xs
xsm
sm
md
lg

ตร.โคราชจ่อเรียก “ส.ต.อ.” สันติบาลพบแจ้ง 3 ข้อหาหนัก กักขังทารุณถ่ายแพร่คลิปอนาจาร "ผู้ช่วยพยาบาลสาว"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- คืบหน้าคดีผู้ช่วยพยาบาลสาวถูกตำรวจสันติบาล ยศ “ส.ต.อ.” กักขัง ซ้อมทารุณ บังคับเสพยา นาน3วัน4คืน และถ่ายคลิปอนาจารเผยแพร่โซเชียล ล่าสุดพนักงานสอบสวน สภ.เมืองโคราช จ่อเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหาเข้าพบเพื่อแจ้งดำเนินคดี 3 ข้อหาหนักในสัปดาห์นี้ ขณะมูลนิธิปวีณาฯ เผยผลตรวจพบสารเสพติดในร่างกายของ “ส.ต.อ.”โหด จริง

วันนี้ (13 พ.ค.69) ความคืบหน้า กรณี น.ส.บี อายุ 28 ปี ผู้ช่วยพยาบาลชาวจ.นครราชสีมา เข้าร้องขอความช่วยเหลือ กับ มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่าถูก ส.ต.อ.เอ ตำรวจสันติบาลในพื้นที่จ.นครราชสีมา ซึ่งคบหาดูใจกันประมาณ 5 เดือน กักขัง ทำร้ายร่างกาย บังคับเสพยาไอซ์ ข่มขู่เอาชีวิต และเผยแพร่ภาพลามกในโซเชียล จนได้รับความอับอายและต้องลาออกจากงาน โดยผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อดำเนินคดีถึงที่สุด

ต่อมา นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พาผู้ช่วยพยาบาลสาวผู้เสียหาย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมต่อหน้าเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ ช่วยราชการ ภ.จว.นครราชสีมา ร่วมสอบปากคำ ด้วยนั้น


ล่าสุดวันนี้ พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยความคืบหน้าคดี ว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเตรียมดำเนินคดีกับ “ส.ต.อ.” ตำรวจสันติบาล ตามข้อหา 1.กักขังหน่วงเหนี่ยว 2.ทำร้ายร่างกาย และ 3.พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีถ่ายคลิปลามกและเผยแพร่ลงโซเชียลฯ โดยจะมีการเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาภายในสัปดาห์นี้ เนื่องจากคดีอยู่ในความสนใจของประชาชน และผู้บังคับบัญชาได้กำชับให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด


ทางด้าน นางปวีณา หงสกุล เปิดเผยว่า ได้ประสานไปยัง พล.ต.ต.สุรพงค์ ธรรมพิทักษ์ ผบก.ส.1 หลังทราบเรื่อง ซึ่งทางต้นสังกัดได้สั่งการให้ พ.ต.ต.ธวัชชัย สายกระสุน ผกก.2 กองบังคับการ 1 ดำเนินการเร่งด่วน ประกอบด้วย 1.ให้นำตัว ส.ต.อ. เข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองนครราชสีมา 2.ส่งตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย 3.สั่งย้ายออกจากพื้นที่กลับต้นสังกัดที่กรุงเทพมหานคร ทันที และ 4.ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หากพบว่ากระทำผิดจริงจะดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา

นางปวีณา ยังระบุอีกว่า ได้รับรายงานผลตรวจสารเสพติดของ ส.ต.อ. รายดังกล่าว พบมีสารเสพติดในร่างกาย ขณะที่ผู้เสียหายยังอยู่ในอาการหวาดกลัวเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย จึงอยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี และทางมูลนิธิจะติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป


ทั้งนี้ น.ส.บี อายุ 28 ปี ผู้ช่วยพยาบาลชาว จ.นครราชสีมา ผู้เสียหาย เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ว่า เหตุการณ์เริ่มขึ้นในช่วงเย็นวันที่ 30 เมษายน ซึ่งตรงกับวันเกิดของตน โดยฝ่ายชายได้ติดต่อมาขอให้พาไปโรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการเครียดและวิตกกังวล ด้วยความที่ตนทำงานด้านสาธารณสุขจึงอาสาพาไป แต่เมื่อฝ่ายชายมารับกลับไม่ได้พาไปโรงพยาบาล กลับพาไปทานอาหาร ซื้อของขวัญวันเกิด และพาไปพักที่บ้านพักของฝ่ายชาย

ในช่วงกลางคืนเกิดการทะเลาะกัน ก่อนที่ฝ่ายชายจะเริ่มทำร้ายร่างกาย ทั้งทุบตีและใช้กำลังอย่างรุนแรง กระทั่งเช้าวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งตนต้องไปทำงาน แต่ฝ่ายชายไม่ยอมให้ไป พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือไว้และบอกว่าไม่ต้องไปทำงาน ก่อนจะทำร้ายร่างกายต่อเนื่องยาวนานจนถึงวันที่ 4 พฤษภาคม รวมระยะเวลาสามวันสี่คืน


น.ส.บี เล่าอีกว่า ระหว่างถูกกักตัว ฝ่ายชายใช้ทั้งการเตะ ต่อย และทำร้ายร่างกายหลายรูปแบบ รวมถึงใช้ถุงพลาสติกรัดคอจนหายใจไม่ออก อีกทั้งยังยึดโทรศัพท์มือถือไปส่งภาพลามกเข้าสู่กลุ่มที่ทำงาน ส่งคลิปและโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียของตนเอง โดยมีการบังคับให้ถอดเสื้อผ้าและถ่ายคลิปในลักษณะไม่เหมาะสม จนสร้างความอับอายอย่างหนัก

นอกจากนี้ ยังมีการโพสต์ข้อความในเพจและกลุ่มออนไลน์ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาในลักษณะรับงานขายบริการ พร้อมแนบคิวอาร์โค้ดและช่องทางติดต่อ ทำให้มีคนติดต่อเข้ามาทางเฟซบุ๊ก ไลน์ และโทรศัพท์จำนวนมาก ส่งผลให้ไม่กล้ากลับไปทำงานและเกิดผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างรุนแรง

หลังได้รับอิสรภาพในวันที่ 4 พฤษภาคม ได้เข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ก่อนเดินทางเข้าแจ้งความที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา และเข้าขอความช่วยเหลือจาก มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและขอให้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด

ส.ต.อ. ตำรวจสันติบาล ผู้ถูกกล่าวหา
พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตตะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ช่วยราชการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า กรณีตำรวจถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกายแฟนสาวถือเป็นเรื่องสะเทือนใจ เนื่องจากการใช้ความรุนแรงกับผู้หญิงเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายอย่างถึงที่สุด

คดีดังกล่าวมีหลายข้อหาที่เกี่ยวข้อง โดยจากการได้พูดคุยกับผู้ถูกกล่าวหา รวมถึงประสานญาติและผู้เกี่ยวข้อง ขณะนี้ผู้ถูกกล่าวหายังอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานสาธารณสุข เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบสารเสพติดประเภทไอซ์ และผู้ถูกกล่าวหายอมรับว่าเสพยาเสพติดจริง ซึ่งในฐานะที่รับผิดชอบงานด้านยาเสพติด จะมีการขยายผลเพิ่มเติมอย่างละเอียด


กรณี หากตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก็ไม่สมควรดำรงตนเป็นตำรวจ เพราะถือว่าสูญเสียจิตวิญญาณของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ พร้อมย้ำให้ผู้เสียหายมั่นใจว่าตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาพร้อมดูแลและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ หากมีเรื่องไม่สบายใจสามารถประสานเจ้าหน้าที่ได้ทันที

จากการรับฟังเรื่องราวของผู้เสียหาย มองว่าเป็นบาดแผลทางจิตใจที่ยากจะเยียวยา ส่วนกระบวนการทางคดีนั้น ผู้กำกับการสถานีตำรวจและพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยหลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ได้ส่งตัวเข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลทันที เพื่อเก็บหลักฐานการถูกทำร้ายร่างกาย ยืนยันว่าคดีนี้จะไม่มีการช่วยเหลือกันเพราะเป็นตำรวจด้วยกัน และทุกอย่างจะเป็นไปตามกระบวนการกฎหมายอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา

น.ส.บี อายุ 28 ปี ผู้ช่วยพยาบาล ผู้เสียหาย

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี