xs
xsm
sm
md
lg

อุทยานฯ ภูกระดึง แจงกรณี นทท.สาว โดนบุกเต็นท์ พร้อมดำเนิน 5 มาตรการด้านความปลอดภัย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ชี้แจงกรณีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ และมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว บริเวณลานกางเต็นท์ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง

ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลของผู้ใช้ Facebook (ขอสงวนชื่อ) ในคืน วันที่ 13 พ.ค.69 ผ่านกลุ่มชมรมคนรักภูกระดึง และกลุ่มภูกระดึงรักแล้ว..รักเลย เกี่ยวกับเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นบริเวณลานกางเต็นท์ศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง โดยแจ้งว่าเหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ในช่วงเวลาประมาณ 01.00 – 02.00 น. นั้น

อุทยานแห่งชาติภูกระดึงมิได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นทันทีหลังได้รับแจ้ง โดยนักท่องเที่ยวเข้าแจ้งเหตุการณ์กับเจ้าหน้าที่ ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 13.00 -14.00 น. โดยนักท่องเที่ยวได้เข้าแจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ว่าเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ซึ่งระบุว่า ในช่วงเวลาประมาณ 01.00 – 02.30 น. ได้เกิดเหตุการณ์ตามรายละเอียดที่ปรากฏในโพสต์ต้นเรื่อง ภายหลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวางได้ดำเนินการสอบถามข้อมูลจากนักท่องเที่ยวผู้แจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ รวมถึงตรวจสอบบริเวณและช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้นแล้ว จากข้อมูลที่ได้รับ เบื้องต้นพบว่าบุคคลดังกล่าวมีพฤติการณ์อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ เข้าพูดคุยกับนักท่องเที่ยวในช่วงเวลากลางคืน ในลักษณะพยายามให้นักท่องเที่ยวย้ายเต็นท์ออกจากจุดเดิม โดยไม่มีการแสดงตนหรือแสดงเครื่องหมายที่สามารถยืนยันตัวตนได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีพฤติกรรมเดินวนบริเวณรอบเต็นท์ พยายามเปิดหรือรูดซิปเต็นท์ และใช้ไฟจากโทรศัพท์มือถือส่องผ่านช่องระบายอากาศด้านข้างเต็นท์จ่อเข้าบริเวณใบหน้าของนักท่องเที่ยว ในลักษณะที่บดบังการมองเห็นรายละเอียดของบุคคลดังกล่าว สังเกตเห็นว่าเคสโทรศัพท์เป็นหนัง สีแดง ต่อมา บุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่พยายามจะเปิดเต็นท์เข้ามา นักท่องเที่ยวจึงใช้โทรศัพท์จะบันทึกภาพเหตุการณ์ บุคคลดังกล่าวจึงได้รีบหลบหนีออกจากบริเวณด้านหลังทางขวาของเต็นท์อย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถบันทึกหรือมองเห็นหรือระบุรายละเอียดเพิ่มเติมได้

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 จากการสอบถามเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ผู้รับแจ้ง แจ้งว่า เนื่องจากข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องยังมีข้อจำกัด จึงยังไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลหรือรายละเอียดของเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจนในขณะนี้ และอยู่ระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จึงยังไม่มีการอัพเดทความคืบหน้าให้กับนักท่องเที่ยวรายดังกล่าว

ต่อมา อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้เชิญนักท่องเที่ยว ซึ่งมีกำหนดลงจากพื้นที่ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เข้าพบหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึงและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของรายละเอียดเพื่อประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติภูกระดึงอยู่ระหว่างติดตาม ตรวจสอบ และประสานการเฝ้าระวังเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว โดยได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยในพื้นที่ ดังนี้
1. แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
2. นักท่องเที่ยวสามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน หรือแจ้งต่อศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ประจำคอยอำนวยความสะดวกและดูแลด้านความปลอดภัยตลอดเวลาในช่วงเวลาปกติ จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยออกตรวจตราพื้นที่กางเต็นท์ในช่วงเวลาประมาณ 21.00 – 22.00 น. โดยภายหลังได้รับแจ้งเหตุ อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนและตรวจตราพื้นที่กางเต็นท์ รวมถึงบริเวณบ้านพักและพื้นที่โดยรอบในช่วงเวลากลางวันและกลางคืนมากยิ่งขึ้น
3. มีการกำหนดพื้นที่กางเต็นท์ให้เหมาะสม อยู่ในบริเวณที่สามารถติดต่อหรือแจ้งเหตุแก่เจ้าหน้าที่ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
4. ดำเนินการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในบริเวณลานกางเต็นท์และจุดเสี่ยงหรือจุดอับสายตาภายในพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและติดตามเหตุการณ์
5. เพิ่มการประชาสัมพันธ์ด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำให้สังเกตพฤติการณ์ผิดปกติ หรือกรณีมีบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ หากพบเหตุอันควรสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกนายให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่กางเต็นท์ในช่วงเวลากลางคืน รวมทั้งให้มีการแสดงตน การแต่งกาย และการปฏิบัติหน้าที่ที่สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน ตลอดจนประชาสัมพันธ์แนวทางการแจ้งเหตุฉุกเฉินและการขอความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง

อุทยานแห่งชาติภูกระดึงขอขอบคุณนักท่องเที่ยวที่แจ้งข้อมูลและข้อกังวลดังกล่าว จะรีบสืบหาตัวบุคคลดังกล่าว และจะนำข้อเสนอแนะไปพิจารณาทบทวนและปรับปรุงในส่วนที่อาจยังเป็นข้อจำกัดของการดูแลพื้นที่ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพมาตรการด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมและรัดกุมยิ่งขึ้นต่อไป