ถ้าเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย มาดามแกรับได้
โทน : เอาเป็นว่าผมเชื่อพี่แล้วกัน
อุ๊ : ขอบคุณมากโทน ก็ยังเป็นน้องรักพี่เหมือนเดิม
โทน : ขั้นตอนใช้หนี้ผมยินดีรับอยู่แล้ว เป็นหนี้ก็ต้องใช้อยู่แล้ว
เมื่อกี้ผมบอกอาร์เอ็มยังอยู่มั้ย เอามาขายพี่มั้ย โทนบอกว่าอย่าเลย ขายคืนเขาไปเถอะ อย่าไปซื้อเลย เดี๋ยวจะกลายเป็นซื้อของโจร?
โทน : ก็บอกแล้วว่ามีคนพูดอยู่ตลอด
มาดามเก่งจะมาขายต่อได้มั้ยล่ะ?
อุ๊ : ผมคนกลางตัดสินใจอะไรไม่ได้ ไม่ว่าใครเสนออะไร พูดยังไงก็แล้วแต่ ขึ้นอยู่กับมาดามเก่งจะตัดสินใจอย่างไร ผมพูดแทนว่าได้หรือไม่ได้ บางทีเขาอาจเสนอว่าแพงไป มันไม่เป็นธรรม ต่อรองราคาคุณก็ว่ากันอยู่สองคน แต่มาดามเก่งแกน็อกเข้ารพ. แกอ้วกเมื่อวานนี้ แกกินยาคลายเครียดหรืออะไรก็ไม่แน่ใจ ขากลับน็อก อ้วกแตกเข้ารพ. หมอห้ามแกดู ห้ามเครียด แกก็น่าสงสาร แกโดนกระทำ โดนมะรุมมะตุ้ม เรื่องแจ้งความบางทีอาจเกินจุด ก็แล้วแต่ ตอนนี้เคสนี้ผมหยุดแล้ว ผมจะไม่โพสต์อะไร ถ้าไม่มีรูปผมในรายการผมจะไม่โทรมาเลย เดี๋ยวคนเข้าใจผิด มันคนละเรื่อง เรื่องอื่นที่คุยกัน ผมก็ตัดสินใจอะไรไม่ได้ ต้องว่ากันเอง
เมื่อวันก่อนผมได้คุยกับคุณเจน คุณเจนบอกติดหนี้มาดาม จ่ายเช็คเด้ง ข้อเท็จจริงเป็นยังไง?
อุ๊ : เจนเอาพระมาขายมาดาม หนุ่มกับต้อมซื้อพระจากมาดามไปต่อ เอาเครดิตมาดามตีเช็คค้ำไว้ เพราะหนุ่มกับต้อม เครดิตไม่ได้ ถามว่าทำไมหนุ่มกับต้อมไม่ซื้อพระกับเจนโดยตรง ต้องมาเสียทำไมให้มาดาม 10 ล้าน ก็รู้จักกันอยู่ สองหนุ่มกับต้อมเอาพระไปขายแล้วเงินไปไหน ทำไมไม่จ่ายมาดาม
เขาบอกชำระมาดามไปแล้วใบแรก?
อุ๊ : แล้วยอด 65 ล้าน ทั้งหมดเท่าไหร่ พระไม่ได้อยู่กับมาดามสักองค์ พระเขาก็เอาไป
ในเมื่อมาดามตีเช็คให้ทางเจน แสดงว่ามาดามต้องเป็นหนี้เจน?
อุ๊ : อันนั้นถูกต้อง แต่มีดีเทลรายละเอียดมากกว่านี้ ซึ่งอยู่ในขั้นตอน ทุกคนพูดไม่จบ ทางที่ดีที่สุด คุณเจนไม่ใช่ลูกหนี้มาดามนะ นี่คือข้อเท็จจริงก่อน คุณเจนเป็นเจ้าหนี้ของต้อม นครสวรรค์ 300 ล้าน แล้วหนุ่มอาจเป็นลูกหนี้เจนอยู่ด้วย ทั้งหมดนี้ ผมว่าถ้าคุยไม่ตรงกัน ก็ไปขึ้นศาล ผมคงพูดได้แค่นี้ ผมรับฟังมา เขาบอกมา ก็ยืนยันแค่ตามนี้ ข้อเท็จจริงผมอาจพูดผิดก็ได้
พี่รู้มั้ยคุณเจนเขาจะฟ้องพี่?
อุ๊ : ไม่เป็นไร ฟ้องผมก็รับสารภาพทันทีเลย ถ้าอะไรที่ผมผิด ไม่มีปัญหานะ ฟ้องไม่ได้เป็นตาย คดีหมิ่นประมาทถ้าเราผิดก็ยอมรับผิดเลย ไม่ไปเถียงนะ พี่เจนผมผิดตรงไหน จะปรับจะจำคุกก็ไม่มีปัญหาเลย เจนกับผมก็เล่นแชร์วงเดียวกันอยู่ เคยกินข้าวด้วยกัน เจนคือผู้เสียหายนะ ไอ้ต้อมเป็นหนี้เขาอยู่ 300 ล้านจะไม่เสียหายได้ไง ได้คุยกันดีที่สุด แล้วปัญหาของมาเวลนี้คืออะไร (หัวเราะ) มันถึงวุ่นวาย ถ้าคุณเจนฟ้องผม ไม่มีปัญหา ผมรับสารภาพเลยว่าผมพูดจริง
เรื่องกล้อง โทนบอกทำมาก่อนอยู่แล้ว?
อุ๊ : อันนี้ผมไม่คอมเมนต์อะไร มาดามพูดว่า 100 ล้านมาอย่างนี้ ผมฟังมาจากมาดาม เดี๋ยวผมพูดแล้วเกินเลยไป ประเด็นนี้คุณไปว่ากันเอง อะไรรู้แล้วชัดไล่เรียงได้ผมพูด แต่อะไรไม่ควรพูดผมก็ไม่พูด
กังวลใจมั้ย เราออกตัวล้อฟรีไปแล้ว?
อุ๊ : ไม่มีนะ ผมชัดเจนในสิ่งที่ผมพูด ก่อนพูดผมสอบถามก่อน ถ้าใครโกหกคุณก็ต้องรับผิดชอบ ถ้าผมพูดอะไรไปถ้าผิดพลาด แสดงว่าแหล่งข้อมูลผมผิด ถ้าผิดพลาดเราขอโทษได้ ไม่มีอะไรเลย อะไรผมพูด ผมก็บอกว่าผมพูด ถ้าพูดผิดก็ขอโทษ แค่นั้นเอง ไม่มีอะไร
โทน : ขอแทรกนิดนึงนะ ที่พี่บอกว่าจักรวาลมาเวล ผมไม่ได้ไปอยู่ในนั้นนะ ผมซื้อขายกับมาดามโดยตรง มีตี๋ตื่น ไม่ได้อยู่ในกระบวนการจักรวาลมาเวลที่อ้างนะพี่ ต้องเอาผมออกมาก่อนนะพี่
อุ๊ : พี่สามารถเอาโทนออกได้ (หัวเราะ) มันไม่เกี่ยวกับพี่ พูดถึงภาพรวม ใครเป็นลูกหนี้มาดาม ทุกคนก็ดีแคลร์ไปตามนั้นเลย ไม่เกี่ยวๆ แล้วโทนรู้มั้ยอะไรที่พี่ช่วยใครได้โคตรอยากช่วยเลยนะ โทนก็ต้องรู้นิสัยพี่อยู่แล้ว
โทน : แล้วผมเป็นน้องพี่มั้ย
อุ๊ : น้อง
เขาบอกเขารักไง?
โทน : ขอบคุณมากที่ยังรักกัน
อุ๊ : วงการพระเราดี ไม่มีซ้ำ ไม่มีใส่แน่นอน ถูกว่าตามถูก ผิดว่าตามผิด
โทนกังวลใจว่าถ้าพูดอะไรผิดพลาดไป จากโทนบางแค จะกลายเป็นโทนบางขวาง?
อุ๊ : (หัวเราะ) อันนั้นเป็นเรื่องของโทนไม่เกี่ยวกับผม ผมมีขอบเขตว่าแค่ไหน วันนี้ถ้าไม่มีรูปผมมากล่าวอ้าง ผมจะไม่โทรเข้ามาเลย จะนั่งดูให้กำลังใจโทนอย่างเดียวเลย แต่ต้องไปแก้ไขปัญหาชีวิตของโทน คนเราต้องมีเหตุการณ์ต่างๆ ก่อนแกร่งเราต้องเป็นนักสู้ การยืนอยู่สุดยอดของปิรามิดได้ต้องผ่านเรื่องต่างๆ ไป ไม่ว่าใคร อะไรคุยกันได้ก็คุย ทนายได้เงินเยอะ (หัวเราะ) โทนเลิฟยูมั้ย
โทน : ครับ เลิฟยูครับ
ผมจะอ้วก คลื่นไส้ มาเลิฟยงเลิฟยู?
อุ๊ : (หัวเราะ) ก็ว่ากันไปครับ
โทน : หล่อเลยนะพี่อุ๊ ผมเห็นคอมเมนต์เมื่อกี้ เขาบอกพี่อุ๊หล่อเลย ที่เหลือพี่ไปอ่านต่อแล้วกัน
เรื่องบิ๊กเต่า โทนขอเจอบิ๊กเต่าเอง?
โทน : เมื่อปลายปี 68 มีเรื่องนี้ เรื่องมาดาม คนนั้นมีปัญหา คนนี้โดนฟ้อง มีเรื่องนึงที่ผมรู้สึกว่าเริ่มมีข่าวการออกหมายจับ ผมก็ไม่ได้สนใจตอนแรก แต่พอมีเพื่อนคนนึงเขาได้ข่าวมาจากแหล่งข่าวคนไหนไม่รู้ บอกว่าเฮ้ย มึงไปทำธุรกรรมอะไรผิดพลาดวะ มีหมายจับนะ มีมึงด้วย
ร้อนเลย?
โทน : โอ้โห ถ้าเขาบอกมีหมายจับหนุ่ม กรรชัย พี่ร้อนมั้ยล่ะ ผมก็สงสัย ด้วยความผมเป็นน้อง ถ้าพี่ป๋องดูอยู่ ผมขอโทษพี่ป๋อง เสื-กไปดึงพี่เขาเข้ามาอยู่ในเรื่องนี้ โดยพี่เขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย พี่ป๋องบอกเดี๋ยวกูถามให้ แกเลยบอกว่าโทน ตอนนี้มีการสร้างหลวงปู่ศิลา มึงไปมั้ยล่ะ คนนั้นไปด้วย ไปเจิมดิ โอ้โห ก็เป็นโอกาสที่เราจะได้ไปเจอ วันนั้นไปร่วมที่วัดพระธาตุหมื่นหิน แต่ไปแล้วก็ไม่มีโอกาสคุยกับพี่เขา หรือพี่เขาไม่อยากคุยกับเรา ก็ไม่มีโอกาสคุยกันในครั้งแรก เสร็จปุ๊บหลังจากนั้น มีการปลุกเสก ผมก็ไปอีก ผมอยากเชื่อมลึกเข้าไปอีก ผมบอกพี่ป๋อง เดี๋ยวผมเอายอดไปช่วยขาย แต่ตอนนี้ผมตังค์ไม่ค่อยมีนะพี่ ผมก็จองชุดพระประธานใหญ่ หลวงปู่ศิลาที่พี่เขาสร้างด้วยกัน ผมก็จองไปชุดนึง ผมบอกผมไม่มีเงินนะ ผมเอารถไปคันนึง เป็นรถแต๊ง 300 ไปแต่งออฟชั่นโน่นนี่ พี่เอารถไป เอาพระมา โอนให้เรียบร้อย
เราไม่สามารถเอาเงินสดออกจากระบบได้เยอะๆ เราก็ใช้วิธีนี้ พี่ป๋องก็บอกโอเค เอาไว้ให้ลูกขับเล่น ก็สนุกสนานไป ไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นคือวันปลุกเสก ผมได้เจอพี่เต่า แต่พี่เต่าวันนั้นแกก็ไม่ได้อยากพูดกับเรา พูดตรงๆ คำพูดประมาณว่าเป็นหนี้เป็นสินก็ไปคุยกันเอง ไม่อยากยุ่ง แต่วันนั้นผมนั่งกินข้าวโต๊ะเยื้องๆ กับแก มีนายตร. อยู่ มีพี่คนนึงบอกว่าคนดังนี้เซียนใหญ่ ผมเลยถือจังหวะนั้นบอกว่าถ้ากองปราบมีอะไรเรียกผมได้เลย ไม่ต้องมาหาผมนะ อย่าลืมนะเวลาทีมนี้จับ คนมหาศาล เราไม่อยากให้มีภาพอย่างนั้น
ผมกลัวที่สุดคือเสียชื่อเสียง ผมก็บอกถ้ามีอะไรเรียกผมแล้วกัน ไม่ต้องมาหาผมหรอก เดี๋ยวผมไปหาเอง หลังจากนั้นแกก็พูดว่าเป็นหนี้เป็นสินก็ไปคุยกันเอง เหมือนแกไม่ได้อยากคุยกับเรา เราก็ไม่มีความหวังแล้ว ก็ผ่านไปเป็นเดือนๆ วันที่ 10 ตามแชตไลน์เลย พี่เขาโทรมาคุยเรื่องพระสักแป๊บ ก่อนบอกว่าเฮ้ย โทน ไอ้ ต. มันเรียกมึงไปหา มีอะไรไปคุยกับมัน น่าจะเรื่องมาดามนี่แหละ พี่ป๋องพูดแบบนี้ ผมก็บอกว่าดีครับพี่ ขอบคุณมากเลย แกก็ส่งไลน์มาว่านัดเข้าพบพี่เต่า ก็ตามนั้นเลย มันคือสาเหตุที่ผมต้องไปกับคนที่ทำสัญญา นักกฎหมาย เป็นทนายส่วนตัวแหละ รู้จักกันมา 10 กว่าปี ก็ไปเพื่อชี้แจง เพราะผมไม่รู้เรื่องเอกสาร เพราะตอนทำทุกอย่างให้ทนายอ่านแล้วเราก็เซ็น เพราะเขาเอาบริษัททนายมา ที่เหลือก็เป็นเหตุการณ์บนนั้น
คุณขอให้พี่เต่า?
โทน : สองรอบแรก ผมอยากเจอเขาโดยผ่านพี่ป๋อง แต่มันก็ผ่านมาหลายเดือนโดยไม่ได้รู้สึกว่าเขาอยากเจอเราแล้ว แต่วันที่พี่ป๋องโทรมาคือให้ไปหาที่สนง. ผมก็ไม่รู้ว่าเรียกผมเข้าพบ หรือผมขอเข้าพบ แต่ผมไม่ได้ขอแล้วนะ อันนี้สำหรับผมเรียกไปพบแล้วนะ
วันที่ 17 ที่ไป ฝั่งบิ๊กเต่าเรียกเข้าไป?
โทน : สองรอบแรกเราอยากเจอแก แต่รอบนี้พี่ป๋องบอกว่าเฮ้ย มันให้มึงไปพบ
แต่พี่เต่าบอกว่าพี่ป๋องบอกว่าโทนอยากเจอ เขาเลยว่างวันนั้น?
โทน : ก็แล้วแต่มุมมอง ความคิด ตีความได้
แล้วเป็นเรื่องเป็นราวได้ไง?
โทน : เข้าไปแล้วก็อย่างที่บอก รายละเอียดพบแล้วเจออะไร ผมไม่อยากพูดลึก เพราะแจ้งความอยู่ในสำนวนแล้ว แต่เอาจริงๆ นะพี่ ผมนั่งอยู่ตรงนั้นในชั้น 27 เป็นที่ที่ผมเข้าไปแล้ว ตอนแรกไม่อึดอัด สบายมาก แต่พอเข้าไปแล้ว ต้องใช้คำว่าอิหยังหว่า มีการโยนคุยกันก่อนว่าเป็นหนี้เป็นสินกันยังไง มันเริ่มลึกแล้ว แต่ต้องบอกว่าพี่เขาไม่ได้พูดคำอะไรหยาบคายนะ ไม่ใช่มึงกู แต่แค่บอกว่ามีหนี้ตรงนี้ไม่ใช้เขาวะ ทรัพย์สินก็มีอยู่ โยนแฟ้มมาแฟ้มนึง รูปภรรยาผมถ่ายกับรถ มีรายละเอียดหมดเลย ผมรู้สึกว่าผมเริ่มกลัว ใช่วิถีในการที่เรามาคุยกันวันนี้หรือเปล่า คำๆ นึงที่บอกเลยจริงๆ คือ เฮ้ย จะคุยหรือเปล่า ผมเป็นนักลุยนะ ไม่ใช่นักเจรจา ถ้าไม่คุยก็เปิดประตูออกไปได้เลย ให้ผมตีความว่ายังไงครับ ผมก็บอกว่าผมคุย แต่คุยปั๊บกลายเป็นพี่เก่งมา พี่อ้างตนว่าเป็นอัยการมา เขาไม่ได้อ้างเองนะ บิ๊กเต่าเป็นคนบอกว่าอัยการ
แต่เป็นญาติมาดามเก่งไม่ใช่เหรอ?
โทน : ค้นหาไม่ยากนะว่าญาติจริงหรือเปล่า ผมเพิ่งเคยเห็นพี่ผู้หญิงคนนี้สองครั้งเองครับ ครั้งแรกมาหาที่ออฟฟิศผม มาพร้อมมาดามเก่ง ครั้งที่สองก็มาวันนั้น
การแจ้งความบิ๊กเต่าจะปิดปากไม่ให้โดนดำเนินคดีหรือเปล่า?
โทน : ไม่พี่ ผมถูกกดดัน ผมไปปกป้องสิทธิ์ ผมออกมาเชื่อมั้ย สายแรกที่ผมโทรหา ผมโทรหาพี่ป๋องเลย ผมอยู่ตรงนั้นหลายชม.มาก ผมปวดหัวมาก มันถูกทุกอย่าง ไม่อยากลงดีเทล แต่ถูกทุกอย่าง ไม่มีคำด่าหยาบคาย บีบคอว่ามึงต้องเอามา แต่แบบ เฮ้ย แล้วยังไง วันไหน ยังไง ด้วยพี่ลองนึกภาพเวลาท่านแอ็กชั่น ท่านให้สัมภาษณ์หลายๆ สื่อ ทั้งโฟนอิน ทั้งสื่อท่านเองที่กองปราบ ผมไม่ให้ค่าหรอก พวกโจรกระจอก เจอเซียนพระกับเจองู ต้องตีเซียนพระก่อน ไม่ให้ค่าหรอก โจรกระจอก อย่าเหลี่ยม แล้วอยู่หน้าสื่อที่ท่านให้สัมภาษณ์ พี่คิดว่าหลังจากตรงนั้นจะเกิดอะไรขึ้น ผมกำลังเปรียบเทียบว่า อยู่ระหว่างส่วนตัวในห้องเจรจา พี่ว่าผมจะเจออะไร ผมไม่อยากลงดีเทล แต่หลังจากนั้น ผมโทรหาสายแรกคือพี่ป๋องเลย พี่ป๋องครับ ผมไปหาท่านมาแล้วนะ ผมก็ประมาณนี้นะพี่ ผมรักพี่นะ พี่จะรักผมไม่รักผมไม่เป็นไร แต่ผมรักพี่นะ ให้ผมไปสาบานวัดไหนก็ได้ ผมรักพี่ ไม่เคยคิดอะไรกับพี่เลยแม้แต่นิดเดียว
พี่เต่ายืนยันว่าเขาเป็นคนกลาง?
โทน : พี่อีกคนที่เป็นอัยการ มีหยิบสัญญา มีแอ็กชั่นนะ ทุกคนตรงนั้นมีแอ็กชั่นหมด
ทนายตุ๋ย : โทนเคยเจอเขามาก่อน
โทน : ตอนนั้นเขาไม่แนะนำตัวว่าเป็นอัยการ แต่จำได้ล้านเปอร์เซ็นต์ เจอมาหนึ่งครั้ง ท่านจรูญเกียรติแนะนำว่าเป็นอัยการ ผมอ้าปากก็ปึ้ง อ้าปากก็ปึ้ง
กลัวเองหรือเปล่า?
โทน : ถ้าเจอกับพี่เขาสองคน นั่งพูดคุยว่ามันเป็นยังไง ให้ผมอธิบาย แต่ผมแทบไม่ได้อธิบายเลยนะ มันมีแฟ้มโยนมาบอกว่าทรัพย์สินเยอะแยะก็เอาไปขายแล้วใช้หนี้เขาสิ คำพูดไม่ได้นุ่มนิ่มแบบนี้ ไม่งั้นผมเป็นพ่อค้า เป็นเซียนพระ จะบ้าบอไปแจ้งความเขาเหรอครับ
ทนายตุ๋ย : เพราะคุยกับมาดามไม่ลงตัวหรือเปล่า
โทน : คุยลงเลย ยังไม่ได้พูดเรื่องสัญญา แต่วันที่ไปอยู่ชั้น 27 มันเกิดเรื่องนี้และถูกกดดัน เขาเตรียมสัญญามาหรือเปล่าไม่รู้ แต่เขาพูดเรื่องนี้ เน้นย้ำเรื่องนี้
ทนายตุ๋ย : ผมมองว่าเป็นการเจรจานะ
โทน : เราควรเจอกันที่อื่น ไม่ใช่ที่ตรงนั้นหรือเปล่า
ทนายตุ๋ย : มองว่านับถือทั้งสองฝ่าย โทนก็ติดต่อพี่ป๋องไป น่าจะเป็นเหตุต่อเนื่อง
มองเป็นการไกล่เกลี่ยได้มั้ย?
ทนายตุ๋ย : จริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องหนี้สินเลย เราเข้าพรบ.ไกล่เกลี่ยก็ได้ ยื่นที่ศาลและทำบันทึกข้อตกลงกันได้ คดีก็แยกย้าย
โทน : มันมีดีเทลที่มากกว่านั้น ผมไม่สามารถพูดได้ มันอยู่ในสำนวน แค่จะบอกว่า พ่อค้าคนนึงไม่ควรโดนเจ้าหนี้ โดนอะไรก็แล้วแต่
ทนายตุ๋ย : นั่นคือความรู้สึกของโทน ผมเข้าใจ แต่ถ้ามองในแง่ไกล่เกลี่ยว่าอยากให้จบ
โทน : ถ้าไกล่เกลี่ยเราต้องรู้ก่อนมั้ยว่าเราต้องเจออะไรบ้าง
ทนายตุ๋ย : หลังจากนี้ถ้าเข้าไกล่เกลี่ย
โทน : ผมไม่ได้ปิดประตูบ้านว่าไม่ไกล่เกลี่ย ที่ผมไปแจ้งความดำเนินคดีกับท่าน ผมแค่ขอความเป็นธรรมกับการที่ผมถูกกระทำ ปกป้องสิทธิ์ที่ผมถูกกระทำ ที่สำคัญเมียผม ทรัพย์สินที่ผมมี ถูกโยนโครมมาตรงนี้ แล้วจะให้ผมคิดอย่างอื่นได้มั้ย
ทนายตุ๋ย : ถ้าโทนถอยออก ไปร้องทุกข์กล่าวโทษบิ๊กเต่าเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน
โทน : มันเป็นไปได้หมด แต่ผมไม่กล้าบอกอะไรหลายๆ อย่าง หนึ่งผมไม่รู้เรื่องกฎหมาย แต่ผมรู้อย่างเดียวว่า ณ เวลานั้นผมถูกกระทำ ผมมึนไปหมด ผมไปลงบันทึกประจำวันวันที่ 18 เลยนะ วันที่ 5 ผมไปแจ้งความเลย มันไม่มีใครหรอกที่อยู่ๆ ถ้าไม่โดนกระทำ แล้วไม่ใช่เรื่องจริง ผมจะไปแจ้งความกล่าวโทษร้องทุกข์ออกทุกสื่อ ผมเอาเวลาทำมาหากินใช้หนี้เขาปกติดีกว่ามั้ย
สัญญาประนอมหนี้ วันนี้โทนมองว่าเป็นแพ่ง?
โทน : ผมไม่รู้ว่าเป็นแพ่งหรืออาญา ผมไม่รู้กฎหมาย
เขาตรวจแล้ว มีเรื่องการผิดสัญญา?
โทน : สัญญาทั้งหมด คือสัญญาที่พี่เขาทำมาให้ผมเซ็น สองคนนี้เป็นทนายที่มากับเขาสองคน พยานเขาหมดเลยสองคน ไม่มีพยานผมเลย
ทนายตุ๋ย : โดยหลักตรงนี้เป็นคดีแพ่งตามสัญญา
โทน : อันนั้นผมไม่รู้ ถ้าเอาตามความเป็นโทนนะ ไม่มีคดีเลย เพราะผมใช้หนี้หมดทุกบาททุกสตางค์แน่นอน ในระยะเวลาที่ผมผ่อน โอ้โห สำหรับผมสบายมาก
พี่ว่าประเด็นอยู่ที่ว่า มาดามเก่ง เขาลุกมาตรงนี้ เหมือนสัญญาที่ทำไว้ มูลค่าไม่เป็นธรรมกับเขา?
โทน : ก็ไกล่เกลี่ยตรงนี้ได้หมด แต่ประเด็นที่ผมไปแจ้ง หรืออะไร ผมมีสิทธิ์กลัวได้มั้ย พี่สัมภาษณ์มากี่เทปแล้วเรื่องนี้ อย่าลืมนะว่ามีคนโดนตีมั้ย มีคนโดนแจ้งข้อกล่าวหามั้ย มีคนโดนอุ้มมั้ย
โดนอุ้มไม่มี?
โทน : มหาหนึ่งไงครับ แต่ผมไม่ได้บอกว่าใครทำนะ แต่ทั้งหมด มีความเกี่ยวข้อง เป็นลูกหนี้ เป็นเจ้าหนี้วงนี้หมดนะ อย่างที่พี่อุ๊บอกจักรวาลมาเวลนี้ แต่ผมไม่ได้อยู่ในจักรวาลมาเวลนี้ แต่ผมมีสิทธิ์กลัวนะ ลูกเมียผม ไปอยู่หน้าปกเลยนะพี่ แล้วสื่อเอาออกโทรทัศน์เต็มเลย ผมก็กลัว แฟนผมก็ให้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวัน แฟนผมวันแรกที่เห็น โทน ต้องไปแจ้งบันทึกมั้ย ผมก็พาไป ผมก็กลัวเหมือนกัน ลูกผม ผมขอให้สังคมอย่าเพิ่งตัดสินผมได้มั้ย ผมยังไม่ได้ถูกพิสูจน์เลย ศาลยังไม่ได้ตัดสินว่าผมโกงเขา ผมยังไม่มีอะไรโกงเขาเลย ไม่มีกระบวนการหมายเรียก หมายจับไม่มีอะไรทั้งนั้น ที่สำคัญ พี่มีลูกมีเมีย มีครอบครัว มีพ่อมีแม่ ลูกผมโดนถามว่ายู พ่อยูไปโกงเขาเหรอ
มันเจ็บปวด?
โทน : มันบอบช้ำนะพี่ ผมกลับบ้าน บางทีเราไม่เจอกัน ป๊า มีคนถามหนูว่าป๊า... ลูกผม 10 ขวบแล้ว มันเจ็บปวด
มีพระชุดนึง 23 ล้าน ที่โทนเอาไปให้ มีการต่อกัน เหลือประมาณ 8 ล้าน?
โทน : ไม่ถูก ชุด 23 ล้าน วันนั้นตี๋ตื่นมา จำไม่ได้ว่าพี่อุ๊มาหรือเปล่า แต่น่าจะมาด้วยกัน ประเด็นคือพระชุดนี้เป็นข้อตกลงที่ก่อนมา อยู่ฝรั่งเศส บอกว่ากลับไปเดี๋ยวเอาพระอีกชุดนึงนะ ก่อนหน้านี้เอาพระไปตลอดอยู่แล้ว เพื่อชำระหนี้ตรงนั้นตรงนี้ เป็นการชำระหนี้ล่วงหน้า เพื่อเขาจะได้เอาพระไปทำงานก่อน เขาจะได้มีสภาพคล่องของเขา 3-4 เดือนผมก็จะได้ไม่ต้องจ่าย เพราะเขาคืนเช็คผม ประเด็นอยู่ตรงนี้
พระทั้งหมดวันนั้นเขารวบทั้งหมด แต่ผมบอกว่าไม่ได้ ผมคุยกับพี่ตื่นนะ ว่ารวบแบบนี้ไม่ได้ เดี๋ยวผมถ่ายรูป แล้วตีราคาเป็นชิ้น เพราะพระผม 3 หมื่น 5 หมื่น 2 แสน 3 แสน 5 แสน มันเยอะมาก รวบทั้งโต๊ะ แล้วมาทำบัญชีกันจนจบ เคาะตัวเลข พระหลายพันองค์ เคาะตัวเลขได้ทั้งหมดเลยนะ 46 ล้าน มาดามบอกว่าเฮ้ยโน่นนี่นั่น พี่ตื่นบอกแพงไป 46 ล้านจะได้ยังไง มาดามบอกเฮ้ย เดี๋ยวตัดสินใจให้ เริ่มคัด เริ่มมีการต่อรอง ผมบอกว่าได้ ผมคิดเป็นตัวเลขได้หมด เป็นแผ่นๆ เปเปอร์ พระราคาเท่านี้ๆ มาดามบอกว่าคิดแบบนี้ทั้งวันก็ไม่จบ มาดามก็ติ๊กๆ กับพี่ตื่นสองคน
อย่างนี้แล้วกัน โทน คำเดียว 23 ล้าน โป๊ะลงไป ผมก็โอ้โห เละเว้ย คิดในใจ ขาดทุนเละ เหลือร.5 เป็นตับเลย คิดไปคิดมา มีกองเชียร์ จำไม่ได้หรอกว่าใคร บอกเอาน่าโทนให้มันจบๆ ไป ผมก็คิดไปคิดมา ให้จบๆ ไปวะ 23 ก็ 23 ให้ เขาก็นับเช็คคืน โทน มีเงินสดหมื่นมั้ย ผมบอกมี ตอนแรกจะเอาเงินสด 6 หมื่น แต่ผมบอกมีเงินสดหมื่นนึง ผมก็หยิบเงินสดให้เขาหมื่นนึง เดี๋ยวอีก 5.5 แสน ผมโอนเงินสดให้ แต่เอาก่อนสงกรานต์นะพี่ 5.5 แสนคือจาก 23 ล้าน เขาคืนเช็คมาในราคาเกือบ 23 ล้าน คืนเช็คล่วงหน้า มันก็เหลือเศษอยู่ 5.6 แสน ผมจ่ายเงินสดให้พี่เขา 1 หมื่น บอกว่าอีก 5.5 แสนจะโอนให้เขาก่อนสงกรานต์ 12 เม.ย. ผมทำตามตกลงเป๊ะ จะได้เข้าใจตรงกันว่าผมไม่ได้บิดไม่ได้อะไรเลย พี่ดู 5.5 แสน ผมโอนวันไหน (เปิดสลิปให้ดู) ผมโอนให้หมดเลย วันนั้นเขาบอกโทน เอางี้มั้ย วัดใจกันไปเลย หมดนี้เอาเงินสดมา 8 ล้าน พระไม่ต้องเอาไป กองไว้ตรงนี้ พี่ตื่นบอกอย่าๆ แต่ผมบอกว่าวันนั้น 5 ล้านผมก็ไม่มีเงินสด ไม่ใช่ไม่เอา มันเป็นวัดใจพี่ ไม่ใช่ไม่ซื้อ ถ้าผมมีเงินสดตอนนั้น ผมจะเอาพระมาชำระหนี้ล่วงหน้าเพื่ออะไรพี่
แต่มันถูกตีไปว่าพระชุดนั้นไม่ถึง 8 ล้าน?
โทน : ก็ตี๋ตื่น แล้วไม่ใช่ผมไม่เอา ผมมั่นใจนะ ถ้าวันนั้นผมเอาเงินสดให้เขา เขาก็ไม่ขายหรอก มันเป็นวัดใจ พี่นึกออกมั้ย แล้วตัวพี่ตี๋ตื่นเป็นคนเคาะคำนวณทุกชิ้น ผมจำไม่ผิด พี่อุ๊อยู่ด้วย ผมตีราคา เขาต่อรอง
คุณไม่เอาเพราะไม่มีเงินสด?
โทน : ถ้าเวลานั้นมีเงินสด และเขาให้ผมจริงๆ ผมเอา พระรอดวัดพระสิงห์ องค์นึงอย่างน้อยๆ 3 พัน 4 พัน 5 พันแล้วแต่ความสวยงาม ตั้งเป็นร้อยองค์ ของมันคำนวณเป็นชิ้นๆ ได้ ร.5 เครื่องราง มันอยู่ในนั้นเป็นปึ้ง
ทนายตุ๋ย : พระที่พูดมันขายได้ง่ายมั้ยในตลาด
โทน : มันต้องค่อยๆ ขายครับ ผมสะสมมาเรื่อยๆ เขาเช่าไปเพื่อทำงานต่อ แล้วตัดหนี้ผม องค์นึงผมซื้อเขา 3 ล้าน ขายคืน 2 ล้าน ขาดทุนด้วย ถ้าผมมีเงิน 8 ล้าน ผมเอา ตอนนี้อยู่กับมาดามหมดเลย พระปิดตา พระกริ่ง โอ้โห
ทั้งหมดรวม 23 ล้าน?
โทน : ถูกต้อง ถ้าขายผม 8 ล้านทำไมผมจะไม่เอา แต่ผมไม่มีเงินสด แต่ผมคิดว่าถ้าผมมีเขาก็ไม่ขายผมหรอก เขาวัดใจพี่
เท่าที่ฟัง ทางนี้บอกเขาขอเงินสด 8 ล้านเป็นการวัดใจ แต่ทางโน้นบอกว่าเขาขายคืน 8 ล้าน ทางนี้ยังไม่เอาเลย เขาเลยหมดใจ?
โทน : ก็พูดได้หมดครับ แต่ทุกครั้งที่ผมพูด ผมพูดด้วยรายละเอียดที่มีทุกครั้งนะครับ
แล้วมีพระอีกชุด ประมาณ 66 ล้าน จริงๆ ราคา 7 ล้านกว่าบาท?
โทน : ไม่ๆ อันนั้นเขาบอกขายได้ 20 กว่าล้าน เป็นการชำระหนี้ชุดก่อน เป็นที่มาว่าเอาทรัพย์สินไปชำระหนี้ไม่ตรงจุดไง เขาจะให้ผมชำระส่วนต่างชุดโน้นซึ่งจบไปแล้ว แล้วคนประเมินก็คนชุดเดิมนี่แหละครับ

