เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2569 กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงกรณีปรากฏคลิปภาพทหารกัมพูชาเข้ามาพบ พระธรรมวชิรญาณโกศล (เยื้อน ขนฺติพโล) เจ้าอาวาสวัดบูรพาราม พระอารามหลวง จังหวัดสุรินทร์ ขณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการก่อสร้างและปรับปรุงเส้นทางบริเวณแนวชายแดน อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งได้มีการเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อพี่น้องประชาชนในวงกว้างนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569
เวลาประมาณ 14.20 น. ระหว่างที่หลวงตาเยื้อนพร้อมคณะลูกศิษย์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของไทย เดินทางสำรวจเส้นทางยุทธวิธีสายหลัก 2 มุ่งหน้าสู่ฐานปฏิบัติการทศกัณฐ์ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจตระเวนชายแดนดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดตลอดภารกิจ
ในระหว่างการสำรวจพื้นที่ ได้มีกำลังทหารกัมพูชาประมาณ 15 นาย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เดินทางเข้ามาพบคณะของหลวงตาเยื้อนด้วยความเคารพศรัทธา พร้อมทั้งสอบถามและแสดงความกังวลต่อ
การดำเนินการก่อสร้างเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าแนวเส้นทางอาจเข้าใกล้พื้นที่ตั้งฐานปฏิบัติการของฝ่ายตน
อย่างไรก็ตาม หลวงตาเยื้อนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ร่วมกันชี้แจงว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการพัฒนาเส้นทางภายในเขตอธิปไตยของประเทศไทย เพื่อประโยชน์ด้านการคมนาคม การช่วยเหลือประชาชน และการสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน โดยมิได้มีเจตนารุกล้ำอธิปไตยหรือดำเนินกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อฝ่ายกัมพูชาแต่อย่างใด ภายหลังการพูดคุย ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจที่ดีต่อกัน บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นมิตร
ต่อมาในเวลา 16.10 น. หลวงตาเยื้อนและคณะได้เดินทางออกจากพื้นที่โดยสวัสดิภาพ ภายใต้การดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยอย่างเข้มงวด
ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า กองทัพบกยังคงยึดมั่นในการปกป้องอธิปไตย รักษาผลประโยชน์ของชาติ และดูแลความปลอดภัยของประชาชน ตามแนวชายแดนอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยการประสานงานหรือการพูดคุยในบางพื้นที่ตามแนวชายแดน เป็นกลไกสำคัญในการป้องกันความเข้าใจผิด ลดความตึงเครียด และป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง อันจะส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนทั้งสองประเทศ
ด้าน นายสงวน คงเงิน หรือ “อาจารย์ไปร์” ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ในวันนั้นและ เป็นผู้ร่วมดูแลโครงการก่อสร้างถนนในพื้นที่ชายแดน และอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการระบุว่าฝ่ายกัมพูชาเข้ามาตรวจสอบหรือมีลักษณะกดดันระหว่างการลงพื้นที่นั้น ไม่เป็นความจริง
เหตุการณ์ในวันดังกล่าว ฝ่ายกัมพูชาได้เดินทางเข้ามาแสดงความเคารพต่อพระธรรมวชิรญาณโกศล (หลวงตาเยื้อน ขนฺติพโล) และมีการพูดคุยสอบถามกันตามปกติ ไม่ได้มีลักษณะการตรวจสอบหรือสร้างความขัดแย้งตามที่ปรากฏในบางกระแสข่าว
ทั้งนี้ ยืนยันว่าการดำเนินงานก่อสร้างถนนเป็นการทำงานภายในเขตอธิปไตยของประเทศไทย ไม่มีประเด็นเรื่องการรุกล้ำหรือการเสียดินแดนแต่อย่างใด พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่ามีการเสียดินแดนบริเวณ “ช่อง 40 เมตร” รวมถึงข่าวการปิดล้อมหรือกดดันจากฝ่ายทหารประเทศเพื่อนบ้าน โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง
อาจารย์ไปร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางการทำงานยึดหลักความชัดเจนว่า “ทำในเขตประเทศไทย” โดยไม่มีการยอมรับเงื่อนไขที่กระทบต่ออธิปไตยของชาติ
สำหรับโครงการก่อสร้างถนนเลียบแนวชายแดน มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน พัฒนาเส้นทางคมนาคม และยกระดับการเชื่อมต่อพื้นที่ ตั้งแต่หลักเขตที่ 1 ถึงหลักเขตที่ 14 ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร ไปจนถึงด่านช่องจอม เพื่อเสริมศักยภาพด้านคมนาคมและเศรษฐกิจชายแดนในระยะยาว

