xs
xsm
sm
md
lg

น้ำมันคงที่หลังเรือ 30 ลำ ล่องผ่านฮอร์มุซ ทองลง-หุ้น US บวกจับตาทรัมป์เยือนจีน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ราคาน้ำมันทรงตัวในวันพฤหัสบดี(14พ.ค.) หลังสื่อมวลชนแห่งรัฐอิหร่านเผยว่ามีเรือ 30 ลำล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ได้โจมตีลำหนึ่งและยึดอีกลำ ก่อความกังวลเกี่ยวกับกระแสอุปทานพลังงานระหว่างศึกสงคราม ปัจจัยนี้นี้ฉุดทองคำปรับลด ขณะที่วอลล์สตรีทปิดบวก ได้แรงหนุนจากข้อมูลทางเศรษฐกิจและจับตาการเดินทางเยือนปักกิ่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 15 เซนต์ ปิดที่ 101.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 9 เซนต์ ปิดที่ 105.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ทำเนียบขาวพูดถึงการประชุมระหว่างทรัมป์กับประธานธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ว่าผู้นำทั้ง 2 เห็นพ้องกันว่าช่องแคบฮอร์มุซ ควรเปิดให้กระแสพลังงานสัญจรผ่านโดยเสรี

สำนักข่าวฟาร์สนิวส์ สื่อมวลชนกึ่งรัฐของอิหร่าน รายงานในวันพฤหัสบดี(14พ.ค.) ว่าอิหร่านเริ่มอนุญาตให้เรือของจีนบางส่วนล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนหน้านั้นมีข่าวว่าเรือบรรทุกน้ำมันขนาดยักษ์ของจีนลำหนึ่ง ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบของอิรัก 2 ล้านบาร์เรล ได้ล่องผ่านช่องแคบแห่งนี้ในวันพุธ(13พ.ค.) หลังติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียมานานกว่า 2 เดือน

อย่างไรก็ตามในขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่าเรือสินค้าลำหนึ่งของอินเดีย ซึ่งบรรทุกปศุสัตว์จากแอฟริกานำส่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จมลงนอกชายฝั่งโอมานในวันพฤหัสบดี(14พ.ค.)

ด้านราคาทองคำปรับลดในวันพฤหัสบดี(14พ.ค.) ถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเรื่อยๆและการแข็งค่าของดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาการพบปะกันระหว่างทรัมป์กับสี โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน ลดลง 21.40 ดอลลาร์ หรือ 0.40 % ปิดที่ 4,685.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดบวกในวันพฤหัสบดี(14พ.ค.) ได้แรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยี นักลงทุนรับรู้ข้อมูลเศรษฐกิจที่ค่อนข้างดีโดยทั่วไปและจับตาการพบปะหารือเดิมพันสูงระหว่างทรัมป์กับสี

ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 370.26 จุด (0.75 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 50,063.46 เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 56.99 จุด (0.77 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,501.24 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 232.88 จุด (0.88 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 26,635.22 จุด

การประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์และสี มีจุดประสงค์เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ อย่างกว้างขวาง ในนั้นรวมถึงการค้า, การที่สหรัฐฯขายอาวุธให้ไต้หวัน และการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ น่านน้ำสำคัญที่ป้อนกระแสน้ำมันดิบส่วนใหญ่แก่เอเชีย ซึ่งแทบถูกปิดตายระหว่างสงครามที่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่าน

ในแง่ของเศรษฐกิจ ตัวเลขค้าปลีกเป็นไปตามที่คาดหายไว้ แต่ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากราคาเบนซินที่พุ่งขึ้นสืบเนื่องจากสงครามอิหร่าน ทั้งนี้ราคาน้ำมันเบนซินคือปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังการดีดตัวขึ้นของดัชนีราคาสินค้านำเข้าครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2022

(ที่มา:รอยเตอร์)