ทรัมป์ชี้ “ข้อตกลงหยุดยิง” อาการร่อแร่ หลังกราดเกรี้ยวใส่คำตอบของอิหร่านต่อข้อเสนอสันติภาพของสหรัฐฯว่าเป็นขยะที่เขาอ่านไม่จบด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม ทางด้านหัวหน้าทีมเจรจาของเตหะรานยื่นคำขาดวอชิงตันต้องยอมรับข้อเสนอสันติภาพ 14 ข้อ หรือเผชิญความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ย้ำกองทัพอิหร่านพร้อมสั่งสอนผู้รุกราน และผู้นำในสภาขู่เพิ่มสมรรถนะยูเรเนียมถึงระดับที่ผลิตอาวุธได้ หากการสู้รบปะทุขึ้นอีก
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ (11 พ.ค.) ว่า คำตอบของอิหร่านต่อข้อเสนอยุติสงครามของอเมริกา ซึ่งเขาอ่านไม่จบด้วยซ้ำเป็นแค่ขยะ และทำให้สถานะของข้อตกลงหยุดยิงที่เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. ถึงจุดที่อ่อนแอที่สุดเหมือนคนไข้ที่หมอบอกว่า มีโอกาสรอดแค่ 1%
ทั้งนี้ จนถึงเวลานี้มีการเปิดเผยรายละเอียดข้อเสนอล่าสุดของอเมริกาเพียงจำกัด โดยสื่อรายงานว่า อยู่ในรูปบันทึกความเข้าใจความยาว 1 หน้าและมีเป้าหมายในการยุติการสู้รบ ตลอดจนกำหนดกรอบการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเตหะรานตอบกลับข้อเสนอดังกล่าวด้วยการเรียกร้องให้ยุติสงครามทุกแนวรบ รวมถึงเลบานอน อเมริกาต้องระงับการปิดกั้นทางทะเล และปล่อยสินทรัพย์อิหร่านที่ถูกอายัดในต่างประเทศภายใต้มาตรการแซงก์ชัน รวมทั้งยืนยันอธิปไตยของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ
เห็นกันว่าหากอเมริกายินยอม จะถือเป็นชัยชนะสำคัญสำหรับความพยายามยาวนานของอิหร่านในการยุติการถูกโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจ ในทางกลับกัน การยุติมาตรการแซงก์ชันของนานาชาติจะบ่อนทำลายอำนาจต่อรองของวอชิงตันที่ต้องการให้เตหะรานล้มเลิกการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์
ในวันอังคาร (12 พ.ค.) โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า วอชิงตันต้องยอมรับ “สิทธิ์” ของเตหะรานถ้าต้องการยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมากว่า 2 เดือน และย้ำว่า อเมริกาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับข้อเสนอ 14 ข้อของอิหร่าน หรือเผชิญความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำอีก
กาลิบาฟสำทับว่า ยิ่งเตะถ่วงนานเท่าไหร่ ผู้เสียภาษีอเมริกันยิ่งต้องจ่ายหนักขึ้นเท่านั้น และเตือนว่า กองทัพอิหร่านพร้อมสั่งสอนผู้รุกราน
นอกจากนี้ อิบรอฮิม เรซาอี โฆษกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน ยังโพสต์บน X ว่า สมาชิกสภากำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมถึงระดับ 90% ที่สามารถผลิตอาวุธได้ หากการสู้รบปะทุขึ้นอีก
สต็อกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านเป็นหนึ่งในประเด็นขัดแย้งสำคัญในการเจรจา โดยอเมริกายืนกรานให้ถ่ายโอนวัสดุเหล่านี้ไปยังประเทศที่สาม ขณะที่เตหะรานคัดค้านและยืนกรานสิทธิ์ในการใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างสันติ แต่เปิดช่องว่า อาจยอมเจรจาเรื่องระดับความเข้มข้นของยูเรเนียม
อีกหนึ่งประเด็นที่เป็นปัญหาคือ การเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางขนส่งซัปพลายน้ำมัน 20% ของทั่วโลก
อามิน นาสเซอร์ ซีอีโอและประธานอารัมโก บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย เตือนว่า วิกฤตซัปพลายพลังงานที่เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ถือเป็นวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดที่โลกเคยเผชิญมา และชี้ว่า แม้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซตอนนี้ แต่อาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าที่ตลาดจะปรับเข้าที่เข้าทาง แต่ถ้ายืดเยื้อออกไปอีก 2-3 สัปดาห์ กว่าที่ตลาดจะกลับสู่ภาวะปกติคือปีหน้า
นอกจากนั้น เขาเตือนว่าโลกยังกำลังเผชิญการขาดแคลนปุ๋ย ที่มาจากสารปิโตรเคมีจากการกลั่นน้ำมัน ซึ่งอาจส่งผลต่อซัปพลายอาหารของผู้คนหลายสิบล้าน
ฮอร์เก โมเรรา ดา ซิลวา ผู้อำนวยการบริหารสำนักงานบริการโครงการแห่งสหประชาชาติ (UNOPS) เตือนว่า เหลือเวลาในการป้องกันวิกฤตแห่งมนุษยชาติครั้งใหญ่อีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ และสำทับว่า โลกอาจเผชิญวิกฤตที่ทำให้มีประชากรอดอยากเพิ่มขึ้นอีก 45 ล้านคน
อิสราเอลส่งอาวุธช่วยยูเออี
ไมค์ ฮักคาบี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า อิสราเอลได้ส่งแท่นยิงระบบต่อต้านขีปนาวุธไอรอนโดมพร้อมเจ้าหน้าที่ไปช่วยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ใช้ระบบนี้ในการป้องกันประเทศ ระหว่างการทำสงครามอิหร่าน
การเปิดเผยนี้ตอกย้ำความสัมพันธ์ทางทหารที่แนบแน่นขึ้นระหว่างอิสราเอลกับยูเออีแต่ขณะเดียวกันก็เพิ่มความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะปะทุขึ้นใหม่ ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังถูกอิหร่านปิด และการเจรจาระหว่างอเมริกากับเตหะรานชะงักงัน
ทั้งนี้เมื่อวันจันทร์ วอลล์สตรีท เจอร์นัลเพิ่งรายงานว่า ยูเออีเป็นผู้โจมตีโรงกลั่นน้ำมันบนเกาะลาวานของอิหร่านเมื่อต้นเดือนที่แล้ว ซึ่งชี้ให้เห็นการมีส่วนร่วมในสงครามของยูเออีที่ไม่เคยมีการเปิดเผยมาก่อน
(ที่มา: รอยเตอร์/เอเอฟพี/เอพี)

