xs
xsm
sm
md
lg

ไทยออยล์เผยไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิ 19,481 ล้านบาท อ้างกำไรทางบัญชีแต่เสี่ยงขาดทุนสต๊อกน้ำมัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันนี้ (11 พ.ค. 2569) บริษัท ไทยออยล์ จํากัด (มหาชน) หรือ TOP นําส่งงบการเงินและคําอธิบายและการวิเคราะห์ผลการดําเนินงานสําหรับไตรมาส 1 ปี 2569 ต่อกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ในไตรมาส 1 ปี 2569 กลุ่มไทยออยล์มีปริมาณวัตถุดิบที่ป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตของกลุ่มอยู่ที่ 314 พันบาร์เรลต่อวัน (314,000 บาร์เรลต่อวัน) ส่งผลให้กลุ่มไทยออยล์มีรายได้จากการขาย 114,809 ล้านบาท โดยกลุ่มไทยออยล์มีกําไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่มไม่รวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมัน (Marketing GIM) อยู่ที่ 14.8 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
.
ทั้งนี้ ในไตรมาส 1 ปี 2569 กลุ่มไทยออยล์มีกําไรจากสต๊อกน้ำมัน จากประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลางในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ประกอบกับผลต่างด้านเวลาของต้นทุนน้ำมัน เนื่องจากกระบวนการจัดหาน้ำมันดิบของกลุ่มไทยออยล์มีการสั่งซื้อล่วงหน้าประมาณ 1-2 เดือน ซึ่งเป็นการดําเนินธุรกิจตามปกติ และกลุ่มไทยออยล์มีการบริหารจัดการระดับสต็อกน้ำมันดิบให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเพียงพอสําหรับการดําเนินการกลั่นตามปกติ ไม่ได้มีการกักตุนน้ำมันแต่อย่างใด ซึ่งกําไรจากสต็อกน้ำมันนั้นเป็นผลจากการปรับเพิ่มสูงขึ้นของราคาน้ำมันในระยะสั้น ซึ่งไม่ใช่ผลการดําเนินงานปกติที่เกิดขึ้นอย่างสมํ่าเสมอและมีความผันผวนสูง ส่งผลให้มี EBITDA 31,641 ล้านบาท
.
เมื่อรวมขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมเครื่องมือทางการเงิน กําไรจากอัตราแลกเปลี่ยน กําไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้ ค่าใช้จ่ายดําเนินงาน ต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้และค่าเสื่อมราคา ส่งผลให้ไตรมาส 1 ปี 2569 กลุ่มไทยออยล์มีกําไรสุทธิ 19,481 ล้านบาท หรือคิดเป็นกําไรสุทธิ 8.72 บาทต่อหุ้น
.
ณ วันที่ 31 มี.ค. 2569 กลุ่มไทยออยล์มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 470,205 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน 42,921 ล้านบาทสาเหตุหลักจากสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า จากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ประกอบกับลูกหนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นจากอัตราเงินชดเชยน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้น
.
ด้านหนี้สินรวมของกลุ่มไทยออยล์เพิ่มขึ้น 952 ล้านบาท จากสิ้นปีก่อน มาอยู่ที่ 235,204 ล้านบาท เนื่องจากหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น สาเหตุหลักจากหนี้สินจากอนุพันธ์ทางการเงินเพิ่มขึ้น จากการรับรู้มูลค่ายุติธรรมของอนุพันธ์สินค้าโภคภัณฑ์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทางการเงิน ขณะที่เงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้ (รวมส่วนที่ถึงกําหนดชําระภายในหนึ่งปี) ลดลงจากการไถ่ถอนหุ้นกู้คืนก่อนครบกําหนด
.
ทั้งนี้ ส่วนของผู้ถือหุ้นของกลุ่มไทยออยล์มียอดรวมทั้งสิ้น 235,001 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41,969 ล้านบาท จากสิ้นปีก่อน สาเหตุหลักจากผลการดําเนินงานสุทธิสําหรับไตรมาส 1 ปี 2569 ประกอบกับการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ์ ที่มีลักษณะคล้ายทุน (Perpetual Bond) ซึ่งได้รับการจัดประเภทเป็นส่วนของผู้ถือหุ้นตามมาตรฐานการบัญชี
.
ความเสี่ยงของโรงกลั่นไทยออยล์ภายใต้สถานการณ์ความผันผวนของตลาดในในช่วงไตรมาส 2 และครึ่งหลังของปี 2569 ได้แก่ ความเสี่ยงจากการรับร้ผลขาดทุนจากสต็อกนํ้ามัน (Stock Loss) เนื่องจากไทยออยล์เข้าจัดซื้อนํ้ามันดิบล่วงหน้าในช่วงที่สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงระหว่างเดือนมีนาคม–เมษายน 2569 ซึ่งราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญและมีความผันผวนสูง ทั้งนี้ เมื่อสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลายลง ก็จะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลง ส่งผลต่อการขาดทุนสต๊อกน้ำมันในอนาคต
.
ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องจากการที่ไทยออยล์ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นสำหรับการเข้าซื้อน้ำมันดิบ และผลกระทบจากนโยบายของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ซึ่งมีมติให้ปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่น 2-5 บาทต่อลิตร ประกอบกับเงินสดคงค้างจากการขอชดเชยคืนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้สภาพคล่องของไทยออยล์ลดลงกว่า 31,000 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นกว่า 900 ล้านบาทต่อปี ซึ่งต้นทุนดังกล่าวที่เกิดขึ้นไม่ใช่ต้นทุนจากการดําเนินธุรกิจตามปกติ
.
ความเสี่ยงจากความผันผวนของความต้องการใช้นํ้ามันสําเร็จรูป จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ไทยออยล์ได้เร่งดําเนินการจัดหาน้ำมันดิบล่วงหน้าอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันสําเร็จรูปภายในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ และเพื่อป้องกันภาวะขาดแคลนพลังงานในประเทศ ยังคงดําเนินการกลั่นด้วยอัตราการใช้กําลังการผลิตเฉลี่ยในระดับสูงสุดตามศักยภาพของโรงกลันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในเดือนเมษายน 2569 ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินภายในประเทศปรับลดลงอย่างมีนัยสําคัญ ประกอบกับข้อจํากัดการส่งออกน้ำมันสําเร็จรูป ส่งผลให้เกิดความเสี่ยง ดังนี้การเสียโอกาสของการขายนํ้ามันสําเร็จรูปในช่วงที่ราคานํ้ามันอยู่ในระดับสูง ความเสี่ยงในการปรับลดกําลังการผลิต และขาดทุนจากการจําหน่ายน้ำมันดิบ
.
จากปัจจัยความเสี่ยงข้างต้น ผลการดําเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2569 และผลประกอบการครึ่งปี หลังของไทยออยล์จึงมีความไม่แน่นอนสูง จากทั้งมาตรการภาครัฐ ทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และอุปสงค์และอุปทานของน้ำมันสําเร็จรูป หากราคาน้ำมันดิบมีการปรับลดลงอย่างรวดเร็วหลังสถานการณ์คลี่คลาย จะส่งผลกระทบให้กลุ่มไทยออยล์เกิดผลขาดทุนและกระทบต่อสภาพคล่อง โดยผลประกอบการในระยะสั้นได้รับแรงหนุนจากกําไรสต๊อกนํ้ามันเนื่องจากต้นทุนนํ้ามันดิบที่ได้จัดซื้อก่อนสงครามที่เทียบกับราคาน้ำมันดิบในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กําไรส่วนนี้เป็นผลจากความต่างด้านเวลาในการรับรู้ต้นทุนน้ำมัน ซึ่งมีลักษณะชัวคราวและอาจผันผวนตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกในระยะถัดไป เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ไทยออยล์จะเผชิญขาดทุนสต๊อกน้ำมัน รวมถึงมีผลกระทบจากต้นทุนและปริมาณน้ำมันดิบที่จัดซื้อล่วงหน้าในระดับสูง หากราคาน้ำมันสําเร็จรูปในตลาดปรับลดลงหลังสถานการณ์คลี่คลายในอนาคต ไทยออยล์อาจเผชิญขาดทุนจากการดําเนินงาน
.
“สะท้อนว่ากําไรที่โรงกลั่นได้รับในไตรมาส 1 ปี 2569 เป็นกําไรทางบัญชีที่มาจากความผันผวนของราคานํ้ามันในระยะสั้น อันเกิดจากต้นทุนนํ้ามันดิบที่นําเข้ากลั่นซึ่งได้จัดซื้อไว้ก่อนเกิดสงคราม มิใช่กําไรจากการดําเนินงานที่เกิดขึ้นอย่างสมํ่าเสมอ” เอกสารจากไทยออยล์ ระบุ
.
อย่างไรก็ตาม กลุ่มไทยออยล์ให้ความสําคัญกับเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศเป็นพันธกิจหลักและพร้อมปฏิบัติตามแนวทางของภาครัฐอย่างเคร่งครัด ดังนั้น เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการจัดหาและสํารองพลังงานท่ามกลางความผันผวนนี้ กลุ่มไทยออยล์จึงมีความจําเป็นต้องบริหารจัดการสภาพคล่องให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบด้านลบที่อาจจะเกิดขึ้น และให้ความสําคัญกับการพิจารณาผลการดําเนินงานจากการดําเนินธุรกิจตามปกติ ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาความสามารถในการดําเนินธุรกิจ และสร้างความสมดุลต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายในระยะยาว
.
อนึ่ง สำหรับไทยออยล์ เป็นผู้ประกอบธุรกิจโรงกลั่นนํ้ามันแบบครบวงจรที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ขนาด 275,000 บาร์เรลต่อวัน ธุรกิจปิโตรเคมี รวมทั้งลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้า โดยมีบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 45.03%
......
Sondhi X