xs
xsm
sm
md
lg

กรมอุทยานฯ ประกาศยกระดับ "ไลเกอร์-ไทกอน" เป็นสัตว์ป่าควบคุมชนิด ก เทียบเท่าสิงโต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ออกระเบียบใหม่ปี 2569 ยกระดับการครอบครอง "ไลเกอร์" และ "ไทกอน" ขึ้นเป็นสัตว์ป่าควบคุมชนิด ก (ดุร้าย) ชี้เป็นสัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่ที่ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ผู้ครอบครองต้องแจ้งตามกฎหมายทันที

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการแจ้งและการครอบครองสัตว์ป่าควบคุม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดระเบียบสัตว์ป่าต่างประเทศที่มีความเสี่ยงสูงในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่ม "ลูกผสม" ที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างสิงโตและเสือ

แต่เดิม "ไลเกอร์" (Liger - พ่อสิงโต+แม่เสือ) และ "ไทกอน" (Tigon - พ่อเสือ+แม่สิงโต) อาจถูกมองว่าเป็นเพียงสัตว์แปลกในสวนสัตว์ แต่ด้วยสรีระที่เป็นสัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่ มีสัญชาตญาณนักล่า และมีความแข็งแรงมหาศาล ทำให้กรมอุทยานฯ ตัดสินใจแก้ไขนิยาม "สัตว์ป่าควบคุมชนิด ก" ให้ครอบคลุมสัตว์เหล่านี้เทียบเท่ากับสิงโต เสือชีตาห์ และเสือจากัวร์

การยกระดับครั้งนี้ส่งผลให้ผู้ครอบครองต้องปฏิบัติตามมาตรการเข้มงวด ดังนี้ :
• มาตรฐานกรงเลี้ยง : ต้องมีความมั่นคงแข็งแรงสูงสุดตามมาตรฐานสัตว์ดุร้าย เพื่อป้องกันการหลุดรอดออกมาสร้างความอันตรายต่อสาธารณชน
• การจัดสวัสดิภาพ : ต้องดูแลความเป็นอยู่และสวัสดิภาพสัตว์ให้เหมาะสมตามที่กฎหมายกำหนด
• การระบุตัวตน : สัตว์ทุกตัวต้องมีการฝังไมโครชิปหรือทำเครื่องหมายประจำตัวที่ถูกต้อง โดยมีการกำหนดรหัสชนิดใหม่คือ ไลเกอร์ (รหัส 068) และไทกอน (รหัส 069)

นอกจากกลุ่มแมวใหญ่แล้ว ระเบียบฉบับนี้ยังได้ปรับปรุงรายละเอียดรหัสประจำตัวของนกหายากในบัญชีควบคุมให้ถูกต้องและครบถ้วนยิ่งขึ้น ได้แก่
• นกแก้วคาคาโป (Kakapo - รหัส 012)
• นกแก้วเทาแอฟริกัน (African Grey Parrot - รหัส 052)

การประกาศใช้ระเบียบนี้มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งเป็นอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 หากผู้ใดครอบครองสัตว์ป่าควบคุมเหล่านี้โดยไม่แจ้งหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามระเบียบ อาจมีความผิดตามกฎหมาย