"ต้องเต ธิติ" ผู้กำกับร้อยล้านแห่งจักรวาลไทบ้าน ออกโรงป้อง THACCA สวนกลับประเด็นร้อนหลัง "ส.ส.ไอซ์ รักชนก" จวกยับปมให้ทุนสร้างละครโฆษณาชวนเชื่อ งานนี้คนทำหนังขอพูดบ้าง งัดประสบการณ์ตรงการันตี THACCA ให้อิสระคนทำงาน 100% ไร้ใบสั่งการเมือง ลั่นชัด งานศิลปะไม่ควรถูกตัดสินด้วยอุดมการณ์ เพราะคนที่เสียหายที่สุดอาจไม่ใช่ฝ่ายการเมือง แต่คือ "อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย" ที่กำลังพยายามเติบโตไปพร้อมๆ กัน
จากกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความวิจารณ์ละครเรื่อง สอดสร้อยมาลา ที่ผลิตโดย บริษัท วัน สามสิบเอ็ด จำกัด ระบุว่า "ละครเรื่อง สอดสร้อยมาลา เป็นหนึ่งในโครงการที่ได้รับสนับสนุน งบประมาณการผลิตละคร/ซีรีส์ ภายใต้นโยบายส่งเสริม Soft Power เป็นโครงการที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ THACCA (Thailand Creative Content Agency) โดยคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ สารคดี และแอนิเมชัน ร่วมกับ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ให้ทุนอุดหนุนสนับสนุนการผลิต
ทำโฆษณาชวนเชื่อ ให้คณะราษฎรเป็นพวกหัวก้าวหน้าที่เลวทรามไม่รู้คุณคน ด้านคนในวงการโต้กลับไม่แฟร์ หยิบเอาข้อมูลด้านเดียวมาบิดเบือนความเป็นจริงทั้งหมด ย้ำงานศิลปะควรได้รับอิสระ คนดูจะเป็นคนตัดสินใจเอง
ล่าสุด วันนี้ (11 พ.ค.) ต้องเต - ธิติ ศรีนวล ผู้กำกับภาพยนตร์ นักเขียนบท และนักแสดงหนุ่มไฟแรงที่เป็นหนึ่งในขุมกำลังสำคัญของ "จักรวาลไทบ้าน" ออกมาโพสต์ข้อความ ในฐานะผู้ได้รับการสนับสนุนจาก THACCA ชี้แจงว่าการวิจารณ์องค์กรว่าสนับสนุนเฉพาะงานศิลปะฝั่งขวานั้นไม่เป็นธรรม เพราะจากประสบการณ์ตรง THACCA มุ่งเน้นการมอบโอกาสและผลักดันภาพยนตร์ไทยสู่ตลาดสากล โดยให้อิสระในการสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ปราศจากการแทรกแซงหรือสั่งการทางการเมือง
ดังนั้น การนำอุดมการณ์ทางการเมืองมาเป็นเกณฑ์ตัดสินคุณค่าและการสนับสนุนงานศิลปะ จึงไม่เพียงแต่ขัดต่อหลักเสรีภาพและความหลากหลาย แต่ยังอาจสร้างความเสียหายและยับยั้งการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยโดยรวม ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
“การวิจารณ์ THACCA ว่าให้งบสนับสนุนเฉพาะงานศิลปะฝั่งขวา ดูไม่แฟร์กับทั้ง THACCA และทีมงานผู้สร้างเลยครับ เพราะงานศิลปะไม่ควรถูกตัดสินผ่านอุดมการณ์ทางการเมืองเพียงด้านเดียว ผมว่าสิ่งที่อุตสาหกรรมพยายามร่วมกันผลักดันมันมาตลอดคือ “เสรีภาพ” และ “ความหลากหลาย” ในการเล่าเรื่อง
ผมเองในฐานะผู้ได้รับงบสนับสนุนจาก THACCA ผมอยากเล่าจากประสบการณ์ตรงว่า วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือการผลักดันหนังไทยไปสู่ตลาดสากล คณะกรรมการย้ำกับทีมงานเสมอว่า อยากเห็นหนังไทยมีคุณภาพมากพอที่จะแข่งขันในระดับนานาชาติ เปิดตลาดใหม่ และสร้างโอกาสให้คนทำงานสร้างสรรค์ไทย
สิ่งที่เราได้รับไม่ใช่ “คำสั่งทางการเมือง” แต่คือ “โอกาส” ที่ทำให้ผู้สร้างมีความหวังและความกล้ามากขึ้นในการพัฒนางาน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องต้นทุนจนเกินไป และตลอดกระบวนการ THACCA กับกรมส่งเสริมวัฒนธรรมก็ให้อิสระในการทำงานเต็มที่ แบบที่คนทำงานสร้างสรรค์ต้องการเลยครับ ไม่มีการกำหนดว่าต้องเล่าเรื่องไปในทิศทางไหน
ผมไม่ได้ออกมาเพื่ออวยฝั่งใดฝั่งนึง ผมแค่ออกมาแสดงความคิดเห็นของมุมมองของคนทำงานที่ได้รับการซัปพอร์ตจาก THACCA จริงๆ
เราวิจารณ์งานศิลปะกันได้ เห็นต่างกันได้ แต่ถ้าเริ่มใช้อุดมการณ์ทางการเมืองเป็นเกณฑ์ตัดสินว่า งานแบบไหนควรหรือไม่ควรได้รับการสนับสนุน สุดท้ายสิ่งที่เสียหายที่สุดอาจไม่ใช่ฝ่ายการเมืองใดฝ่ายหนึ่ง แต่อาจเป็นทั้งอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย ที่กำลังพยายามเติบโตไปข้างหน้าร่วมกัน“

