โซเชียลแห่แชร์คลิป "เสธ.จักร" นายทหารหนุ่ม ออกมาอัปเดตความคืบหน้าโปรเจกต์สร้างรั้วถาวรชายแดนไทย-กัมพูชา ระยะทาง 1.3 กม. หวังแก้ปัญหากลุ่มลักลอบเข้าเมืองและยาเสพติด พร้อมไขคำตอบทางยุทธวิธี ทำไมสร้างรั้วสูงแค่ 170 ซม. ยืนยันชัดเจนก่อสร้างบนอธิปไตยไทย คาดเสร็จสมบูรณ์ มิ.ย. 2569
เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก "Jak Vatakit" หรือ "เสธ.จักร" นายทหารหนุ่มซึ่งเป็นที่รู้จักในบทบาทบล็อกเกอร์สายสุขภาพ ได้โพสต์คลิปวิดีโอชี้แจงรายละเอียดเชิงลึกและเปิดเผยความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างรั้วถาวรตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดจันทบุรี เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน
เสธ.จักร ระบุว่า พื้นที่ชายแดนบริเวณดังกล่าวเผชิญปัญหาการกระทำผิดกฎหมายซ้ำซากมาโดยตลอด ทั้งการลักลอบเข้าเมือง ขบวนการค้ายาเสพติด และการขนส่งสินค้าหนีภาษี สาเหตุสำคัญมาจากขาดแนวเขตแดนที่ชัดเจน กองทัพจึงมีความจำเป็นต้องจัดสร้างรั้วถาวรเพื่อจัดระเบียบพื้นที่และสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเริ่มวางศิลาและก่อสร้างได้นั้น ต้องประสานให้ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บกู้กับระเบิดที่ตกค้างจนปลอดภัย 100% เสียก่อน
สำหรับข้อมูลและสเปกของโครงการนำร่อง มีรายละเอียดดังนี้
พื้นที่ดำเนินการ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี (พิกัดระหว่างหลักเขตแดนที่ 52-54)
โครงสร้างพื้นฐาน ระยะทางรวม 1.3 กิโลเมตร ใช้เสาคอนกรีตเกือบ 1,000 ต้น ปักห่างกันต้นละ 3 เมตร พร้อมก่อสร้างถนนเลียบแนวรั้วสำหรับลาดตระเวน
ความคืบหน้า ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วกว่า 20% และมีกำหนดการแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนมิถุนายน 2569
เทคโนโลยีเสริม เตรียมติดตั้งระบบรั้วอิเล็กทรอนิกส์ เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว และกล้อง CCTV เพื่อเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วนประเด็นที่หลายคนตั้งข้อสังเกตเรื่อง ความสูงของรั้วที่กำหนดไว้เพียง 170 เซนติเมตร นั้น เสธ.จักร ได้อธิบายข้อเท็จจริงว่า เป็นการออกแบบที่อิงตามหลักยุทธวิธีทางทหาร เพื่อเอื้อให้กำลังพลของไทยสามารถมองข้ามแนวกั้นและสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวฝั่งตรงข้ามได้ หากสร้างเป็นกำแพงทึบสูงปิดตาย จะเป็นการบดบังทัศนวิสัยและทำให้ฝ่ายเราเสียเปรียบในการเฝ้าระวัง
ในช่วงท้าย เสธ.จักร ได้กล่าวย้ำอย่างหนักแน่นเพื่อลดความกังวลของประชาชน โดยยืนยันว่า การก่อสร้างทั้งหมดดำเนินการอยู่บนเขตอธิปไตยของประเทศไทย 100% แม้ในระหว่างการก่อสร้างจะมีเจ้าหน้าที่ทหารจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาสังเกตการณ์บ้าง แต่ก็ถือเป็นการดำเนินการตามสิทธิอันชอบธรรมขั้นเด็ดขาดของไทย ในการดูแลและปกป้องความมั่นคงภายในบ้านของตนเอง

