xs
xsm
sm
md
lg

ยุค "เสี่ยหนู" นอมินีต่างชาติเบ่งบาน รวยไม่ไหวแล้ว!!.."ศุภจี" อย่ามัวนั่งซ้อนรถพุ่มพวง ลงมือแก้ที! ** “พระคึกฤทธิ์”เสร็จอีกราย เจอข้อหายักยอก เอาเงินวัดแจกโบนัสลูกน้อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


อนุทิน ชาญวีรกูล และ ศุภจี สุธรรมพันธุ์  ขี่รถพุ่มพวง โปรโมตโครงการไทยช่วยไทย - พระคึกฤทธิ์
ข่าวปนคน คนปนข่าว

++ ยุค "เสี่ยหนู" นอมินีต่างชาติเบ่งบาน รวยไม่ไหวแล้ว!!.."ศุภจี" อย่ามัวนั่งซ้อนรถพุ่มพวง ลงมือแก้ที!

สมใจ"นายกฯจอมคอนเทนต์" เขาล่ะ เมื่อ"เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทย ในมาดไอ้หนุ่ม "รถพุ่มพวง" ใส่เสื้อกั๊ก ขี่มอเตอร์ไซต์พ่วงข้าง เร่ขายกับข้าวพาสาว "ศุภจี สุธรรมพันธุ์" รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ นั่งซ้อน ขี่ไปรอบๆ ทำเนียบรัฐบาล ให้สื่อถ่ายภาพรัวๆ โปรโมตนโยบายไทยช่วยไทยฯ เมื่อวานนี้ (12พ.ค.)

งานนี้ต้องบอกว่า...ทั้งนายกฯ และรองนายกฯ เสร็จจากทำคอนเทนต์ รถพุ่มพวงแล้วช่วยทำงานที่ใหญ่กว่านี้บ้างได้มั้ย โดยเฉพาะปัญหา "นอมีนี" เขมือบธุรกิจคนไทย

ถ้าจะ “ไทยช่วยไทย” จริงต้องเรื่องนี้

ใครๆ ที่เห็นข่าวกรณีที่ "พะงัน-สมุย" แล้วหัวจะปวดแทนผู้ประกอบการไทย ต่างด้าวรุกคืบ คุมเกือบทุกอณูพื้นที่แล้ว

เรียกว่า ยุครัฐบาล "เสี่ยหนู" นอมีนีเบ่งบาน จนต้องร้องตะโกน..รวยไม่ไหวแล้ววว!!!

ล่าสุดไม่ใช่แค่ พะงัน-สมุย ที่ พัทยาก็ด้วย โดน "ทุนจีนเทา" รุกคืบ ประดุจกองทัพตั๊กแตนปาทังก้า เจอไร่ข้าวโพด ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร หรือผับบาร์ ที่โดนกลืนหาย แต่ตอนนี้ลามไปถึงธุรกิจที่พักอาศัยระดับพันล้าน !

ล่าสุดที่ พัทยา-หนองปรือ มีประเด็นร้อนฉ่า เมื่อ "มันยารีสอร์ท" กลายเป็นกรณีตัวอย่างที่ทำเอาคนในพื้นที่ถึงกับ "มองบน” กันเป็นแถว

เบื้องหน้าคือ"อพาร์ทเมนต์ "แต่เบื้องหลังคือ โรงแรมเถื่อน!

เรื่องมันแดงขึ้นมาเมื่อปลัดอำเภอบางละมุง "คำไพร เหลาแสน" ควงคู่สถาปนิกเทศบาลหนองปรือ บุกเข้าไปเช็กบิลความจริงที่โรงแรมแห่งนี้ ปรากฏว่า พอเรียกหา "ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม" กลับมีเพียง "ใบอนุญาตเซอร์วิส อพาร์ทเมนต์" มายื่นให้ดูแก้เกี้ยว แหม่...เนรมิตห้องเช่าให้กลายเป็นโรงแรมขายนักท่องเที่ยวราคาถูก ตีตลาดกระจาย แบบนี้เขาเรียกว่า "ลักไก่" แบบไม่กลัวกฎหมาย ไม่อายฟ้าดิน

​วงในกระซิบมาว่า นายทุนใหญ่ชาวจีนรายนี้เคยยื่นขอใบอนุญาตโรงแรมมาตั้งแต่ปี 64 แต่โดนตีตก เพราะก่อสร้างผิดแบบ ทั้งระยะถอยร่นและความสูงอาคารที่พุ่งทะลุ 22 เมตร

อนุทิน ชาญวีรกูล และ ศุภจี สุธรรมพันธุ์  ขี่รถพุ่มพวง โปรโมตโครงการไทยช่วยไทย
สืบไปสืบมาที่ "ทุนจีนเทา" อหังการ์ได้เพราะใช้ "เงิน" และมี "ที่ปรึกษา" คอยชี้ช่อง โดยเฉพาะสำนักงานกฎหมายบางแห่งในพื้นที่พัทยา-ศรีราชา จัดการให้หมด ทั้งหา"นอมินี" ถือหุ้นแทนต่างชาติ แถมยังสอนวิธี "ซิกแซก" ใช้ใบอนุญาตผิดประเภท เพื่อเลี่ยงภาษีและลดต้นทุน

แบบนี้ธุรกิจไทยแท้ๆ ที่ทำตามระเบียบจะเอาอะไรไปสู้ ? จ่ายภาษีเต็มเม็ดหน่วย เจอพวก "เทาหัวหมอ" หั่นราคาแย่งลูกค้า จนแทบจะปิดกิจการหนี

นี่ยังไม่นับรวมบรรยากาศที่มาคุ จากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ทำเอายอดนักท่องเที่ยวไทยฮวบลงไปกองกับพื้น พอเค้กก้อนเล็กลง พวกที่ "เล่นนอกกติกา" ก็ยิ่งใช้ความได้เปรียบเรื่องต้นทุนต่ำ มาดึงลูกค้าไปหมด ทิ้งให้คนไทยที่ทำถูกกฎหมายนั่งตบยุงกันระงม

“เสี่ยหนูและศุภจี” รู้หรือไม่ว่า ตอนนี้ วิกฤตซ้อนวิกฤต...นักท่องเที่ยวหาย แต่ทุนเทากลับยังอยู่

เชื่อว่าในพัทยารูปแบบเดียวกันนี้ ยังทีอีกหลายแห่ง รวมทั้งสถานบริการต่างๆ ที่ใช้ใบอนุญาตไม่ถูกต้องกับที่เปิดบริการจริง อีกจำนวนมาก

งานนี้ชาวพัทยาฝากความหวังสุดท้ายไว้ที่ "ศุภจี สุธรรมพันธุ์" รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ช่วยกรุณาลงพื้นที่ กวาดล้างขบวนการ "นอมินีข้ามชาติ" และ "ทนายหัวหมอ" พวกนี้ให้สิ้นซากเสียที อย่าให้กฎหมายแพ่ง-อาญาเป็นเพียงกระดาษเช็ดมือ เพราะถ้ายังปล่อยให้ "นอมินี" ครอบงำประเทศแบบนี้ ไม่นานธุรกิจคนไทยได้มาออกรถพุ่มพวง เร่ขายกับข้าวกันหมดแน่

ฝากถึงพวกสำนักงานกฎหมายที่รับงานสีเทาด้วยว่า "กินบนเรือน อย่าถ่ายบนหลังคา" การเป็นที่ปรึกษา คือการหาทางออกในกฎหมาย ไม่ใช่หา "ช่องโหว่" มาทำลายเศรษฐกิจชาติ ถ้ายังไม่เลิกพฤติกรรมขายบ้าน ขายเมือง ระวังจะโดน "เช็กบิล" จนไม่มีที่ยืนในสังคมกฎหมาย นะจ๊ะ...จะบอกให้!

พระคึกฤทธิ์
++ “พระคึกฤทธิ์”เสร็จอีกราย เจอข้อหายักยอก เอาเงินวัดแจกโบนัสลูกน้อง

หลังตกเป็นข่าวอื้อฉาว เรื่อง“สีกา”มานานถึง 7 เดือน จนคนเกือบจะลืมไปแล้ว และดูเหมือนจะไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่ตอนนี้ กระบวนการทางกฎหมาย ได้เริ่มขึ้นแล้ว ในการจัดการกับ “พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตถิผโล” เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง จ.ปทุมธานี
โดยเมื่อเช้าวันที่ 12 พ.ค. 69 “พระคึกฤทธิ์” พร้อมทีมทนายความ ชิงเข้าพบกับพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปปป. หรือ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หลังทราบข่าวว่า ตัวเองกำลังจะโดนดำเนินคดี

เมื่อไปถึงที่ พนักงานสอบสวนก็จัดให้เลย... แจ้งข้อหา “ยักยอกทรัพย์ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” ตาม มาตรา 147, 157

เนื่องจากตรวจพบหลักฐานว่า “พระคึกฤทธิ์” ยักยอกเงินวัดไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

คือ เอาเงินวัดไปแจกเป็น “โบนัส” ให้กับลูกศิษย์คนสนิทจํานวน 4 คน คนละเป็นแสนบาท ช่วงระหว่างปี 2555-2559 รวมเป็นเงิน 6.7 ล้านบาท

ว่ากันว่า เหตุที่ “พระคึกฤทธิ์” ต้องดูแลศิษย์กลุ่มนี้เป็นพิเศษ เพราะเป็นพวกที่เป็นบริวารรับใช้ใกล้ชิดพระคึกฤทธิ์ ในเรื่องเงิน และกุมความลับสำคัญมากของวัด

อนันต์ชัย ไชยเดช
หลัง “พระคึกฤทธิ์” โดนแจ้งข้อหาคดีอาญา บุคคลซึ่งตามจองกฐิน เปิดโปงพฤติกรรมของพระคึกฤทธิ์มาโดยตลอด อย่างทนายกระดูกเหล็ก “ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช” และเครือข่ายจับผิดพระคึกฤทธิ์ ก็ช่วยกันกระจายข่าว ราวกับประกาศชัยชนะกลายๆ
เพื่อยืนยันว่าพฤติกรรมของ “พระคึกฤทธิ์” แบบลึกและลับ ที่พวกเขาตามขุดคุ้ยมาเปิดโปงนั้น เป็นของจริง “เป็นความจริง
ที่มีหนึ่งเดียว” ไม่ใช่การมโน ใส่ร้ายป้ายสี

คดียักยอกทรัพย์ ที่ “พระคึกฤทธิ์” โดนแจ้งข้อหาครั้งนี้ ต้องถือว่า เป็นการเขี่ยลูกเปิดเกม หรือกระบวนการเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น เพราะการรั่วไหลของเงินวัด ไม่ใช่แค่เรื่องแจกโบนัส 6.7 ล้านบาท เท่านั้น

ยังมีประเด็นของ “สีกาคนสนิท” ผู้มาจากครอบครัวล้มละลาย แต่ปัจจุบันกลายเป็นไฮโซ เพชรทอง แบรนด์เนม เต็มตัว มีรถยนต์หรูหลายคัน ทั้งเบนซ์และบีเอ็ม ทั้งๆ ที่ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร

เวลา “พระคึกฤทธิ์” เดินทางไปต่างประเทศ โดยมีสีกาคนนี้ติดตามไปรับใช้ด้วย ก็จะมีคลิปการเดินช้อปปิ้งของแพง ๆ บรรยากาศที่คนดูแล้วอดคิดลึกไม่ได้ เหมือน “คู่กิ๊ก” เดินช้อปปิ้งกัน มากกว่าจะเป็นพระอาจารย์กับลูกศิษย์

ประเด็นพระอาจารย์คึกฤทธิ์ เป็นคนคิดลึกนั้น ยังมีอดีตลูกศิษย์ ซึ่งเป็นพยาบาลสาว ออกมาเปิดหน้าแฉว่า เธอเคยโดน “ลวนลามในกุฏิ” แถมโชว์เจ้าโลกให้ดูอีกต่างหาก!

กลับมาเรื่องเงินๆ ทองๆ ยังมีประเด็นการลําเลียงเงินมหาศาลออกนอกประเทศ เพื่อไปเปิดสำนักสาขาในยุโรป แต่ไปๆ มาๆ ถูกตั้งข้อสังเกตว่า เป็นกระบวนการ “ฟอกเงิน” มากกว่าจะเผยแผ่ศาสนา

ผู้ประกาศข่าวคนดังอย่าง “ไก่ มีสุข” ซึ่งหมดเงินทองไปกับ วัดนาป่าพง จํานวนไม่น้อย และเคยชักชวนใครต่อใครให้มาวัดนี้ เพราะหลงไปกับจุดขาย “พุทธวจนะ” ของพระอาจารย์คึกฤทธิ์

ก็ถอนตัวออกมาหลายปีแล้ว พร้อมประกาศขอโทษทุกคน ที่เธอเคยชวนไปวัดนาป่าพง นี่ย่อมสะท้อนดีกรี ความเจ็บปวด ความผิดหวัง ซึ่ง “ไก่ มีสุข” ได้รับมาจากพระคึกฤทธิ์!!

ต้องติดตามกันว่า หลังจากนี้วิบากกรรม ที่“พระคึกฤทธิ์” ต้องเผชิญ จะหนักหาสาหัสแค่ไหน?!