จับตาคดี 'หมิง เฉิน' ตร.ยันยังไม่โยงนักการเมือง อาการป่วยทรงตัวใต้การคุ้มกันเข้ม ขณะที่รัฐบาลกลับลำแก้รัฐธรรมนูญ 'อนุทิน' ขีดเส้นห้ามแตะหมวดสถาบัน
ความคืบหน้าคดีด้านความมั่นคง กรณี หมิง เฉิน ซัน ประสบอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำในจังหวัด ชลบุรี ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบสวนขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักหรูในเมืองพัทยา และพบอาวุธสงครามจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายใน อาทิ วัตถุระเบิด C4 ปืน M16 และระเบิดสังหารหลายรายการ ในเเเรื่องนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า มีความคืบหน้าไปมาก ซึ่งจากพยานหลักฐานทั้งหมด พบความเชื่อมโยงชัดเจนว่านายหมิง เฉิน ซัน มีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าผู้ต้องหารับงานสังหารในประเทศกัมพูชานั้น ขณะนี้ตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบและขยายผลในทุกมิติ ก่อนจะสามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้อย่างชัดเจน
สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีความเป็นไปได้ที่นักการเมืองไทยเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า จนถึงขณะนี้ ยังไม่พบข้อมูลว่าผู้ต้องหามีความเกี่ยวข้องกับนักการเมืองไทยแต่อย่างใด และยืนยันว่าจากหลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่พบข้อบ่งชี้ว่าเครือข่ายดังกล่าวมีเป้าหมายก่อวินาศกรรมในประเทศไทย หรือเตรียมนำอาวุธไปก่อเหตุทำร้ายประชาชนคนไทย อย่างไรก็ตาม จากการขยายผลในทางคดี เดิมมีผู้ต้องหาเพียงนายหมิง เฉิน ซัน และมีผู้ต้องหาเพิ่ม 5 คน รวมทั้งหมดเป็น 6 คน และคาดว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกในระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม กรมราชทัณฑ์ ได้ออกเอกสารกรณีที่ผู้ต้องหามีอาการป่วยว่า
แพทย์สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้ต้องขังได้รับประทานยาประจำตัวเกินขนาด แพทย์ได้ใส่สายยางทางจมูกเพื่อล้างระบบทางเดินอาหาร โดยพบของเหลวสีฟ้า และได้ฉีดยาต้านพิษ ส่งผลให้ผู้ต้องขังเริ่มขยับตัวและมีปฏิกิริยาตอบสนองดีขึ้น อาการล่าสุดโดยรวมผู้ต้องขังรู้สึกตัวดีและสามารถปฏิบัติตามคำสั่งทางการแพทย์ได้ แต่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และยังไม่สามารถถอดออกได้ ส่วนการรับประทานอาหารยังคงต้องให้สารอาหารเหลวผ่านสายยางทางจมูก ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab) ผลตรวจสารเสพติด ผลการตรวจปัสสาวะ ไม่พบสารเสพติดทุกประเภท
ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเรือนจำพิเศษพัทยาได้ยกระดับมาตรการควบคุมตัวขั้นสูงสุด โดยจัดเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เฝ้าตรวจตราอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประสานขอกำลังสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมปฏิบัติภารกิจตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่โรงพยาบาลตลอด 24 ชม. จึงขอยืนยันว่า ได้ดำเนินการควบคุมดูแลผู้ต้องขังรายดังกล่าวให้เป็นไปตามมาตรฐานการควบคุม และการรักษาพยาบาลตามหลักมนุษยธรรมและสากลทุกประการ

