สื่อกัมพูชารายงานไทยขึ้นทะเบียน เพิ่มเติมปราสาทตาเมือนและปราสาทตาควาย เข้าไปในรายชื่อโบราณสถานของชาติอย่างเป็นทางการ แม้สถานที่ทั้ง 2 ตั้งอยู่ในดินแดนของกัมพูชาและเป็นของกัมพูชาโดยชอบธรรม (ตามคำกล่าวอ้างของฝ่ายเขมร) พร้อมระบุกัมพูชาปฏิเสธความเคลื่อนไหวนี้ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเชื่อว่าความพยายามใดๆของไทยในการขอยูเนสโกเป็นมรดกโลก จะประสบความล้มเหลวอย่างแน่นอน
รายงานของขแมร์เดลี ระบุว่าทางกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลปะของกัมพูชา เคยเผยแพร่ถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 ประกาศว่าการขึ้นทะเบียนแต่เพียงฝ่ายเดียวใดๆของไทย "ไม่ได้ตั้งอยู่บนหลักของกฎหมายและขัดแย้งกับกฎหมายระหว่างประเทศ" พร้อมเน้นย้ำว่าปราสาทตาเมือนและปราสาทตาควาย อยู่ในดินแดนของกัมพูชาและเป็นของกัมพูชาโดยชอบธรรม
กระทรวงแห่งนี้อ้างสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยามปี 1904 และ 1907 รวมถึงแผนที่ภาคผนวกของสนธิสัญญาทั้ง 2 ฉบับ ในฐานะเป็นกรอบทางกฎหมายที่มีผลผูกพัน และเป็นหลักการพื้นฐานเดียวกันกับที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศยึดถือ ครั้งที่ศาลพิพากษาเกี่ยวกับเขาพระวิหารปี 1962
ขแมร์เดลีอ้างว่ายูเนสโกมีข้อห้ามอย่างชัดเจน ไม่ให้พิจารณาสถานที่ต่างๆที่ถูกเสนอชื่อเป็นมรดกโลก หากยังสถานที่นั้นๆยังมีประเด็นพิพาทด้านอธิปไตยที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย สื่อแห่งนี้อ้างพวกผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระบุว่าเพื่อให้รัฐหนึ่งๆ สามารถเสนอชื่อสถานที่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มันจำเป็นต้องมีทั้งการอ้างสิทธิ์ในอธิปไตยและการควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพเหนือดินแดนนั้น อย่างไรก็ตามชายแดนของไทยไม่เคยมีการปักปันเขตโดยสมบูรณ์และคำกล่าวอ้างช่วงชิงกันเหนือปราสาทต่างๆ ได้นำไปสู่การปะทะติดอาวุธในปี 2025-2026
สื่อมวลชนแห่งนี้อ้างว่ากัมพูชาถอน 4 พื้นที่พิพาท ในนั้นรวมถึงปราสาทตาเมือนและปราสาทตาควาย ออกจากการเจรจาชายแดนทวิภาคีและเสนอนำประเด็นพิพาทขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ(ไอซีเจ) แต่ไทยปฏิเสธการแทรกแซงของไอซีเจ ยืนกรานมาตั้งแต่ปี 1960 ว่าพวกเขาไม่ยอมรับเขตอำนาจบังคับของศาลในข้อพิพาทด้านชายแดนกับกัมพูชา ในเดือนเมษายน 2026 นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ประกาศว่ากัมพูชาจะเดินหน้ายื่นฟ้องไอซีเจ ในเรื่องเกี่ยวกับจุดยืนของไทย
รายงานของขแมร์เดลีอ้างว่าเคยมีกรณีตัวอย่างเกิดขึ้นมาแล้วกับปราสาทพระวิหารปี 2008 ครั้งที่การขึ้นทะเบียนยูเนสโกแต่เพียงฝ่ายเดียว(โดยกัมพูชา) จุดชนวนความขัดแย้งติดอาวุธที่คร่าชีวิตผู้คนหลายสิบรายและทำชาวบ้านพลัดถิ่นฐานหลายพันคน
ขแมร์เดลี ระบุนอกเหนือจากกรณีตัวอย่างดังกล่าวแล้ว ความพยายามใดๆของไทยยังเจอกับประเด็นปัญหาซับซ้อนยิ่งขึ้น กัมพูชายังเคยกล่าวหาไทยใช้ปราสาทตาควายเป็นฐานทัพทหาร(ความจริงคือเป็นฝ่ายกัมพูชาที่ถูกกล่าวหาและมีภาพถ่ายว่าใช้ปราสาทแห่งนี้เป็ฯฐานปฏิบัติการทางทหารและบังเกอร์) ทำให้ที่ตั้งดังกล่าวได้รับความเสียหายทางโครงสร้างอย่างรุนแรงระหว่างการปะทะในเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งถือเป็นการละเมิดอนุสัญญากรุงเฮกปี 1954 ว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมในความขัดแย้งติดอาวุธ
สื่อมวลชนกัมพูชารายงานปิดท้ายว่า การขึ้นทะเบียนของไทย มีผลเฉพาะกับภายใต้กฎหมายภายในประเทศเท่านั้น มันไม่มีสถานะในระดับนานาชาติ ทางกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลปะของกัมพูชา ยังไม่มีการเสนอชื่อของรับรองจากยูเนสโกใดๆ แต่ถ้าไทยยังคงเดินหน้า พวกเขาจะเจอกับการปฏิเสธตามขั้นตอนและคัดค้านทางการทูตจากพนมเปญ
(ที่มา:ขแมร์เดลี)

